xs
xsm
sm
md
lg

เปแอสเชแม่นโทษ เฉือนอาร์เซนอล 4-3 ป้องกันแชมป์ UCL สำเร็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เฉือนชนะอาร์เซนอลในการดวลจุดโทษ คว้าถ้วยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมจารึกชื่อเป็นทีมที่สองในยุคใหม่ของรายการที่ทำได้ต่อจากเรอัล มาดริด

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามปุสกัส อารีนา กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี จบลงด้วยชัยชนะของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (เปแอสเช) ซึ่งเอาชนะ อาร์เซนอล ในการดวลจุดโทษ 4-3 หลังเสมอกัน 1-1 ช่วง 90 นาที และต่อเวลาอีก 30 นาที ส่งผลให้ยอดทีมจากฝรั่งเศสป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่สองติดต่อกัน
เกมเริ่มต้นอย่างดุเดือด โดยอาร์เซนอลออกนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 6 เมื่อ ไค ฮาร์แวร์ตซ์ ซัดประตูแรกของเกมพาทีม “ปืนใหญ่” ขึ้นนำ 1-0 ท่ามกลางความกดดันต่อแชมป์เก่า

อย่างไรก็ตาม เปแอสเชกลับมาสู่เกมได้ในครึ่งหลัง เมื่อ ควิชา ควารัตสเคเลีย เรียกจุดโทษให้ทีมได้ในนาทีที่ 62 ก่อนที่ อุสมาน เดมเบเล จะสังหารไม่พลาด ช่วยให้ทีมตีเสมอเป็น 1-1 จนจบ 90 นาที และแข่งต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที
แม้ทั้งสองทีมจะเปิดเกมแลกกันอย่างสูสี แต่ไม่สามารถหาประตูเพิ่มได้ ทำให้ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษ

ช่วงดวลจุดโทษ 4 คนแรกต่างฝ่ายต่างพลาดคนละครั้ง เสมอกันที่ 3-3 มาถึงคนที่ 5 คนสุดท้าย ลูคัส เบรัลโด ของเปแอสเช ยังเข้าไป นำเป็น 4-3 ขณะที่ กาเบรียล มากัลยอส กองหลังชาวบราซิลของอาร์เซนอล ซึ่งเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดเกม ยิงข้ามคาน ส่งผลให้เปแอสเชคว้าชัยและป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ


ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เปแอสเชกลายเป็นเพียงทีมที่สองนับตั้งแต่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกปรับโฉมและเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันในปี 1992 ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ 2 ปีติดต่อกัน ต่อจาก เรอัล มาดริด เจ้าของแชมป์รายการนี้ 15 สมัย

ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอนริเก เปแอสเชได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลยุโรปยุคใหม่ หลังสร้างความสำเร็จต่อเนื่องและตอกย้ำสถานะมหาอำนาจลูกหนังของทวีปอย่างเต็มภาคภูมิ

หลังเสียงนกหวีดสุดท้าย แฟนบอลฝั่งเปแอสเชจุดพลุแฟลร์ฉลองชัย ขณะที่นักเตะวิ่งฉลองกันทั่วสนาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้ม ส่วนอาร์เซนอลต้องพบกับความผิดหวังอย่างเจ็บปวดหลังพลาดแชมป์ไปอย่างหวุดหวิด