xs
xsm
sm
md
lg

"ทรัพย์สินอยู่-ระบบไม่มี" เพจดังชำแหละกรณี "ทราย" บทเรียนราคาแพงของ Family Office เมืองไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถอดบทเรียน "คดีทราย โหนกระแส" ผ่านมุมมอง Family Office เมื่อเพจดังชี้กรณีนี้คือความล้มเหลวเชิงธรรมาภิบาล (Governance Failure) ของตระกูลใหญ่ เผยแม้ผู้ก่อตั้งจะพยายามทำหนังสือเจตจำนงไว้ แต่เมื่อขาดโครงสร้างทางกฎหมายรองรับ ทรัพย์สินและสิทธิ์ของสมาชิกจึงต้องขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยน ชี้ปมละเมิดในครอบครัวสะท้อนช่องโหว่ระบบกงสีไทยที่ไร้กลไกอิสระปกป้องคนในตระกูล

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “JRT Investment” ออกมาโพสต์ข้อความ กรณีของ "ทราย" ที่ออกรายการโหนกระแส สะท้อนถึงปัญหาในเชิง Family Office ที่เรียกว่า “ทรัพย์สินของผู้ก่อตั้งที่ขาดระบบการบริหารจัดการ (founder’s wealth without founder’s governance)”

โดยแม้คุณตาจะพยายามทำหนังสือแสดงเจตจำนงเรื่องการแบ่งหุ้น ที่ดิน และเงินปันผลไว้แล้ว แต่เนื่องจากขาดโครงสร้างหรือระบบที่สามารถบังคับใช้ได้โดยอัตโนมัติ (เช่น มูลนิธิครอบครัว, Holding Company หรือระบบ Family Council) ทุกอย่างจึงต้องพึ่งพาเพียงความน่าเชื่อถือและอำนาจของคนในตระกูล

เมื่อความสัมพันธ์ภายในเปลี่ยนไป สัญญาก็กลายเป็นเพียงกระดาษที่ต้องพึ่งพาการฟ้องร้องทางศาล ยิ่งไปกว่านั้น การละเลยต่อปัญหาการล่วงละเมิดที่เกิดขึ้นและการจัดการข้อพิพาททางทรัพย์สินที่ไม่เป็นระบบ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างชัดเจนของระบบธรรมาภิบาลในตระกูลใหญ่ (Governance Failure) ที่ไม่ได้สร้างกลไกอิสระขึ้นมาปกป้องสมาชิกและบังคับใช้เจตนารมณ์แท้จริงของผู้ก่อตั้งเมื่อสิ้นใจไปแล้ว ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความว่า

“เรื่องของทรายที่ไปออกรายการโหนกระแส ผมได้อ่านสรุปจากหลายๆ อันที่มีคนทำสรุป… มีประโยคนึง..

「หากคุณตายังอยู่ คงบอกให้เดินออกมา」

แปลว่าทรายยังเชื่อใน values ของคุณตา แต่ไม่เชื่อในตระกูลอีกต่อไปแล้ว สำหรับตระกูลใหญ่ถือเป็น legacy ที่หายไปหลังจากคนสร้างจากไปแล้ว..

ถ้าในสายงาน family office ถือว่าเป็น textbook case ในกรณี…「founder’s wealth without founder’s governance」

แต่ที่ทรายเล่ามา ก็ถือว่าคุณตาพยายาม document เจตจำนงของตัวเองแล้ว (เรื่องหุ้น.. เงินปันผล..) ให้แม่ต้องจ่ายเงินเทียบเท่าปันผลหุ้นให้หลานทุกปี.. ทรายได้รับมาต่อเนื่องกว่า 10 ปี มีสำเนาเอกสารเก็บไว้ด้วย

แต่ก็ถือเป็นปัญหาอยู่ดีนะ คุณตา document แล้ว.. แต่ไม่มีโครงสร้างที่ enforce มันได้โดยอัตโนมัติ ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับ goodwill ของคนที่ถืออำนาจอยู่.. พอ family dynamics เปลี่ยน สัญญาก็กลายเป็นแค่กระดาษที่ต้องรอฟ้องศาลถึงจะ enforce ได้

ปกติในตระกูลที่ถ้ามีระบบ family office มาเสริมกงสี.. จะมีโครงสร้าง governance แก้ปัญหานี้ด้วยโครงสร้างที่เหมาะกับกฎหมายไทย.. เช่น.. ตั้งมูลนิธิครอบครัว.. หรือ holding company ที่มี independent director ถือสัญญาแทน..

กรรมการมีหน้าที่ทางกฎหมายต้องจ่ายให้หลานตามเงื่อนไขที่คุณตากำหนดไว้.. ไม่ว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวจะเป็นแบบไหนก็ตาม ไม่มีใครหยุดจ่ายได้ง่ายๆ เพราะมันไม่ได้อยู่ในมือของคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน..

เรื่องที่ดินก็เช่นกัน การโอนผ่านแม่เพื่อลดหย่อนภาษีก่อนแล้วโอนต่อให้หลานถือว่าถูกต้อง.. แต่ family charter ที่ดีจะมี letter of wishes ระบุชัดเจนว่า 「การโอนนี้คือของขวัญถาวรให้หลาน ไม่ใช่ทรัพย์สินของแม่」 ทำให้ไม่มีช่องว่างให้ฟ้องคืนตอนหลังได้..

ตอนที่ทรายกลับมาและพยายามเล่าเรื่องถูกละเมิด family council ต้องเรียกประชุมทันที.. ไม่ใช่แล้วแต่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ.. มี independent process รับเรื่อง.. มี obligation ดำเนินการ.. และทุกคนตั้งแต่ลุงสันติ.. คุณต๊อด.. รวมถึงน้าๆ ทุกคนไม่มีสิทธิ์ที่จะละเลยได้ เพราะมี fiduciary duty ต่อคนในตระกูลทั้งหมด.. ไม่ใช่ต่อคนที่มีอำนาจมากที่สุดในตระกูล..

คนที่ละเมิดทรายทั้ง 2 คนจะถูกดึงออกจากทุกสิ่งที่เกี่ยวกับตระกูลทันที.. ไม่ใช่ยังอาศัยอยู่ร่วมกันและไปเที่ยวด้วยกันอีก 4~5 ปี มันคือ governance failure ที่ชัดเจน.. ยังไม่ต้องพูดไปถึงความผิดพลาดทางศีลธรรม

สำหรับการ dispute เรื่องทรัพย์สิน.. family charter จะกำหนดว่าต้องผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนเสมอ ไม่มีใครฟ้องใครในศาลได้โดยตรง.. แต่เรื่องละเมิดทางเพศต่างออกไปโดยสิ้นเชิง.. proper governance ไม่ได้แปลว่าจบภายใน แต่แปลว่าต้องแจ้งความและดำเนินคดีทันที.. เพราะตระกูลต้องไม่ปกป้องผู้ทำผิด/ละเมิดเพราะห่วงชื่อเสียง..(ideally นะครับ ผมเองก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้..)

น่าเสียดายที่คุณตาพยายามแล้ว.. ทำสัญญา.. วางแผนภาษี โอนทรัพย์สิน.. แต่หยุดอยู่แค่นั้น ไม่ได้สร้าง family council ไม่ได้ตั้ง independent structure ที่ enforce เจตนา intent ของตัวเองได้จริง.. ทุกอย่างจึงยังขึ้นอยู่กับคนรุ่นหลังที่รับมันไป.. พอคนเปลี่ยน.. intent เปลี่ยน.. ทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรกก็พัง“