กัมพูชาพาคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนบริเวณด่านจัยจุมเนียะ ตำบลทมอดา จังหวัดโพธิสัตว์ กล่าวหาไทยใช้กำลังยึดดินแดนโดยผิดกฎหมาย พร้อมย้ำจุดยืนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนด้วยกำลัง และเรียกร้องเร่งเดินหน้ากลไก JBC ปักปันเขตแดนโดยเร็ว
พล.ท.มาลี โสเชียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2569 คณะผู้ประสานงาน (CLG) ของราชอาณาจักรกัมพูชา ได้อำนวยความสะดวกแก่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ซึ่งนำโดยหัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (HOM AOT) จากประเทศฟิลิปปินส์ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ สังเกตการณ์ และจัดทำรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนบริเวณด่านชัยชนะ ในตำบลทมอดา อำเภอเวียลเวง จังหวัดโพธิสัตว์ ซึ่งกัมพูชาระบุว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี การวางรั้วลวดหนาม และการนำตู้คอนเทนเนอร์เข้าตั้งวางยึดครองโดยกองทัพไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหลายครอบครัวยังไม่สามารถกลับคืนสู่ที่อยู่อาศัยของตนได้ ทั้งนี้ คณะผู้สังเกตการณ์ยังได้ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในแถลงการณ์ร่วมภายหลังการมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงหยุดยิงด้วย
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน กัมพูชายังได้พาคณะ AOT ลงตรวจสอบพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดโพธิสัตว์ ได้แก่ สะพานจัยจุมเนีย หรือสะพานสตึงเมตึก ในตำบลทมอดา ซึ่งถูกเครื่องบินรถของไทยทิ้งระเบิดทำลายในช่วงการสู้รบเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2568 และพื้นที่โอพลึกดําเรย์ในชุมชนธมาดา ซึ่งทางกัมพูชาอ้างว่าถูกไทยโจมตีและยึดครองอย่างผิดกฎหมาย
กระทรวงกลาโหมกัมพูชา อ้างอีกว่า การลงพื้นที่ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในพื้นที่ที่กัมพูชาระบุว่าเป็นดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา และถูกกองทัพไทยยึดครองโดยมิชอบดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเริ่มดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนโดย คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมทางบกกัมพูชา–ไทย (JBC) โดยเร็วที่สุด ตามข้อตกลงที่มีอยู่แล้ว ซึ่งระบุไว้ในข้อ 3 ของแถลงการณ์ร่วมจากการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของ คณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา–ไทย (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เพื่อเปิดทางให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ของกัมพูชาสามารถเดินทางกลับสู่ที่อยู่อาศัยได้โดยปราศจากอุปสรรค รวมทั้งมีความปลอดภัยและศักดิ์ศรี
"กัมพูชายืนยันอีกครั้งว่า กัมพูชาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนผ่านการใช้กำลัง หรือการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนฝ่ายเดียวโดยประเทศไทย ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต และการกระทำดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายหรือจุดยืนของราชอาณาจักรกัมพูชาเกี่ยวกับเขตแดนระหว่างประเทศของตนแต่อย่างใด
"รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมกัมพูชายังคงยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ จริงใจ และสุจริต ในการเคารพและปฏิบัติตามอย่างครบถ้วนและเคร่งครัดต่อแถลงการณ์ร่วมจากการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา–ไทย (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 รวมถึงข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ตลอดจนสร้างสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว" พล.ท.มาลี กล่าว


