สะเทือน! อดีตทหารวัย 31 ปี คนขับแท็กซี่จิตอาสา ถูกแก๊งแท็กซี่ป้ายดำเกาะสมุยรุมทำร้าย-ยิงดับคาพวงมาลัย ปมรับส่งผู้โดยสารข้ามเขต ทั้งที่ยอมจ่ายส่วยรายเดือนแล้ว ขณะครอบครัวหวั่นคดีไม่โปร่งใส หลังตำรวจอ้างกล้องวงจรปิดเสีย แต่มีคลิปเผยชายเกือบ 10 คนรุมทำร้าย ด้านภรรยาอุ้มลูกวัย 1 เดือนหนีออกจากพื้นที่ ก่อนร้อง “สายไหมต้องรอด” ขอความเป็นธรรม
วันนี้ (26 พ.ค.) กลายเป็นประเด็นสะเทือนขวัญที่ผู้คนบนโลกโซเชียลฯ กำลังให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อเพจ "เครือข่ายพิทักษ์สังคม" ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดสลดของ นายศิขรินทร์ อายุ 31 ปี อดีตทหารและคนขับแท็กซี่จิตอาสาดีกรีน้ำดี ที่ถูกกลุ่มอิทธิพลมาเฟียแท็กซี่ป้ายดำในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รุมทำร้ายร่างกายและกระหน่ำยิงจนเสียชีวิตอย่างทารุณต่อหน้านักท่องเที่ยว ทว่าคดีกลับส่อแววมีเงื่อนงำจนครอบครัวผู้สูญเสียต้องอยู่อย่างหวาดผวา
ชนวนเหตุในครั้งนี้เกิดขึ้นกลางดึกคืนวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ตายขับรถแท็กซี่ไปส่งผู้โดยสารที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเกาะสมุย หลังจากส่งลูกค้าเสร็จกลับถูกกลุ่มชายฉกรรจ์แท็กซี่ป้ายดำเกือบ 10 คน กรูเข้ามาปิดล้อมรถและเปิดประตูรุมทำร้ายอย่างป่าเถื่อน ทั้งใช้ไม้เบสบอลตีและรุมกระทืบ และในระหว่างที่ผู้ตายพยายามจะขับรถหนีเนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นซอยตัน หนึ่งในกลุ่มคนร้ายกลับชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่หน้าอกของผู้ตายถึง 5 นัดซ้อน จนเสียชีวิตคาพวงมาลัยและทำให้รถเสียหลักพุ่งชนกำแพง ซึ่งทางญาติระบุว่าปมความขัดแย้งมาจากการรับส่งผู้โดยสารข้ามเขต
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้ตายยอมจ่ายเงินส่วยอิทธิพลรายเดือน เดือนละ 3,500 บาท เพื่อตัดปัญหาและทำมาหากินอย่างสงบแล้ว แต่ก็ยังถูกกลั่นแกล้งจนถึงขั้นเอาชีวิต
โดยความเจ็บปวดของครอบครัวยิ่งซ้ำเติมหนักขึ้น เมื่อกระบวนการทางคดีส่อแววไม่โปร่งใส โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด แจ้งกับทางญาติว่ากล้องวงจรปิดในพื้นที่เสียทั้งหมด ไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์ได้ พร้อมทั้งระบุว่าผู้ก่อเหตุมีเพียงคนเดียวและได้นั่งเรือสปีดโบ๊ตหลบหนีออกจากเกาะสมุยไปแล้ว แต่จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อมีพลเมืองดีแอบบันทึกคลิปวิดีโอในนาทีเกิดเหตุเอาไว้ได้ ซึ่งในคลิปปรากฏภาพกลุ่มมาเฟียเกือบ 10 คนรุมล้อมทำร้ายผู้ตายถึงในรถอย่างโหดเหี้ยม สวนทางกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงอย่างสิ้นเชิง
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบวกกับมีสายปริศนาโทรศัพท์ลวงญาติไปยังจุดเกิดเหตุ ทำให้ภรรยาของผู้เสียชีวิตรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรง จนต้องตัดสินใจอุ้มลูกสาววัยเพียง 1 เดือนหนีตายอพยพออกจากพื้นที่เกาะสมุยทันที ก่อนจะส่งตัวแทนญาติเดินทางเข้าร้องเรียนกับเพจ "สายไหมต้องรอด" เพื่อขอความเป็นธรรม รื้อคดีให้มีความโปร่งใส และประสานงานไปยังกองปราบปรามให้ช่วยเร่งล่าตัวแก๊งอิทธิพลกลุ่มนี้มาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
คลิกชมคลิปวีดีโอ


