กองทัพไทยแจงปมช่องว่างปริศนารั้วชายแดนไทย-กัมพูชาที่โป่งน้ำร้อน ยันไม่ใช่ประตูเข้า-ออก แต่เป็นแผ่นปูนสำเร็จรูปไม่บรรจบกัน เตรียมเสริมเหล็ก-ปิดแผ่นปูนเพิ่มความแข็งแรง ส่วนหมุดหลักเขตจะมีบานพับกรอบเหล็กครอบไว้ให้พับขึ้นพับลงได้ คาดเสร็จสิ้น มิ.ย.นี้แน่นอน
วันที่ 3 มิ.ย. 69 เวลา 12.25 น. พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงกรณี "เพจเฟซบุ๊ก ดึกดำบรรพ์" โพสต์ภาพแนวกำแพงรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างกำแพง พร้อมระบุข้อความว่า "ชาวเน็ตตั้งคำถาม" รั้วชายแดนเพื่อความมั่นคง เหตุใดยังเห็นช่องเปิดอยู่
พลตรี วิทัยชี้แจงว่า แผ่นปูนกับโครงเหล็กที่ใช้ในการสร้างกำแพงจะมาแบบสำเร็จรูป สามารถนำไปติดตั้งได้ทันที ซึ่งการดำเนินการติดตั้ง เจ้าหน้าที่จะติดแยกจุดเพื่อให้แผ่นปูนและโครงเหล็กมาบรรจบกันเพื่อให้มีความรวดเร็วในการติดตั้ง เมื่อแผ่นปูนไม่บรรจบกัน จึงจำเป็นต้องทำแผ่นปูนขึ้นมาใหม่ พร้อมกับจำเป็นต้องมีเหล็กอีก 1 ชิ้น เข้าไปเสริมให้เกิดความแข็งแรงในช่องว่าง
พลตรี วิทัยยืนยันว่า ภาพดังกล่าวไม่ได้เป็นการสร้างประตูเข้า-ออกแต่อย่างใด แต่เป็นความยาวของกำแพงที่ไม่มาบรรจบกัน โดยกำแพงจะถูกออกแบบมาให้มีความยาวประมาณ 3 เมตร แต่ในภาพที่ปรากฏพบว่าพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวมีความยาวเกิน 3 เมตร จึงทำให้เกิดช่องว่าง ดังนั้นจำเป็นต้องทำอีก 1 แผ่นเพื่อมาปิดช่องว่าง
ทั้งนี้ การสร้างกำแพง หรือรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่โป่งน้ำร้อน จะมีส่วนที่สร้างคร่อมหมุดหลักเขต โดยจะอยู่ระหว่างกึ่งกลางของหมุดหลักเขตพอดี ไม่เกินออกไป แต่ไม่สามารถใช้ปูนโปะทับหมุดหลักเขตได้ จึงต้องออกแบบโครงเหล็ก และแผ่นปูนให้พอดีเพื่อเสียบติดไว้ และเมื่อจำเป็นต้องทำสิ่งใดกับหมุดหลักเขตก็จะใช้บานพับยกขึ้นมาได้ ซึ่งหมุดหลักเขตต้องเปิดได้ เนื่องจากกรมแผนที่ทหารทั้งไทยและกัมพูชาไม่ยอม และทั้งสองได้พูดคุยกันแล้วว่าหมุดหลักเขตไม่ควรมีอะไรที่เป็นวัสดุถาวรไปกลบ จึงต้องสร้างบานพับกรอบเหล็กให้พับขึ้นพับลงได้ หลังจากนั้นจะพิสูจน์ หรือจะทำอะไรกับหมุดหลักเขตก็ได้ ซึ่งจุดที่เป็นประเด็นอยู่ระหว่างหมุดหลักเขตที่ 52 และหมุดหลักเขตที่ 53
ทั้งนี้ ระยะทางการสร้างรั้วในพื้นที่ดังกล่าวมีความยาวอยู่ที่กว่า 1.3 กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 40 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เพราะปัจจุบันเหลือแค่นำแผ่นปูนและโครงเหล็กมาประกอบเข้าด้วยกัน
พลตรี วิทัยกล่าวด้วยว่า เสมือนการสร้างรั้วบ้าน มันไม่เท่ากันตลอด ซึ่งจะมีบางจุดที่เป็นรอยต่อ เราจึงต้องเติมในจุดนั้นให้เต็ม


