หลังจากเหตุการณ์ “สุชาติ ชมกลิ่น” ปะทะคารมและเดินชนไหล่นักข่าว ด้าน “รักชนก ศรีนอก” โพสต์วิเคราะห์สับเละ ชี้พฤติกรรมขู่ฟ้องปิดปากและคุกคามสื่อไม่เพียงแต่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม แต่กำลังดึงประเทศไทยให้ห่างไกลจากมาตรฐาน OECD และ FTA ยุโรป พร้อมกระทุ้งนายกฯ ต้องมีบทลงโทษ ไม่ใช่แค่ปล่อยให้ยกมือไหว้แล้วจบ
กลายเป็นประเด็นดรามาหลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินชนไหล่นักข่าวขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนและได้มีการปะทะคารมกับนักข่าวหลังถูกจี้หลายคำถาม โดยเฉพาะประเด็นไม่ยอมตรวจสอบกรมควบคุมมลพิษ จึงเกิดเหตุการณ์ที่ “นายสุชาติ” เดินชนนักข่าว พร้อมพูดทิ้งท้ายว่า “มึงรู้จักกูน้อยไป”
ต่อมานายสุชาติได้ให้ทีมงานประสานติดต่อไปยังสื่อมวลชนคนดังกล่าวเพื่อที่จะขอโทษ และพูดคุยทำความเข้าใจ
ล่าสุดวันนี้ (20 พ.ค.) เฟซบุ๊ก "รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork" ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์ปฏิกิริยาของ นายสุชาติ ชมกลิ่น หลังจาก กกร. สำรวจเรื่องการเรียกรับสินบนของหน่วยงานรัฐ แล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ติดทั้ง 2 โผ คือ กรมควบคุมมลพิษ ติดอันดับ 1 เรื่องมูลค่าต่อครั้ง กรมอุทยานฯ ติดอันดับเรื่องความถี่
ปฏิกิริยาแรกๆ กลับไม่ใช่การประกาศจัดการทุจริตคอร์รัปชัน
แต่ปฏิกิริยาแรกของนายสุชาติ ชมกลิ่น คือประกาศขู่ฟ้อง กกร. ซึ่งมาตรฐาน OECD ที่รัฐบาลนี้ประกาศไว้ในการแถลงนโยบายว่าต้องการเข้าร่วมกลุ่ม เขาเรียกร้องประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม ต้องปรับปรุงกฎหมายและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับ “อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน (OECD Anti-Bribery Convention)”
ซึ่งวางหลักให้ประเทศต่างๆ ต้องมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสปกป้อง whistleblower คุ้มครองทั้งคนในองค์กรและคนนอกที่แจ้งเบาะแสการทุจริต คุ้มครองพยาน
นอกจากนี้ ประเทศของเราก็กำลังเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (FTA Thailand-EU) ซึ่งยุโรปให้ความสำคัญต่อการมีกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) EU เขามีมติให้ชาติสมาชิกของเขาต้องออกกฎหมายนี้ และรัฐสภายุโรปรวมถึงภาคประชาสังคมก็กดดันให้ EU ใช้การเจรจา FTA กดดันให้ไทยปฏิรูปกฎหมายมาโดยตลอด
การที่เรามีคนแบบนี้อยู่ในคณะรัฐมนตรี มีแต่จะทำให้เป้าหมายการเข้าร่วม OECD ของรัฐบาลห่างไกลออกไป และเป็นการประจานความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาคอร์รัปชันเพราะแม้แต่รัฐมนตรีก็ยังมีพฤติกรรม “ฟ้องปิดปาก”
ปฏิกิริยาที่ 2 นายสุชาติ ชมกลิ่น คือคุกคามสื่อ ทั้งวาจาและท่าทางเมื่อถูกถามถึงเรื่องการคอร์รัปชันในหน่วยงานที่ตนดูแล นายสุชาติได้กล่าวว่า “มึงรู้จักกูน้อยไป” และเดินไปชนนักข่าว
ถ้าประเทศนี้มีมาตรฐานจริยธรรมจริง คนคนนี้ยังควรเป็นรัฐมนตรีหรือไม่?
การที่แสดงพฤติกรรมแบบนี้กับผู้ที่มี powered dynamic เท่าๆ กัน ก็เป็นการไม่สมควรอย่างมาก เป็นพฤติกรรมที่หยาบคาย แต่การที่รัฐมนตรีแสดงพฤติกรรมแบบนี้กับนักข่าวซึ่งรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจอยู่ในระดับที่สูงกว่าไม่ใช่การกระทำแค่กับตัวบุคคล แต่กระทำในสถานะ นัยหนึ่งคือ “กูใหญ่กว่า แล้วกูจะทำแบบนี้กับใครก็ได้”
แม้จะออกมายกมือไหว้ขอโทษแล้ว แต่เรื่องมันไม่ควรจบแค่นั้น คนที่อยู่ในแวดวง องค์กร องค์การ สมาคม สื่อสารมวลชน ควรได้รับสิ่งที่มากกว่าการยกมือไหว้ขอโทษเพราะถูกกดดัน
นายกรัฐมนตรีต้องมีบทลงโทษนายสุชาติ ชมกลิ่น ทั้งในฐานะผู้นำรัฐบาล ที่ทูลเกล้าฯ ชื่อคนคนนี้เป็นรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคที่คนคนนี้อยู่ภายใต้การรับผิดชอบ
เพราะการแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ ไม่ใช่แค่การคุกคาม whistleblowers แต่เป็นการส่งสัญญาณให้คนที่อยากจะแจ้งเบาะแสทุจริตคอร์รัปชัน ต่อจากนี้คนต้องคิดหนักเพราะไม่ได้สู้แค่กับคนทำทุจริต แต่ต้องสู้กับรัฐบาลของตัวเอง ไม่ใช่แค่บุคคลคุกคามสื่อ แต่คนที่เป็นถึงรัฐมนตรีให้คุณให้โทษ คนได้เป็นล้านๆ คุกคามวงการสื่อสารมวลชน ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้มีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยตกต่ำและไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่ประเทศเราตกต่ำลงจริงๆ ไปแล้วเพราะประเทศเรามีคนแบบนี้เป็นรัฐมนตรี


