ดราม่าเดือดสนั่นโซเชียล! เมื่อนักร้องหนุ่ม "ป๊อบ ปองกูล" สุดทน ออกมาฟาดสื่อช่องดังซัดใช้ AI เรียบเรียงข่าวมั่วจนสร้างความเสียหาย แถมพอทัวร์ลงกลับลบโพสต์หนี ทิ้งไว้แค่คำแก้ตัวอ้าง "หิวยอดเอนเกจ" งานนี้ทำเอาคนวงการสื่ออย่าง "ระวี ตะวันธรงค์" นั่งไม่ติด ออกมาเตือนสติเพื่อนร่วมวิชาชีพ สื่อกำลังจะตายเพราะความโลภและการใช้เทคโนโลยีอย่างไร้จรรยาบรรณ ไม่ใช่เพราะ AI แย่งงาน
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เมื่อนักร้องหนุ่มชื่อดัง "ป๊อบ - ปองกูล สืบซึ้ง" ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ติติงการทำงานของสื่อช่องดังอย่าง amarintvhd หลังจากพบว่ามีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับตนในทางเสียหายและมีข้อความอันเป็นเท็จจำนวนมาก
โดยนักร้องหนุ่มระบุว่า สื่อดังกล่าวใช้ AI ในการเรียบเรียงข้อมูลจนมั่ว และเมื่อตนเข้าไปเห็น ทางเพจกลับปิดคอมเมนต์พร้อมลบโพสต์หนีทันที ทำให้เกิดคำถามถึงจรรยาบรรณและมาตรฐานในการทำงาน
นอกจากนี้ ป๊อบ ปองกูล ยังได้โพสต์เพิ่มเติมสะท้อนถึงเบื้องหลังคำแก้ตัวของทีมงาน โดยระบุใจความว่า การอ้างว่า “น้องคนตัดต่อนั่งร้องไห้” “บก. เป็นคนสั่งและ approved” หรือ “เพราะอยากได้เอนเกจเมนท์ และทำเป็นซีรีส์ของดาราอีกหลายคน” นั้น เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวและไม่ได้นึกถึงคนที่ได้รับความเสียหายจากข่าวดังกล่าว
พร้อมทิ้งท้ายว่ากว่าตนจะข้ามผ่านมรสุมชีวิตมาได้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก และการเปิดเผยหน้าตาและข้อมูลที่บิดเบือนในครั้งนี้ ตนไม่ใช่ผู้เสียหายเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน
ล่าสุด วันนี้ (22 พ.ค.) ระวี ตะวันธรงค์ ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยสะท้อนถึงวิกฤตจรรยาบรรณของ "สื่อสารมวลชน" ในยุคปัจจุบันที่กำลังติดกับดักอัลกอริทึม โดยมุ่งเน้นการสร้างยอดเอนเกจเมนต์และยอดวิวระยะสั้นจากการปั่นดราม่า บิดเบือนข้อเท็จจริง และการใช้ AI ผลิตข่าวอย่างไร้ความรับผิดชอบ
ซึ่งแท้จริงแล้วพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการทำลาย "ความน่าเชื่อถือ" (Trust) และ "เครดิต" ของแบรนด์สื่อในระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในระบบเศรษฐกิจฐานความไว้วางใจ (Trusted Economy) ที่สปอนเซอร์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ใช้เป็นมาตรฐานในการเลือกสนับสนุน สื่อจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานใหม่โดยไม่ใช้เอนเกจเมนต์เป็น KPI สูงสุด เพราะหากยังปล่อยให้ความโลภนำทาง วิชาชีพสื่ออาจต้องล่มสลายลงไม่ใช่เพราะถูก AI แย่งงาน แต่เป็นเพราะทำลายความเชื่อใจของสังคมไปจนหมดสิ้น พร้อมกันนี้ผู้เขียนยังได้ส่งกำลังใจให้ "ป๊อบ ปองกูล" ที่ตกเป็นเหยื่อของการนำเสนอข่าวในลักษณะนี้ด้วย ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความ ว่า
“ผมเคยเขียนเรื่อง “Influencer” ที่เอายอดวิวมาก่อนความรับผิดชอบ
วันนี้คงต้องพูดถึง “สื่อ” ด้วยเหมือนกัน…
หลายสำนักข่าวกำลังเข้าใจผิดว่า
“Engege = ความสำเร็จ”
ทั้งที่ในโลกสื่อจริง ๆ
Engege อาจสร้างยอดวิวระยะสั้น
แต่ทำลาย #ความน่าเชื่อถือ ระยะยาว
และสิ่งที่หลายคนยังไม่เข้าใจคือ
สุดท้ายแล้ว “Trusted Economy” ต่างหาก ที่แปลงเป็นรายได้จริง
ไม่ใช่ยอดด่า ยอดเม้น ยอดแชร์จากความโกรธ
วันนี้สื่อจำนวนมากกำลังติดกับดัก #อัลกอริทึมเก่า !!!
พาดหัวแรงไว้ก่อน
ตัดคลิปให้คนเข้าใจผิดไว้ก่อน
โยนประเด็นครึ่งเดียวให้คนรุมไว้ก่อน
เพราะคิดเองว่า “Attention“ (อารมณ์) ทำยอดดีที่สุด
แต่ปัญหาคือ ยอดเหล่านั้นไม่ได้สร้าง “คุณค่า” ให้แบรนด์สื่อเลย
เมื่อวานได้คุยกับ Head of Google APAC
เขาเข้ามาคุยกับองค์กรวิชาชีพสื่อเพราะ ”Trust”
ส่วน Advertiser ไม่ได้อยากอยู่กับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความ toxic ถึงแม้ยังต้องการช่องที่มียอดดี
แต่เขาก็มี Safety Standard ที่ใช้เลือกแบรนด์อยู่
สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือการเอา AI มาใช้แบบไร้จรรยาบรรณ (ถ้าเป็นเรื่องจริง ถ้าไม่จริงก็ขอให้ระวังกัน)
ใช้ AI เรียบเรียงข่าวให้ดราม่าขึ้น
ใช้ AI สรุปข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ
ใช้ AI ปั้นอารมณ์แทนข้อเท็จจริง
สุดท้าย “ต้นทุนการผลิตข่าว” อาจถูกลง
แต่ “ต้นทุนความเสียหายต่อสังคม” กลับสูงขึ้นแทน
สื่อบางแห่งอาจได้ยอด reach เพิ่ม
แต่กำลังเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปแบบไม่รู้ตัว
คือ “เครดิต”
เชื่อเหอะ โคตรไม่คุ้มเลยครับพี่ๆๆ
และเมื่อเครดิตพัง
ต่อให้มีคนดูเป็นล้าน
ก็ไม่ได้แปลว่า ความน่าเถือหาย รายได้ก็หดอยู่ดี
ผมคิดว่าวงการสื่อต้องเริ่มสร้างบรรทัดฐานใหม่ร่วมกันว่า
“Engege ไม่ใช่ KPI สูงสุดของวิชาชีพ”
และ “Platform ก็ไม่ได้จ่ายให้กับ Engage แบบนี้”
เพราะถ้าสื่อยังวัดความสำเร็จจากยอดดราม่า
สุดท้ายเราจะได้สังคมที่เต็มไปด้วยข่าวที่คนอยากด่า
แต่ไม่มีข่าวที่ช่วยให้คน “เข้าใจความจริงและเชื่อใจ“
และวันนั้น
สื่อจะไม่ได้ตายเพราะ AI
แต่จะตายเพราะความโลภของตัวเอง
*ในฐานะมนุษย์คนนึงที่มีบาดแผลเหมือนคนทั่วไป ของส่งกำลังใจให้คุณป๊อบ Pongkool ครับ
———-
ระวี ตะวันธรงค์
กรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ
ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
ที่ปรึกษา สมาคมนักข่าวิทยุโทรทัศน์ไทย“


