สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ชี้แจงกรณีดราม่า หลังมีกระแสแชร์คลิปของนักวิจัยนาโนเทคจากช่อง "ห้องทดลองตึ๋งหนืด" ที่ระบุว่าเงินเดือนนักเรียนทุนรัฐบาลไทยน้อยกว่าที่คิด โดย สวทช. ระบุว่าเป็นคลิปเก่าตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ยืนยันปัจจุบันนักวิจัยมีความพึงพอใจในค่าตอบแทนแล้ว พร้อมแจงรัฐบาลสนับสนุนงบเรียนต่อนอกนานถึง 11 ปี และสวัสดิการของหน่วยงานอยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ
วันนี้ (7 มิ.ย. 2569) จากกรณีที่นายวิศรุต เปลี่ยนรอบ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์วีดีโอคลิปผ่านช่องยูทูบ "ห้องทดลองตึ๋งหนืด" ถึงประสบการณ์การเซ็นสัญญารับทุนรัฐบาลไทย โดยระบุว่าเมื่อเรียนจบและกลับมาบรรจุทำงานจริง กลับพบว่าเงินเดือนน้อยกว่าที่คิดไว้ถึง 2 เท่า และสวัสดิการต่างๆ ถูกปรับลดลงไปมาก ประกอบกับรายได้ที่น้อยกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันหลายเท่า ทำให้เจ้าตัวต้องเลือกใช้ชีวิตประหยัดขั้นสุด เช่น ทำอาหารแช่แข็งรับประทานเองทั้งสัปดาห์ ตัดผมเอง รวมถึงเลิกเปิดแอร์และเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อลดค่าไฟ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ชี้แจงกับทีมข่าว Hot Share ผู้จัดการออนไลน์ ระบุว่า ข้อมูลที่กล่าวถึง เป็นข้อมูลจากคลิปความเห็นส่วนตัวของนักวิจัย นาโนเทค สวทช. ที่เผยแพร่เมื่อปี 2566 เป็นช่วงแรกที่นักวิจัยท่านนี้เพิ่งกลับมาทํางานที่ สวทช.ได้ประมาณ 3 ปี สวทช. ได้รับทราบข้อกังวลใจของนักวิจัยท่านดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น ได้มีการพูดคุยหารือเพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น และนําข้อมูลมาประกอบการดําเนินงานตามขั้นตอนที่ สวทช.ใช้ดูแลพนักงานกว่า 3 พันคนให้ได้ทํางานอย่างมีความสุข มีความเป็นมืออาชีพ และส่งมอบผลงานที่มีคุณค่าให้กับประเทศไทย
ประเด็นเรื่องค่าตอบแทน ขอชี้แจงว่าอัตราเงินเดือนและสวัสดิการของพนักงาน สวทช.อยู่ในอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับหน่วยงานด้านการวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนําในประเทศไทย มีสวัสดิการพนักงานที่ดี เช่น กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ สวัสดิการสิทธิค่ารักษาพยาบาล สหกรณ์ออมทรัพย์ สวทช. สวัสดิการหอพักในสํานักงาน สวัสดิการรถรับส่งราคาประหยัด เป็นต้น ที่สําคัญ สวทช. ได้มีการปรับเพิ่มอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและทําให้ สวทช. มีความสามารถในการแข่งขันกับตลาดการจ้างงานที่มีความสําคัญสูงได้
นอกจากนี้ นักวิจัยท่านดังกล่าวได้ให้ข้อมูลว่า ในช่วงที่กลับจากต่างประเทศมาทํางานที่สวทช. แม้เงินเดือนเริ่มต้นจะสูง แต่เป็นช่วงเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พอดี ทําให้ตนเองและครอบครัวได้รับผลกระทบ ปัจจุบันนักวิจัยท่านดังกล่าวมีความพึงพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับและกลไกด้านสิทธิประโยชน์จากผลงานวิจัย ประกอบกับได้รับมอบหมายงานที่ท้าทาย มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก และสามารถบริหารเวลาการทํางานได้ ปัจจุบันจึงมีความตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่กับการทํางานในหน้าที่รับผิดชอบ
ส่วนประเด็น “โครงการนักเรียนทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” สวทช.ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมีความมุ่งหวังในการสร้าง ขยาย และยกระดับขีดความสามารถด้านกําลังคนขั้นสูง เพื่อขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ประเทศไทยจึงสร้างระบบพัฒนาวิทยาศาสตร์และพัฒนากําลังคนฯ เข้าสู่ระบบนิเวศวิทยาศาสตร์โดยนักเรียนผู้จะเข้าร่วมโครงการเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจร่วมอุดมการณ์ด้วยตนเอง ซึ่งใช้งบประมาณของรัฐในการส่งเสียนักเรียนทุน
ยกตัวอย่างกรณีค่าใช้จ่ายนักเรียนทุนรัฐบาลที่เป็นข่าว เดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศเป็นเวลา 11 ปี รัฐบาลสนับสนุนทุนเล่าเรียนในต่างประเทศ ได้แก่ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง ค่าหนังสือเดินทาง ค่าทําวีซ่าและค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษา ค่าใช้จ่ายรายเดือน ได้แก่ (ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา และค่าธรรมเนียมการวิจัย) และค่าประกันสุขภาพ ทําประกันแบบพื้นฐาน เป็นต้น
หลังจากสําเร็จการศึกษา รัฐบาลได้จัดให้นักเรียนทุนรัฐบาลได้กลับมาทํางานตอบแทนทุน โดยทํางานในหน่วยงานวิจัยที่มีศักยภาพสูง มีความพร้อมในเชิงเพื่อนร่วมงาน เครื่องมืออุปกรณ์ และงบประมาณ เพื่อสร้างโอกาสในการทําสิ่งที่มีความหมายตอบโจทย์ประเทศไทย ซึ่งนักวิจัยดังกล่าว เป็นผู้มีศักยภาพ และผลิตผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์


