เปิดความในใจคนขับรถไฟ! "กัปตันพล็อต" ร่วมอาลัยเหตุรถไฟชนรถเมล์ พร้อมเผยเบื้องหลังการทำงานที่ต้องใช้สติและแบกรับความรับผิดชอบมหาศาล อธิบายชัดทำไมบางครั้งรถไฟถึงขยับตัวช้าจนโดนชูนิ้วกลางใส่ วอนสังคมเข้าใจข้อจำกัด และอย่าเหมารวมว่าองค์กรไม่ดีทั้งหมด ขอให้ดูเป็นรายบุคคลไป
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “เจ้าชาย ยูนิคอร์น” หรือ กัปตันพล็อตพนักงานขับรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ออกมาโพสต์ข้อความ อธิบายถึงเบื้องหลังของอาชีพที่ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและแบกรับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด และการต้องรับมือกับข้อจำกัดทางเทคนิคของระบบเบรกรถไฟ (โดยเฉพาะรถสินค้า) ที่มักทำให้ประชาชนที่จอดรอเครื่องกั้นเกิดความไม่เข้าใจและไม่พอใจ
แม้จะต้องทำงานภายใต้ความกดดันสูงและสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก เขาก็ยังคงยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพ มีสติ และไม่ประมาท
ท้ายที่สุดนี้ เขาได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ที่เกิดขึ้น พร้อมวอนขอให้สังคมอย่าเหมารวมตัดสินว่าทั้งองค์กรไม่ดีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอให้มองเป็นรายบุคคล และยืนยันที่จะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดต่อไป ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"สวัสดีครับ!! ผมกัปตันพล็อตครับ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บจากข่าวล่าสุดรถไฟชนรถเมล์ด้วยนะครับ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย🖤
ผมขอพูดในการทำงานของผมเอง ซึ่งเป็นคนขับรถไฟเหมือนกัน ป้าย พ.ข.ร. ที่ติดหน้าอกไม่ได้ติดไว้เท่ๆ หรือเพียงให้รู้ว่าตำแหน่งพนักงานขับรถ ก่อนที่เป็นพนักงานขับรถได้นั้นจะต้องเป็นช่างเครื่องมาก่อน ไม่น้อยกว่า 7 ปี และสอบเป็นพนักงานขับรถ ปัจจุบันผมทำงานมาแล้วเกือบ 11 ปี
พนักงานขับรถต้องแบกรับชีวิตผู้โดยสารมากมายหรือขบวนรถสินค้าที่มีมูลค่า หน้าที่ของผมคือ ควบคุมรถไฟให้ถึงปลายทางได้โดยปลอดภัย ตรงเวลาและราบรื่น และแน่นอนครับ การทำงานไม่ราบรื่นเสมอไป เพราะบางครั้งก็ต้องแก้ไขรถจักรเวลาขัดข้อง ระวังสิ่งกีดขวางบนรางรวมถึงเหตุฉุกเฉินต่างๆ การจอดรถให้ตรงตำแหน่งสถานี ติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามกฎการเดินรถโดยเคร่งครัด ซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมาก ทุกครั้งที่ผมขับจะมีสติและมรณานุสติเสมอ อยู่บนความไม่ประมาท การเปิดคอนโทรลแต่ละครั้งและการเบรกแต่ละครั้งจะมีกฎอยู่ในหัวของตัวเองเสมอ
การขับรถโดยสารจะขับง่ายกว่าการขับรถสินค้าเพราะน้ำหนักของขบวนรถและการใช้งานห้ามล้อไม่เหมือนกัน ห้ามล้อของรถสินค้าจะจับช้าคลายช้ากว่าขบวนรถโดยสาร บางครั้งเมื่อหยุดสนิทก่อนถึงเครื่องกั้นแล้วเมื่อเครื่องกั้นลง ห้ามล้อทั้งขบวนยังคลายไม่หมด เร่งเครื่องทำลมช่วยยังต้องใช้เวลาต้องรอ 3-4 นาทีห้ามล้อถึงจะคลายหมดทั้งขบวน เมื่อขบวนรถผ่านเครื่องกั้นช้าก็โดนคนที่จอดรถรอด่าบ้างชูนิ้วกลางบ้าง ผมเองเจอกับตัวมาหมดแล้ว แต่เราต้องจัดการความรู้สึกของตัวเองให้การทำงานเป็นไปได้ด้วยดี ยังไม่รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ที่ดัง สภาพอากาศที่ร้อน กินและพักผ่อนไม่เป็นเวลาของคนทำงานอาชีพนี้
ส่วนการแต่งตัวจะเนี้ยบมาก หากใครติดตามผมทุกช่องทางจะเห็นเสมอ การทำงานกับที่ทำงาน ไม่เคยมีปัญหากับใครและไม่เคยใช้ลาทุกประเภท ยกเว้นเวลาพักผ่อนในสิทธิของเราเอง การร่วมงานกับคนบนรถจะแลกเปลี่ยนทัศนคติกันหรือแนะนำเกี่ยวกับการทำงาน เมื่อรุ่นน้องถามจะพยายามตอบให้ได้หรือหาคำตอบมาให้ทีหลัง
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากให้ทุกคนอย่าเหมารวมทั้งองค์กรว่าไม่ดี ขอให้ดูเป็นรายบุคคลไป ส่วนตัวผมก็จะทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปให้ดีที่สุดครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามและเป็นกำลังใจให้กันนะครับ"


