“เอียม ราวุธ” อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังชาติกัมพูชา ถูกศาลตัดสินจำคุก 3 ปี ปรับ 5 ล้านเรียล หมิ่นกษัตริย์ “สีหมุนี” ว่าไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาชายแดน พร้อมวิจารณ์ “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” นิ่งเฉยต่อการเคลื่อนไหวของทหารไทย
วันที่ 22 พ.ค. Khmer Times สื่อมวลชนกัมพูชา รายงานว่า ศาลแขวงพนมเปญได้พิพากษาลงโทษอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคพลังชาติ (Nation Power Party - NPP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน โดยสั่งจำคุกเป็นเวลา 3 ปี และปรับเป็นเงิน 5 ล้านเรียล (ประมาณ 40,750 บาท) ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นเรื่องพรมแดน
ผู้พิพากษา ต็อบ ชุนซง (Top Chhunsong) ระบุชื่อผู้กระทำความผิดคือ นายเอียม ราวุธ (Eam Ravuth) อายุ 40 ปี อดีตรองหัวหน้าคณะกรรมการบริหารชั่วคราวของพรรค NPP ประจำเขตโพธิ์แสนชัย (Por Senchey) ในกรุงพนมเปญ
"ศาลแขวงพนมเปญขอตัดสินจำคุกจำเลย เอียม ราวุธ เป็นเวลา 3 ปี และสั่งปรับเป็นเงิน 5 ล้านเรียลเพื่อนำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน" ผู้พิพากษาชุนซงกล่าวขณะอ่านคำพิพากษา
นายราวุธถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 437 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หลังจากที่เขาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568
เอกสารของศาลระบุว่า หลังจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทยเมื่อวันที่ 24-28 กรกฎาคมปีที่แล้ว นายราวุธได้ใช้เฟซบุ๊กอยู่บ่อยครั้งเพื่อวิพากษ์วิจารณ์นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี โดยเขามองว่าทั้งสองนิ่งเฉยต่อการเคลื่อนไหวของกองทัพไทย นอกจากนี้เขายังประณามการวางเฉยของผู้นำทั้งสอง หลังจากที่กองกำลังฝ่ายไทยได้ยิงปืนใหญ่เข้ามาในดินแดนกัมพูชา ทำให้ปราสาทโบราณบริเวณชายแดนได้รับความเสียหาย และจับกุมทหารกัมพูชาไป 18 นาย
สำนวนคดียังระบุอีกว่า นายราวุธได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี โดยกล่าวหาว่าพระองค์ทรงไร้ประสิทธิภาพและล้มเหลวในการช่วยแก้ไขปัญหาของชาติ เนื่องจากพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปประเทศจีนบ่อยครั้งเพื่อรับการตรวจรักษาพระอาการประชวร
ในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมปีที่แล้ว นายราวุธได้สารภาพว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง แต่ยังคงยืนยันว่าโพสต์เหล่านั้นเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้รัฐธรรมนูญ
ทางด้าน นายเจือง เจืองงี (Choung Choungy) ทนายความฝ่ายจำเลยของนายราวุธ กล่าวว่า ลูกความของเขาปฏิเสธคำตัดสินนี้และได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว
"ลูกความของผมไม่เห็นด้วยกับบทลงโทษดังกล่าว เขาจึงตัดสินใจที่จะยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเขา" นายเจืองงีกล่าว พร้อมเสริมว่าในขณะนี้ได้จัดเตรียมเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว


