ปิดด่านมาเลเซียพ่นพิษหนัก ตัวแทนผู้เลี้ยงกุ้งสุดทน โพสต์เรียกร้องนายกฯ อนุทิน เร่งแก้ปัญหาด่วน หลังกุ้งล้นตลาดวันละ 30-50 ตันจนราคาดิ่งต่ำกว่าทุน แฉรัฐแก้ปัญหาล่าช้าเท่ากับเปิดทางให้นายทุนห้องเย็นฉวยวิกฤตกดราคาและกักตุนของถูก จี้ทบทวนนโยบายก่อนเกษตรกรไทยต้องสูญเสียอาชีพอย่างถาวร
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายปรีชา สุขเกษม คือ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาโพสต์ข้อความ เรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งแก้ไขวิกฤตจากการปิดด่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซียอย่างเร่งด่วน เนื่องจากช่องทางดังกล่าวและตลาดภายในประเทศคืออำนาจต่อรองสำคัญเพียงทางเดียวของเกษตรกรในการคานอำนาจกับกลุ่มทุนห้องเย็น
การปิดด่านส่งผลให้กุ้งล้นตลาดถึงวันละ 30-50 ตัน จนราคาตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มห้องเย็นสามารถกดราคาและกักตุนกุ้งได้อย่างไม่เป็นธรรม จึงขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและยุติการดำเนินนโยบายที่ล่าช้าหรือผิดพลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากการสูญเสียที่มั่นทางการตลาดก่อนที่จะต้องสูญเสียอาชีพนี้ไปทั้งประเทศ ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“#กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี
นาย อนุทิน ชาญวีรกุล
#ช่องทางเดียวที่ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย มีอำนาจต่อรอง คานอำนาจกับ ห้องเย็นผู้ส่งออกกุ้ง ไปต่างประเทศ(ห้องเย็น)
คือ ตลาดภายในประเทศ และตลาดประเทศเพื่อนบ้าน
_ตลาดกุ้งภายในประเทศ เริ่มเข้มแข็งที่ภาคกลาง จังหวัดฉะเชิงเทรา เรียกได้ว่า ฉะเชิงเทราโมเดล (ตลาดภายในประเทศ ที่สามรถ ส่งกุ้งออกไปถึงประเทศ เขมร ลาว )ราคากุ้งตลาดนี้แพงกว่าตลาดกุ้งที่มหาชัย 20-30บาทต่อกิโล
_แพมะลิหอม คือเครือข่ายแม่ค้าที่สามารถรวบรวมกุ้งคุณภาพดีส่งไปถึงมือผู้บริโภค จนสามารถ เพิ่มตลาดภายในประเทศประเทศได้ถึงปีละ200 000ตัน(ข้อมูลไม่เป็นทางการ
_ตลาดชายแดนไทย_มาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ ตามธรรมชาติ นับเป็นตลาดค้าขายชายแดน เป็นตลาดกองทัพมด ที่แลกเปลียนสินค้าไทยมาเลเซีย มายาวนานนับ100ปี มีข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ กุ้งไทยผ่านทางช่องทางนี้ ปีละ4000-6000ตัน (เกษตรกรไทยได้ขายกุ้ง คนมาเลเซีย ได้กินกุ้งราคาถูก)พอใจทั้งสองฝ่ายมาตลอด
#การที่ตลาดชายแดนไทยมาเลเซีย ปิดตัวลง
ผลที่ตามมาคือ กุ้งในประเทศไทย จะมีปริมาณเกินความจำเป็น วันละ30-50ตัน(รวมกุ้งที่ผ่านทางไปยังประเทศ สิงคโปร์) ปริมาณกุ้งส่วนนี้จะย้อนขึ้นมาแข่งขันกับ กุ้งภาคใต้ตอนบน กับกุ้งภาคกลาง (อุปสงค์_อุปทาน)
#ยิ่งแก้ปัญหาช้า สุดท้ายราคากุ้งไทยทั้งประเทศ ตกต่ำ กว่าต้นทุนการผลิต และส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องเลิกอาชีพเลี่ยงกุ้งไปเรื่อยๆ สุดท้าย ห้องเย็นรับซื้อกุ้งก็ไปขออนุญาต นำกุ้งต่างประเทศมาผลิตในนามกุ้งไทย อีก ในอดีต มีอธิบดีกรมประมงท่านหนึ่ง เคยอนุญาตให้นำเข้ากุ้ง (โดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ของเกษตรกร) เป็นสาเหตุทำลายน้ำหนัก การต่อรอง ระหว่าง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง กับห้องเย็น ขาดสมดุลย์ การต่อรองทางธุรกิจ จนเกษตรกรบางส่วนต้องเลิกเลี้ยงกุ้งไปหลายราย
สถาณการณ์ วันนี้ ที่มั่น ทางการตลาดสองทางสุดท้าย คือตลาด ภายในประเทศ
และตลาดประเทศเพื่อนบ้าน กำลังโดนทำลาย จาก นโยบายรัฐ ที่ผิดพลาดและล่าช้า ทำลายน้ำหนักการต่อรองฝั่งเกษตรกร กำลังโดนยกความได้เปรียบทั้งหมดไปให้ ห้องเย็นที่เหลือไม่กี่ราย ยืนยิ้มรอซื้อกุ้งคุณภาพดี ราคาถูก เพื่อเอาไปเสนอขาย เป็นของดีราคาถูก แข่งขันกันขายถูกกับประเทศอื่นๆ ที่มาตรฐานและต้นทุนต่ำกว่ากุ้งไทย ผ่านนโยบายรัฐ ที่ผิดพลาด และล่าช้าในการแก้ปัญหา
นโยบาย ปลากะพงแลก กุ้ง ที่มูลค่าทางการตลาดจริงๆ ห่างกันมากๆ เปรียบ
เหมือนรัฐบาลไทยเอากุ้งมังกร ตัวเท่าแขน ไปตกลูกปลากะพง ขนาดสี่นิ้ว มันไม่คุ้มค่าครับ,
ท่านนายก อนุทิน รัฐมนตรี ศุภจี รัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ ที่เคารพ ครับ
ท่านอย่าทำลายอาชีพเลี้ยงกุ้งของประเทศไทย ด้วย การขับเคลื่อน นโยบาย ที่ล้าช้า
และผิดพลาด มาเหมือนสมัย อธิบดีกรมประมง อนุญาต ให้นำกุ้งต่างประเทศเข้ามาแปรรูปแทนกุ้งไทย แล้วบอกว่ากุ้งไทยจะแพงขึ้นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยรวยขึ้น ที่ผ่านมาเหตุผลนี้ไม่จริงครับ ที่รวยขึ้นคือห้องเย็นครับ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยจนลง จนเหลือแค่เพียงตลาดภายในและตลาดเพื่อนบ้านที่ช่วยพยุ่งตลาดต่างประเทศเพราะ เหตุผลที่ว่าไม่สามารถแข่งขันได้ ครับ.
#วันนี้ ท่านต้องช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยด่วนครับ อีกสัปดาห์ จะมีการเจรจา ซึ้งผลไม่ทราบจะเป็นอย่างไร แต่ผลกระทบจากการปิดด่านของมาเลย์เซีย กุ้งที่เกษตรกรไทยมีอยู่ได้ตกไปอยู่ในมือห้องเย็นราคาต่ำกว่าทุนเกือบหมดแล้ว เพราะการหยุดซื้อสองสัปดาห์ เท่ากับห้องเย็นกักตุนกุ้งราคาถูกไว้ในบ่อเกษตรกร(ย้ำนะครับ ว่าการหยุดซื้อ สองสัปดาห์ คือการกักตุนกุ้ง รูปแบบหนึ่ง)ซึ่งไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรผู้เลี่ยงกุ้งไทย.
ช่วยกันส่งข้อมูลนี้ให้ถึง
_นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล
_รัฐมนตรีพาณิชย์ ศุภจี
_รััฐมนตรี เกษตรกรและสหกรณ์ ที่ควบคุมดูแลกรมประมง ด้วยนะครับ จะได้เป็นฐานข้อมูลพิจารณาตัดสินใจ“


