เปลี่ยนความเข้าใจใหม่ โรคจิตเวชอันดับ 1 ของคนไทยไม่ใช่ "ซึมเศร้า" แต่คือ "โรควิตกกังวล" อาการใจสั่น หายใจไม่อิ่ม หรือการกังวลไปล่วงหน้า อาจไม่ใช่เพราะคุณแค่เป็นคนคิดมาก แต่เป็นเพราะ 'ระบบเตือนภัยในสมองทำงานไวเกินไป' จนขโมยความสุขในชีวิตเราไปทีละนิด! ลองมาเช็กลิสต์ 7 โรคย่อยในกลุ่มนี้ พร้อมวิธีรักษา
วันนี้ (27 พ.ค.) เพจ “คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา“ โดย นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ ออกมาโพสต์ข้อความ ชี้โรคจิตเวชที่พบมากเป็นอันดับ 1 ของคนไทยในปัจจุบันไม่ใช่โรคซึมเศร้า แต่คือกลุ่มโรควิตกกังวล (Anxiety Disorders) ซึ่งเกิดจากระบบเตือนภัยในสมองทำงานไวเกินปกติ ทำให้ร่างกายและจิตใจตอบสนองต่อภัยคุกคามที่ประเมินสูงกว่าความเป็นจริงจนเกิดอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม หรือนอนไม่หลับ
โดยครอบคลุม 7 โรคย่อยตามลักษณะความกลัว (เช่น โรควิตกกังวลทั่วไป โรคแพนิก และโรคกลัวการเข้าสังคม) ทั้งนี้ ความน่ากลัวที่สุดของโรคกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ที่ความทรมานจากอาการทางกาย แต่เป็นการบีบบังคับให้ผู้ป่วยเกิดพฤติกรรมหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ จนสูญเสียพื้นที่และอิสรภาพในการใช้ชีวิต
อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาได้ ผ่านการทำจิตบำบัด (CBT) การปรับพฤติกรรม และการใช้ยา ดังนั้น ผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะนี้จึงควรเลิกโทษตัวเองว่าคิดมาก และหันมาเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อทวงคืนชีวิตที่เป็นปกติกลับคืนมา ทั้งนี้ ทาง “นพ.เจษฎา” ได้ระบุข้อความว่า
“โรคจิตเวชอันดับ 1 ของคนไทย (ไม่ใช่ซึมเศร้า!)
มีโรคอะไรบ้าง น่ากลัวแค่ไหน? และเป็นอย่างไร?
ถ้าถามว่าโรคจิตเวชที่คนไทยเป็นมากที่สุดคืออะไร หลายคนอาจนึกถึง “โรคซึมเศร้า” แต่ล่าสุดท่านโฆษกกรมสุขภาพจิตได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการของคุณวู้ดดี้ว่า โรคที่พบมากที่สุดกลับเป็น “กลุ่มโรควิตกกังวล” หรือ Anxiety Disorders ครับ
โรควิตกกังวลไม่ใช่แค่การคิดมาก แต่คือภาวะที่ระบบเตือนภัยในสมองทำงานไวเกินไป เหมือนสัญญาณกันขโมยที่ดังขึ้นทั้งที่ยังไม่มีโจรเข้าบ้าน ทำให้เกิดอาการได้ทั้งทางใจและทางกาย เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม มือสั่น ปวดท้อง นอนไม่หลับ หรือรู้สึกเหมือนเรื่องร้ายกำลังจะเกิดขึ้นครับ
แล้วกลุ่มโรควิตกกังวลมีอะไรบ้าง?
1. โรควิตกกังวลทั่วไป - Generalized Anxiety Disorder หรือ GAD คือกังวลแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่งาน เงิน สุขภาพ ครอบครัว ไปจนถึงอนาคต เหมือนสมองเปิดหลายแท็บพร้อมกันและปิดไม่ได้ครับ
2. โรคแพนิก - Panic Disorder คืออาการใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เวียนหัว มือชา หรือรู้สึกเหมือนจะตาย จนหลายคนคิดว่าตัวเองหัวใจวายครับ
3. โรคกลัวเฉพาะอย่าง - Specific Phobia เช่น กลัวที่สูง กลัวที่แคบ กลัวเข็ม กลัวเลือด กลัวสัตว์ หรือกลัวการขึ้นเครื่องบิน จนเริ่มหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นอย่างมากครับ
4. โรควิตกกังวลทางสังคม - Social Anxiety Disorder ไม่ใช่แค่ขี้อาย แต่คือกลัวการถูกมอง ถูกตัดสิน หรือทำอะไรผิดพลาดต่อหน้าคนอื่น จนการเข้าสังคมกลายเป็นเรื่องหนักมากครับ
5. โรคกลัวสถานที่ที่หนีออกยาก - Agoraphobia เช่น ห้าง รถโดยสาร ลิฟต์ โรงหนัง หรือที่คนเยอะๆ เพราะกลัวว่าถ้าเกิดอาการขึ้นมาจะออกไม่ได้หรือไม่มีใครช่วยครับ
6. โรควิตกกังวลจากการแยกจาก - Separation Anxiety Disorder คือกลัวมากผิดปกติเมื่อต้องห่างจากคนสำคัญ กลัวเขาจะเป็นอะไร กลัวสูญเสีย หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อไม่ได้อยู่ใกล้กันครับ
7. ภาวะเลือกไม่พูดในบางสถานการณ์ - Selective Mutism มักพบในเด็ก คือพูดได้ปกติในบางที่ เช่น ที่บ้าน แต่เมื่ออยู่โรงเรียนหรืออยู่ต่อหน้าคนบางกลุ่มกลับพูดไม่ได้ เพราะความกังวลเหมือนกดปุ่มปิดเสียงในใจครับ
หัวใจร่วมของโรคเหล่านี้คือ สมองประเมินภัยสูงกว่าความจริง และร่างกายตอบสนองเหมือนกำลังเจออันตราย ทั้งที่อันตรายนั้นอาจเป็นเพียงความเป็นไปได้ในอนาคต สายตาของคนอื่น หรือจินตนาการของสมองเอง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคในกลุ่มนี้ก็คือ… มันไม่ได้ทำให้เราทรมานแค่ตอนใจสั่น แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่มเท่านั้น แต่มันค่อยๆ สอนให้เราหลีกเลี่ยงชีวิต จากไม่กล้าขับรถ ไม่กล้าเข้าห้าง ไม่กล้าขึ้นลิฟต์ ไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้า ไปจนถึงวันหนึ่งที่เราอาจไม่กล้าออกจากบ้าน และพบว่าไม่ใช่โลกภายนอกที่ขังเราไว้ แต่เป็นความกลัวในใจที่ค่อยๆ ยึดพื้นที่ชีวิตของเราไปทีละนิดครับ
ข่าวดีก็คือกลุ่มโรควิตกกังวลมันสามารถรักษาได้ครับ ทั้งด้วยจิตบำบัดอย่าง CBT การฝึกหายใจ การค่อยๆ เผชิญสิ่งที่กลัว การปรับการนอน ลดกาเฟอีน และบางรายอาจใช้ยาตามความเหมาะสม ดังนั้นถ้าเราเป็นคนหนึ่งที่คิดวน นอนไม่หลับ ใจสั่น หรือใช้ชีวิตเหมือนกำลังรอเรื่องร้ายเกิดขึ้น อย่าเพิ่งดุตัวเองว่า “ทำไมคิดมากจัง” แต่อาจลองบอกตัวเองว่า “ใจเราคงเหนื่อยมานานแล้ว และถึงเวลาที่เราควรดูแลมันอย่างจริงจัง” ครับ"


