xs
xsm
sm
md
lg

เป็นตำรวจยังไงไม่รู้ยศตัวเอง!" จราจรจับโป๊ะสาวขี่รถขึ้นทางเท้า อ้างเป็นสายปราบปรามหวังรอดใบสั่ง สุดท้ายแถไม่รอด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อเพจจราจรดัง "ท้ายบางแค แวะมาบอก" เผยคลิปสกัดจับสาวขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นทางเท้า แต่เจ้าตัวดันงัดมุกคลาสสิกอ้างเป็น "ตำรวจสายปราบปราม" หวังเบ่งรอดใบสั่ง งานนี้เจอตำรวจของแท้เช็กชื่อในระบบเข้าให้... สรุปไม่พบข้อมูล! แถมยังแถหน้าตายท้าให้ไปเสิร์ชกูเกิลหาคำสั่งแต่งตั้ง สุดท้ายช็อตฟีลหนักเจอคำถามแทงใจดำ "สรุปตอนนี้อยู่ยศอะไร?" ถึงกับใบ้กิน! จากแค่ผิดกฎจราจร งานนี้อาจได้คดีแอบอ้างเจ้าพนักงานเป็นของแถม!

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. เพจ "ท้ายบางแค แวะมาบอก" เจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานจราจรออกมาโพสต์คลิปวิดีโอความยาวกว่า 3 นาที เหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกไว้ได้ด้วยกล้องติดหมวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นบริเวณสี่แยกไฟแดง ขณะที่หญิงสาวรายหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ขึ้นทางเท้า จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้รีบขับขี่ตามเธอไป ก่อนจะมีการพูดคุยเธอได้อ้างตัวว่าตนเองเป็น "ข้าราชการตำรวจ สายปราบปราม" แต่เมื่อตำรวจตัวจริงขอดูบัตรประจำตัว เธอกลับอ้างว่าบัตรยังไม่ได้และกำลังทำเรื่องขออยู่

ด้วยพฤติกรรมที่น่าสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจสอบเอกสารประจำรถและใบอนุญาตขับขี่ หญิงสาวยอมรับว่าไม่มีใบอนุญาตขับขี่ มีเพียงบัตรประชาชน แต่ยังคงยืนกรานอ้างตัวว่าเป็นข้าราชการตำรวจเช่นเดิม เจ้าหน้าที่จึงทำการทดสอบด้วยการสอบถามข้อมูลเชิงลึกว่าสังกัดอยู่หน่วยใด ซึ่งหญิงสาวมีท่าทีอึกอักก่อนตอบว่าอยู่ "หน่วย 6" พร้อมกับแจ้งชื่อ-นามสกุลของตนเองให้เจ้าหน้าที่ทราบ

ทว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำชื่อ-นามสกุลดังกล่าวไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ปรากฏว่า "ไม่พบข้อมูล" การรับราชการตำรวจแต่อย่างใด เมื่อถูกจับได้ว่าไม่มีชื่อในระบบ หญิงสาวเริ่มมีอาการหงุดหงิดและพยายามแถเพื่อเอาตัวรอด โดยท้าให้เจ้าหน้าที่ไปเสิร์ชหาชื่อเธอในกูเกิล (Google) พร้อมระบุให้ค้นหาคำว่า "คำสั่งแต่งตั้ง"

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแกล้งสอบถามต่อว่าเป็นคำสั่งแต่งตั้งของปีใด หญิงสาวกลับอ้างว่าเป็นคำสั่งปี 2568-2569 ซึ่งเป็นปีในอนาคต และจุดพีกที่สุดคือเมื่อเจ้าหน้าที่ถามย้ำว่าปัจจุบันเธออยู่ยศหรือระดับใด หญิงสาวกลับนิ่งอึ้งและตอบไม่ได้

ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พูดตอกหน้ากลับไปอย่างตรงไปตรงมาว่า "เป็นตำรวจยังไงไม่รู้ระดับตัวเอง" ทำให้หญิงสาวรายนี้ถึงกับไปไม่เป็นและจนมุมต่อหลักฐานในที่สุด ซึ่งพฤติกรรมการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหวังผลประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงความผิดนั้น ถือเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายมีความผิดทางกฎหมายเพิ่มเติมอีกด้วย