กลายเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ในแวดวงการศึกษา เมื่อนักวิจัยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังการรับทุนรัฐบาลไทยที่ต้องเผชิญกับข้อผูกพันยาวนานถึง 22 ปี และค่าปรับสูงถึง 45 ล้านบาท ชี้เงื่อนไขและสวัสดิการถูกปรับลดลงในภายหลังไม่เป็นไปตามที่โฆษณาจนต้องใช้ชีวิตประหยัดขั้นสุดเพื่อความอยู่รอด พร้อมฝากเตือนเยาวชนและผู้ปกครองอ่านสัญญาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
จากกรณีมีการนำเรื่องราวประสบการณ์การรับทุนของรัฐบาลไทย ของนายวิศรุต เปลี่ยนรอบ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ออกมาอัดคลิปเล่าประสบการณ์ตรงผ่านช่องยูทูบ "ห้องทดลองตึ๋งหนืด" เพื่อเป็นข้อมูลเตือนสติแก่นักเรียนและผู้ปกครองที่กำลังตัดสินใจเซ็นสัญญารับทุนรัฐบาลไทย
นายวิศรุตเปิดเผยว่า ในอดีตตนได้ตัดสินใจสละสิทธิ์จากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เพื่อมารับทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อปี 2551 เนื่องจากหวังในเงินเดือนและสวัสดิการรักษาพยาบาลครอบครัวตามที่โฆษณาไว้ แต่เมื่อเรียนจบและกลับมาบรรจุทำงานจริง กลับพบว่าเงินเดือนน้อยกว่าที่คิดไว้ถึง 2 เท่า และสวัสดิการต่างๆ ถูกปรับลดลงไปมาก เนื่องจากในสัญญามีข้อความตัวจิ๋วระบุระเบียบที่ยินยอมให้หน่วยงานปรับเปลี่ยนเงื่อนไขได้ในภายหลัง
ปัจจุบันนายวิศรุตมีข้อผูกพันต้องทำงานใช้ทุนนานถึง 22 ปี (เหลืออีก 19 ปี) และหากต้องการยกเลิกสัญญาจะต้องเผชิญค่าปรับมหาศาลสูงถึง 45 ล้านบาท ประกอบกับรายได้ที่น้อยกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันหลายเท่า ทำให้เจ้าตัวต้องเลือกใช้ชีวิตแบบ "ตึ๋งหนืด" ประหยัดขั้นสุด เช่น ทำอาหารแช่แข็งรับประทานเองทั้งสัปดาห์ ตัดผมเอง รวมถึงเลิกเปิดแอร์และเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อลดค่าไฟ
ทั้งนี้ นายวิศรุตได้ทิ้งท้ายเตือนใจเยาวชนรุ่นหลังว่า ก่อนจะเซ็นสัญญารับทุนใดๆ ควรคิดให้รอบคอบ ปรึกษาผู้รู้ให้รอบด้าน และอ่านเงื่อนไขอย่างละเอียด เพราะเป็นข้อผูกพันระยะยาวที่จะเปลี่ยนชีวิตไปอีกหลายสิบปี


