xs
xsm
sm
md
lg

อาจารย์แพทย์เตือนแรง! หัตถการ 'ตอกฐานจมูก' อันตรายกว่าที่คิด พลาดทะลุกะโหลก-จมูกพัง ย้ำหมอไม่เชี่ยวชาญอย่าทำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สายศัลยกรรมความงามต้องอ่านให้ดี! อาจารย์แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง รพ.รามาธิบดี ออกโรงเตือนภัยหัตถการยอดฮิต "ตอกฐานจมูก" ชี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด หากทำโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคอย่างถ่องแท้ เสี่ยงพลาดกระดูกแตกร้าวทะลุกะโหลกฐานสมอง ทำน้ำหล่อเลี้ยงสมองไหลทะลัก เสี่ยงติดเชื้อรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต! พร้อมฝากคำร้องขอถึงวงการความงาม "ถ้าไม่ได้เรียนมา อย่าทำในสิ่งที่ไม่รู้จริง" เพราะผลเสียอาจหนักหนาถึงขั้นจมูกพัง หายใจไม่ออก และคนที่ต้องมารับเคราะห์ที่น่าสงสารที่สุดก็คือ "คนไข้"

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “นพ. สุรเวช น้ำหอม“ อาจารย์แพทย์ในสาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่งและแม็กซิลโลเฟเชียล ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ออกมาโพสต์ข้อความ ในประเด็นการตอกฐานจมูกเป็นหัตถการที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ซึ่งต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคอย่างถ่องแท้

หากทำโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญอาจเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรง เช่น กระดูกแตกทะลุถึงกะโหลกฐานสมอง ส่งผลให้เยื่อหุ้มสมองฉีกขาด มีน้ำหล่อเลี้ยงสมองไหลออกทางจมูก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงอื่นๆ อย่างกระดูกจมูกแตกละเอียดจนเสียทรงจมูกเบี้ยว หรือทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลงจนหายใจลำบาก

ดังนั้น แพทย์จึงควรประเมินความจำเป็นอย่างรอบคอบและไม่ควรทำหัตถการนี้หากไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจริง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียและปัญหาบานปลายต่อตัวคนไข้ ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

“เอะอะก็ชวนตอกฐานจมูก
ไม่แน่ใจว่าทั้งคนชวนและคนไข้เคยทราบไหม
ความเสี่ยงที่สุดของการตอกฐานจมูกคือตอกแล้วกระดูกแตกร้าวเข้าไปถึงกะโหลกฐานสมอง ซึ่งพลาดได้ง่ายมากหากไม่เข้าใจกายวิภาค

การที่กระดูกแตกเข้าไปถึงกะโหลกฐานสมอง
สิ่งที่ตามมาคือเยื่อหุ้มสมองฉีกขาด ทำให้มีอาการน้ำใสไหลออกทางจมูก
ซึ่งก็คือน้ำหล่อเลี้ยงสมองนั่นเอง จะมีลักษณะต่างจากน้ำมูกปกติคือจะใสกว่าและไหลออกมาตลอด

ความน่ากลัวของการที่เยื่อหุ้มสมองฉีกขาดคือเชื้อโรคจากจมูกจะวิ่งเข้าไปตามรอยแตก และทำให้เกิดการติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมองได้ ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้เลย

หากใครไปตอกฐานจมูกแล้วจมูกช้ำเขียวมาก ร่วมกับมีน้ำใสไหลออกจมูกไม่หยุด ต้องสงสัยแล้วว่าจะเกิดการแตกเข้ากะโหลกฐานสมองได้ กรณีนี้คือรีบกลับไปหาแพทย์ที่ทำโดยด่วน เพราะแบบนี้ต้องนอนโรงพยาบาลหากว่าใช่จริง

การตอกฐานจมูกไม่ใช่หัตถการที่ง่าย
ในโรงเรียนแพทย์ที่สอนแพทย์เฉพาะทางจะสอนเรื่องกายวิภาคอย่างละเอียด รวมถึงการศึกษาในกะโหลกและการผ่าตัดใน Cadeveric Lab อย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ตอกแล้วแตกเข้าไปถึงกระดูกฐานจมูกนั่นเอง

นอกจากนี้ปัญหาที่เจอได้บ่อยคือตอกแล้วกระดูกแตกละเอียดทำให้จัดทรงไม่ได้ กลายเป็นจมูกเบี้ยวไปเลย

หรือตอกแล้วหลังผ่ากลายเป็นหายใจไม่ออก
เพราะทางเดินหายใจแคบลงกว่าเดิม ซึ่งเเก้ไขก็ทำได้ยากอีก

ดังนั้นก่อนที่แพทย์จะแนะนำให้ตอกฐานจมูก
มักจะต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ว่าทำแล้วได้ประโยชน์จริงหรือไม่และทำแล้วมีความเสี่ยงมากแค่ไหน

ที่สำคัญคือตัวเองมั่นใจไหมว่าจะจัดทรงกระดูกได้
เพราะเมื่อกระดูกแตกแล้ว ต้องเคลื่อนไปในจุดที่ต้องการเท่านั้น
หากแตกแล้วควบคุมทรงไม่ได้ ผลลัพธ์คือจมูกผิดรูปไม่ต่างจากคนที่กระดูกจมูกหักจากอุบัติเหตุ เผลอๆอาจแย่กว่าก็ได้

สรุปคือก่อนที่ตัดสินให้ใครตอกฐานจมูก ควรรู้ด้วยว่าหัตถการนี้ไม่ได้ทำได้โดยง่าย มีความเสี่ยงที่จะเสียหายได้พอสมควร และหากทำโดยแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์ที่ไม่ได้จบเฉพาะทาง ความเสี่ยงก็จะทวีคูณเพราะอาจไม่เข้าใจกายวิภาคอย่างถ่องแท้ เป็นผลให้อาจแตกเข้ากะโหลกฐานสมองได้ ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เลยเพราะมีความเสี่ยงถึงเสียชีวิตได้

ถ้าใครไม่ได้เรียนมา ก็ทำให้ขอบเขตที่ตัวเองทำได้
อย่าทำในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จริง เพราะจะเป็นอันตรายแก่คนไข้ได้

อันนี้ขอร้องทุกฝ่าย เพราะปัญหาหลังทำจมูกมันเยอะมากแล้วถ้าเพิ่มเรื่องปัญหาหลังตอกฐานเข้ามาอีก คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือคนไข้นั่นเอง”