xs
xsm
sm
md
lg

เทียบชัด 2 คดีดัง! สังคมตั้งคำถามจริยธรรม ‘ผอ.ป.ป.ช.’ ชนแล้วหนี สวนทางบรรทัดฐาน ‘เสี่ยเบนซ์’ ที่ยอมรับผิดแบบ 100%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ กรณีผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ก่อเหตุขับรถกระบะชนไรเดอร์เสียชีวิตแล้วหลบหนี ก่อนจะมีเพื่อนพยายามรับสมอ้างเป็นคนขับแทน ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถูกสังคมนำไปเปรียบเทียบกับคดีประวัติศาสตร์อย่าง “เสี่ยเบนซ์” ชนครอบครัวตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2562 ที่ผู้ก่อเหตุแสดงความรับผิดชอบขั้นสูงสุดจนกลายเป็นบรรทัดฐานของสังคม สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างด้านวุฒิภาวะและสามัญสำนึกหลังเกิดเหตุอย่างสิ้นเชิง

จากเหตุการณ์ “นายจรงค์ เกาะเหมาะ” ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ขับรถกระบะชนท้ายรถจักรยานยนต์ของไรเดอร์จนเสียชีวิตบนสะพานข้ามถนนรัตนาธิเบศร์ ประเด็นที่ทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงใจไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุ แต่คือ "พฤติกรรมหลังเกิดเหตุ" โดยพบว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้หยุดรถให้ความช่วยเหลือในทันที แต่พยายามขับหลบหนีจนกระทั่งรถยางแตกไปต่อไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในคืนเกิดเหตุยังมีบุคคลใกล้ชิดพยายามสวมรอยรับผิดแทน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุตัวจริงจะเข้ามอบตัวพร้อมทนายความในอีก 2 วันต่อมา พร้อมมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น 500,000 บาท

พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สังคมออนไลน์ นำคดีนี้ไปเปรียบเทียบกับคดีดังเมื่อเดือนเมษายน ปี 2562 กรณี นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ หรือ "เสี่ยเบนซ์" เมาแล้วขับพุ่งชนรถของ พ.ต.ท.จตุพร (รอง ผกก.ป.) จนเป็นเหตุให้รอง ผกก. และภรรยาเสียชีวิต

ในคดีของเสี่ยเบนซ์ แม้จะเป็นความผิดพลาดร้ายแรงจากความเมา แต่หลังสร่างเมาและรับทราบเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริง ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาโดยไม่จ้างทนายเพื่อใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายสู้คดี แสดงความสำนึกผิดด้วยการบวชหน้าไฟ ประกาศเลิกดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต และชดใช้เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตรวมกว่า 45 ล้านบาท

พร้อมรับปากส่งเสียดูแลบุตรสาวของผู้เสียชีวิตจนกว่าจะเรียนจบ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้ศาลฎีกาพิพากษา "รอลงอาญา" และเปลี่ยนกระแสสังคมจากการรุมประณามเป็นการชื่นชมในความรับผิดชอบ

บทสรุปของการเปรียบเทียบทั้ง 2 คดีนี้ ได้สะท้อนภาพที่ย้อนแย้งในสังคมไทยอย่างชัดเจน เมื่อคดีหนึ่งผู้ก่อเหตุเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในองค์กรปราบปรามการทุจริต ซึ่งควรมีมาตรฐานทางจริยธรรมและการปฏิบัติตามกฎหมายขั้นสูง กลับมีพฤติการณ์พยายามหลบหนีและเลี่ยงความผิดในเบื้องต้น

แตกต่างจากคดีของภาคเอกชนที่เลือกใช้ความกล้าหาญในการยอมรับผิดและการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อชดเชยความสูญเสีย