เมื่อพี่ชายเสียชีวิตกะทันหัน ทิ้งมรดกเงินสด 9 ล้านบาทและคอนโดฯ ไว้เบื้องหลัง แต่สถานะ "ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส" ทำให้อาแท้ๆ หวาดระแวง หวั่นสมบัติถูกผลาญจนหลาน 6 ขวบไม่เหลืออะไร จึงเตรียมร้องศาลขอเป็น "ผู้จัดการมรดกร่วม" เพื่อคุมเข้มทุกการเบิกจ่าย งานนี้ทำเอาโซเชียลเสียงแตก สรุปแล้วนี่คือความหวังดีเพื่อปกป้องสายเลือด หรือเป็นการล้ำเส้นก้าวก่ายสิทธิคนเป็นแม่? พร้อมเปิดข้อกฎหมายชัดๆ สิทธิการจัดการสมบัตินี้... ควรตกเป็นของใคร!
กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ขอคำปรึกษาปัญหาครอบครัว หลังพี่ชายเสียชีวิตกะทันหัน ทิ้งมรดกเป็นเงินสด 9 ล้านบาทและคอนโดมิเนียม 1 ห้องไว้เบื้องหลัง นำมาสู่ข้อพิพาทเมื่อผู้เป็น "อา" ต้องการยื่นร้องต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับภรรยาของผู้ตายซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรส เนื่องจากเกรงว่าทรัพย์สินจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และไม่ตกถึงมือหลานวัย 6 ขวบ
โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความระบุว่า ผู้ตายมีบุตรวัย 6 ขวบ 1 คน ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร และมารดาของเด็กเป็นภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทางฝั่งน้องสาวผู้ตาย (อา) ระบุชัดเจนว่าไม่มีเจตนาแย่งชิงทรัพย์สิน แต่มีความกังวลอย่างหนักเรื่องการบริหารจัดการเงินของฝ่ายมารดา โดยเกรงว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เล่นการพนัน ลงทุนแชร์ลูกโซ่ หรือนำไปใช้จ่ายกับครอบครัวใหม่ในอนาคต จึงต้องการขอสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกร่วม เพื่อให้มีอำนาจในการเซ็นรับทราบและตรวจสอบทุกธุรกรรมการเบิกถอนเงินและการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียม
ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้เกิดการถกเถียงในวงกว้าง โดยกระแสสังคมแตกออกเป็นสองทิศทาง ฝ่ายหนึ่งแสดงความเห็นใจและเข้าใจความกังวลของญาติฝั่งบิดา เนื่องจากทรัพย์สินมีมูลค่าสูง การมีผู้ใหญ่คอยช่วยตรวจสอบถือเป็นหลักประกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์และอนาคตของเด็ก ขณะที่อีกฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำของอาเป็นการก้าวก่ายสิทธิความเป็นมารดาอย่างชัดเจน และการตั้งเงื่อนไขให้ต้องเซ็นรับทราบร่วมกันอาจสร้างอุปสรรคอย่างมาก หากในอนาคตมารดาและเด็กมีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม ทางกฎหมายได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า แม้บิดาจะไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร แต่หากมีพฤติการณ์รับรองบุตรทางพฤตินัย เช่น การส่งเสียเลี้ยงดูหรือให้ใช้นามสกุล เด็กจะถือเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่ 1 ซึ่งมีสิทธิรับมรดกทั้งหมดของผู้ตาย ในขณะที่ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะไม่มีสิทธิในมรดกส่วนตัวของผู้ตาย ยกเว้นทรัพย์สินที่พิสูจน์ได้ว่าทำมาหาได้ร่วมกัน
นอกจากนี้ กฎหมายยังมีกลไกคุ้มครองทรัพย์สินของผู้เยาว์อย่างรัดกุม โดยผู้ปกครองไม่สามารถนำเงินของผู้เยาว์ไปใช้จ่ายส่วนตัวตามอำเภอใจได้ การทำธุรกรรมสำคัญหรือการเบิกจ่ายเงินจำนวนมาก มารดาจำเป็นต้องยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตจากศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งศาลจะพิจารณาอย่างละเอียดว่าการเบิกจ่ายนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กหรือไม่ ดังนั้น แม้อาจะไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกร่วม ทรัพย์สินของเด็กก็ยังคงได้รับความคุ้มครองตามกระบวนการทางกฎหมายอยู่แล้ว


