เซรามิกรูปทรงสร้างสรรค์หลายชิ้นวางเรียงราย สีสันที่โดดเด่นสะท้อนความสนุก ชวนให้ผู้พบเห็นอมยิ้มได้อย่างมีความสุข คือผลงานจากฝีมือเด็กๆ แห่ง Thinkertales Studio
“ที่นี่ เราจะสอนเด็กๆ ว่า เวลาสร้างงานศิลปะ คุณต้องมีความสุขด้วย”
สตูดิโอแห่งนี้สอนศิลปะหลากแขนง ไม่ว่า วาด, ปั้น, ภาพพิมพ์ Woodcut, ศิลปะ Collage หรือ Digital Art ล้วนมีให้เลือกตามความสนใจ
“…เราไม่ได้สอนให้เค้าวาดรูปให้สวย แต่เราสอนให้เค้าสามารถเล่าเรื่องหรือถ่ายทอดประสบการณ์ ถ่ายทอดความคิดของเค้าออกมาให้ได้ ไม่ใช่แค่สอนเรื่อง Skill หรือทักษะ แต่เราสอนให้เค้าเข้าใจตัวเอง เข้าใจมนุษย์ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข”
ผู้จัดการออนไลน์ สัมภาษณ์พิเศษ ‘ภูมิ เฮงตระกูลสิน’ หรือ ‘ครูบุ๋ม’ ผู้ก่อตั้ง Thinkertales Studio สตูดิโอสอนศิลปะสำหรับคนทุกเพศวัย
นักเรียนอายุน้อยที่สุดของเขา คือ เด็กเล็กวัย 3 ขวบ
นักเรียนอายุมากที่สุด คือ อาม่าวัยใกล้ 80
ประสบการณ์การเป็นครูสอนศิลปะเด็กๆ หลายคนที่เป็น Gen Alpha (หมายเหตุ : Gen Alpha หรือ Generation Alpha หมายถึงกลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 จนถึงปี 2024 หรือ พ.ศ. 2553–2567) ทำให้ครูบุ๋มสะท้อนมุมมองในประเด็นที่ศิลปะส่งผลต่อเด็กในเจนนี้ได้อย่างน่าสนใจ อาทิ ศิลปะช่วยบรรเทาอาการติดหน้าจอของเด็ก ลดความก้าวร้าว ทำให้ใจเย็น และมีสมาธิดีขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น ครูบุ๋มยังคิดคลาสเรียน ‘Art for Inner Balance’ ขึ้น สำหรับผู้ใหญ่ โดยมีกระบวนการอันน่าสนใจผ่านการทำงานศิลปะทั้ง 5 Session ที่เมื่อถึงปลายทาง ผู้เรียนจะเกิดความตระหนัก เข้าใจในตนเอง เข้าใจความรู้สึกตนเองมากขึ้น ปลดล็อคความรู้สึกที่อาจค้างคาและไม่เคยมองเห็นมาก่อน ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งบุคคลทั่วไปและในระดับองค์กร บางเคสยังมอบเรื่องราวและประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การบอกเล่าแบ่งปัน
ความใส่ใจต่อการสอนเด็กๆ นับตั้งแต่คลาสแรก, การให้ความสำคัญกับศิลปะในแง่มุมของการเป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนามนุษย์, ประสบการณ์และแนวทางในการสอนศิลปะให้กับผู้คนหลากหลายวัย ทั้งการนำศิลปะมาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนเข้าใจตนเองมากขึ้น คือประเด็นการพูดคุยอันหลากหลายในครั้งนี้
การทำงานศิลปะอย่างมีความสุข
ครูบุ๋มเล่าว่า “การสอนเด็ก เราไม่ได้สอนให้เค้าวาดรูปให้สวย แต่เราสอนให้เค้าสามารถเล่าเรื่อง หรือถ่ายทอดประสบการณ์
ถ่ายทอดความคิดของเค้าออกมาให้ได้ ไม่ใช่แค่สอนเรื่องSkill หรือทักษะ แต่เราสอนให้เค้าเข้าใจตัวเอง เข้าใจมนุษย์ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข”
“ที่นี่ เราจะสอนเด็กๆ ว่าเวลาสร้างงานศิลปะ คุณต้องมีความสุขด้วย”
ครูบุ๋มก่อตั้งสตูดิโอแห่งนี้เมื่อ7-8 ปีก่อน
ส่วนตัวเขาจบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกศิลปะศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
หากถามถึงทักษะการเป็นครูที่สั่งสมมา ครูบุ๋มตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
จริงๆ แล้ว นักเรียนคนแรกของครูบุ๋มก็คือลูกสาว
“ผมใช้ชีวิตอยู่กับลูก สิ่งที่เราเรียนมาด้านจิตวิทยาเด็กก็นำมาใช้กับลูกเรา จนวันที่เค้าเติบโต แล้วเค้าเริ่มมีเพื่อนฝูง ก็มีคนฝากเพื่อนเค้ามาเรียนศิลปะกับเราด้วย แรกๆ ไม่ได้คิดจะเป็นธุรกิจจริงจัง แต่เมื่อเริ่มสอน คนก็บอกกันปากต่อปาก ในที่สุดจึงเปิดสตูดิโอแห่งนี้ขึ้น”
เริ่มแรก มีนักเรียนมาเรียนวันแรกๆ2 คน3 คน ครูบุ๋มสอนเอง แต่เมื่อมีการบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ นักเรียนเริ่มเยอะขึ้น สอนคนเดียวไม่ไหวแล้ว บวกกับทักษะที่มีอยู่ ครูบุ๋มยอมรับว่าว่าเด็กรุ่นใหม่บางคน ทักษะเค้าสดใหม่กว่า ครูบุ๋มจึงรับครูสอนศิลปะเพิ่ม โดยเลือกผู้ที่เรียนจบครูโดยเฉพาะหรือมีประสบการณ์การสอนมาพอสมควร ให้มาช่วยสอนเด็กๆ และช่วยออกแบบหลักสูตรเพิ่ม นอกจากครูบุ๋มแล้ว สตูดิโอแห่งนี้ยังมีครูอีก 4 คน
ศิลปะแขนงที่ครูบุ๋มสอนเองและเชี่ยวชาญ มักจะเป็นงานแกะWoodcut รวมทั้งงานPaint แนว Impressionism และงานแนว Postmodern
ครูบุ๋มเล่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้Thinkertales Studio ที่ไม่เพียงเปิดสอนสำหรับเด็กๆ กลายเป็นสตูดิโอที่ผู้ใหญ่หลายคนชื่นชอบและมาเรียนด้วยว่า
“แรกๆ เราสอนเด็กๆ แต่เมื่อเค้ามีพ่อแม่มาด้วย พ่อแม่เค้าก็เริ่มสนใจว่าสอนอะไร พ่อแม่บางคนบอกว่า‘แม่ขอเรียนด้วยได้มั้ย’
บางคนก็เรียนพร้อมลูกเลย ลูกเรียนปั้นเซรามิก คุณแม่ก็เรียนปั้นไปด้วย คุณแม่คุณพ่อติดใจก็บอกครูว่าขอมาเรียนด้วยได้มั้ย”
ศิลปะกับเด็กๆ Gen Alpha
สิ่งหนึ่งที่ครูบุ๋มพบจากการสอนศิลปะคือลักษณะร่วมบางประการของเด็กวัยเจนAlpha ที่ครูบุ๋มสะท้อนมุมมองได้อย่างน่าสนใจ
“เมื่อได้สอนเด็กๆ เราพบว่า เด็กๆ เจนอัลฟ่ามักติดหน้าจอ สมาธิสั้น หลายคนมีความเกรี้ยวกราด เราก็พยายามแก้ด้วยศิลปะ
ทักษะที่เด็กได้รับก็ส่วนหนึ่ง แต่จุดประสงค์คือเราต้องการให้เค้าอยู่กับปัจจุบันให้ได้มากกว่า เราใช้ศิลปะเพื่อพัฒนาศักยภาพเค้าในเรื่องการใช้ชีวิต”
“ต้องยอมรับว่าเด็กเจนอัลฟ่าเค้าเก่งนะครับ เค้าโตมากับทักษะในการค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็แลกมาด้วยอาการสมาธิสั้น ติดหน้าจอ โมโหง่าย ใจร้อน ผมมองว่าศิลปะดึงเค้ากลับมาได้ อย่างน้อย100 นาที เค้าได้ใช้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ให้เค้าได้ใช้มือจับจริงๆ ไม่ใช่แค่ใช้นิ้วถูไถหน้าจอ บางคน8-9 ขวบ แต่มือไม่เคยเปื้อนสีเลย เมื่อเค้ามาเจอสี
เค้าก็ได้เจอสิ่งที่เค้าชอบ ได้จับดิน ลองปั้นดินดู เค้าก็พบว่ามันน่าสนใจกว่า”
“เด็กมีสมาธิมากขึ้น เค้าได้ฝึกการจดจ่อ และกล้ามเนื้อมัดเล็กได้พัฒนาขึ้น การวาดรูปที่นี่ สอนให้เด็กๆ
พัฒนา ส่งผลให้เด็กๆ เขียนหนังสือได้สวยขึ้นด้วย”
ครูบุ๋มยอมรับว่าที่ผ่านมา มีพ่อแม่มาปรึกษาปัญหาเรื่องลูกเจนอัลฟ่าเยอะ ผู้ปกครองหลายคนเห็นว่าเมื่อลูกมาเรียนต่อเนื่อง พฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
“มีเคสที่เด็กมาเรียน ผ่านไป2-3 เดือน ผู้ปกครองบอกลูกนิ่งขึ้น จากที่เคยโวยวายเอาแต่ใจ ลดน้อยลง หรือเด็กบางคน มากับความไม่มั่นใจ เราก็คอยเชียร์อัพเค้า บอกเค้าว่า ผิดไม่ใช่ปัญหา สามารถแก้ไข ทำใหม่ได้ เค้าไม่กล้าเริ่ม
เราก็ให้กำลังใจเค้า เค้าก็เริ่มวาดรูปได้เอง”
ถามว่า คุณมีวิธีการสอน มีวิธีการมองยังไงว่า เด็กคนไหนเหมาะกับศิลปะแบบไหน
ครูบุ๋มตอบว่า
“ผมจะมีคลาสแรกเป็นคลาสทดลองเรียน เป็นคลาสที่เราจะได้เรียนรู้เค้า ผมจะมีการเทสต์ลายเส้น เทสต์สีที่ชอบ เทสต์อารมณ์เค้าก่อนมาทำงาน เราก็จะรู้ว่าน้องคนนี้มีทักษะประมาณนี้ คลาสต่อไป เราก็จะเริ่มใช้ activity ที่เหมาะกับความสามารถของเค้า เด็กเล็กแบบนึง เด็กโตแบบนึง ดึงจุดเด่นของแต่ละคนขึ้นมา”
ครูบุ๋มเล่าว่า ปัจจุบันมีนักเรียนเป็นเด็กเล็กสุดวัยประมาณ3 ขวบ เด็กโตสุดคือเด็กที่อยู่ในวัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4
สำหรับเด็กเล็ก ครูจะสอนศิลปะง่ายๆ เช่นให้เอาสีทาชิ้นกระดาษ ทาชิ้นไม้ หรือลองแปะกระดาษเป็นรูปดู ลองทำคอลลาจง่ายๆ
ส่วนมากเด็กเล็กจะเน้นเรื่องพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็กมากกว่า แต่หากรวมนักเรียนทั้งหมดของสตูดิโอแห่งนี้
ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ80 คน
นอกจากนั้น ความน่าสนใจอีกประการของ Thinkertales Studio คือ จะมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของเด็กๆ ทุกๆ ปี ปีละอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยจัดมาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปีแล้ว
“ที่นี่เราจัดนิทรรศการมาแล้วเกือบ 10 ครั้ง
ใน 1 ปี ผมจะให้น้องๆ ทำนิทรรศกาล 2 ครั้ง คือ ช่วงกลางปีกับปลายปี บางครั้งก็มีผู้สนับสนุน บางครั้งเราก็ทำกันเอง”
“ตัวอย่างเช่นปีที่แล้ว เราได้รับการสนับสนุนจาก MRT พหลโยธิน เค้าให้เราไปจัดนิทรรศการที่ Metro Art งานนั้นมีโจทย์ให้เราคือ ‘Under The Sea ชีวิตใต้ทะเล’ ผมจึงให้น้องๆ ทำงานปั้น Sculpture ขึ้นมา โดยมีโจทย์ว่า ให้ Create สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมาคนละหนึ่งตัว มีผลงานทั้งหมด 50 กว่าชิ้นไปจัดแสดงที่ Metro Art ปีที่แล้วเช่นกัน สตูดิโอแห่งนี้ยังมีงานนิทรรศการ ผลงาน Sculpture ธีมขนมไทยฝีมือเด็กๆ ด้วย"
ร่วมด้วยนิทรรศการอีกหลากหลายงานที่จัดขึ้นตลอดระยะเวลาหลายขวบปีที่ผ่านมา ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความสดใสและความคิดสร้างสรรค์อันน่าชื่นชมของเด็กๆ
“ปีนึง เราตั้งใจจัดนิทรรศการ 2 ครั้ง เพื่อให้น้องๆ ได้มีพื้นที่แสดงความคิดสร้างสรรค์ ได้มีพื้นที่แสดงงานศิลปะของเค้า ซึ่งศิลปะทุกชิ้นที่เค้าทำขึ้น มีคุณค่าในตัวเอง” ครูบุ๋มระบุ
Art for Inner Balance
นอกจากสอนศิลปะเด็กๆ แล้ว ยังมีหลักสูตรศิลปะสำหรับผู้ใหญ่ที่ครูบุ๋มคิดขึ้นซึ่งนับว่าน่าสนใจไม่น้อย
แรงบันดาลใจสำคัญ เริ่มจาก การที่ได้พูดคุยกับพ่อแม่หลายรายในเรื่องการเลี้ยงดูลูก พบว่าบางบ้านมีความเหนื่อยล้าทางใจพอสมควรในการจัดการปัญหาต่างๆ ครูบุ๋มจึงอยากหาเครื่องมือศิลปะที่ช่วยให้ผู้คนรู้จัก เข้าใจสภาวะภายในจิตใจตนเองได้ดีขึ้น เพื่อปลดล็อคและเยียวยาตนเอง จึงเกิดคลาส Art for Inner Balance ขึ้นมา
“Art for Inner Balance เริ่มเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ผมเขียนหลักสูตรขึ้นมาว่า ในช่วงระยะเวลา 2-3 ชั่วโมงนี้ ผมสอนคนวาดรูป 4-5 รูปนี้แล้วเค้าควรจะเข้าใจตัวเองแบบไหนบ้าง ซึ่ง 5 รูปนี้ มันไม่จำเป็นต้องสวยเลย แต่เมื่อทำไปผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้ง 5 Session เค้าจะเข้าใจตัวเองว่า เค้าเป็นคนแบบไหน เช่น บ้านไม่เป็นระเบียบเพราะอะไร หรือทำไมงานที่เราทำมันไม่เสร็จสักที เพราะอะไร จะเริ่มปรับตัวเองได้”
“Art for Inner Balance ทำขึ้นมาสำหรับผู้ใหญ่
เป็นคอร์สที่ผมคิดขึ้นมาสำหรับคนที่อายุเกิน 18 ไปแล้ว เพราะเด็กๆ มาทำแบบนี้เค้าจะไม่เข้าใจ จะเครียด แต่สำหรับผู้ใหญ่ เค้าจะได้ย้อนกลับมามองตัวเองในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้ ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานออฟฟิศ หรือว่า คุณพ่อคุณแม่ Gen X หรือน้องๆ Gen Z เค้ามีภาระเยอะ บางคนต้องทำงาน ต้องเลี้ยงดูครอบครัว”
“สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อจบคลาสคือทำให้เค้าได้กลับมาคิดว่า ‘ฉันหยุดพักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่’
‘เราไม่ได้ไป ทะเลมา 6 ปีแล้วนะ’ เพราะภาพที่เค้าวาดออกมา บางครั้งมันแสดงออกเลยว่า เค้าโหยหาการหยุดพัก”
“ก่อนเข้าคลาส ผมจะพูดเสมอว่า ไม่มีการตัดสิน และไม่มีถูกไม่มีผิด
คุณอยากทำอะไรคุณทำไปเลย เมื่อเค้ารู้ว่า โจทย์มันไม่ตัดสิน เค้าก็จะ Feelfree ได้ง่ายขึ้น”
Art for Inner Balance มีทั้งหมด 5 Session ประกอบด้วย
1. วาดลมหายใจ : Breath Line Drawing
วาดภาพโดยจับจังหวะการหายใจ ให้ลากเส้นตามจังหวะที่คุณหายใจ
ครูบุ๋มเล่าว่า “การตีความก็จะหลากหลาย บางคนก็ทำแบบนั่งสมาธิ วาดเส้นเหมือนจังหวะหายใจมีเส้นสั้น-ยาวสลับกันไป บางคนวาดเป็นวงกลม บางคนวาดเป็นคลื่น บางคนก็วาดเป็นรูปภาพไปเลย”
2. แผนที่อารมณ์ : Body Color Mapping
“ให้วาดตัวเองขึ้นมา จะลงดีเทล หน้าผม จะวาดอย่างไรก็ได้แต่ขอให้มีพื้นที่ในการลงสี
ผมก็จะบอกผู้เรียนว่า ให้สำรวจร่างกายตัวเองดู ว่า คอ หัว ขา ปลายนิ้ว หรือส่วนต่างๆ ของร่างกายมีความรู้สึกอะไรอยู่ หรือในจิตใจมีความรู้สึกอะไรอยู่ แล้วลองเลือกสี มาแทนความรู้สึกเหล่านั้น ซึ่งเกิดความหลากหลาย บางคนมือเท้าชา ก็เลือกสีโทนเย็น บางคนรู้สึกว่า ‘ฉันเป็นคนใจร้อน’ เค้าก็ตีความว่าเป็นสีแดง เพราะมันร้อน บางคน แบ่งเป็นช่วงสีต่างๆ”
3. วาดช้าๆ : Slow Pattern
การวาดเป็นแพทเทิร์นซ้ำๆ ลงบนกระดาษแผ่นใหญ่
“ให้วาดซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเต็มแผ่น แล้วแต่จินตนาการ เป็นเหมือนการฝึกสมาธิ บางคนวาดเป็นเถาวัลย์ เป็นดอกไม้ บางคนวาด Mandala เลย บางคนก็แค่ขีดเส้นซ้ำไปมา แต่อย่างน้อยๆ ช่วงเวลา 10 กว่านาทีนั้น เค้าจะจดจ่อกับ Moment ตรงหน้า ไม่ได้คิดเรื่อยเปื่อย หรือกังวลกับอะไร เรามีปากกาให้เลือกใช้หลายสี บางคนก็ใช้สีเดียว บางคนก็ใช้ Colorful เลย”
4. วาดโดยไม่ตัดสิน : Non-Judgement Work
“เพื่อให้ยอมรับตัวเองว่าไม่ต้องเพอร์เฟคนะ ปล่อยวางได้ มีเลอะๆ บ้าง ชีวิตอาจจะมีหลงทางนิดนึง ไม่เป็นไร แต่วันนี้ เรายังอยู่ตรงนี้ ก็โอเค”
5. หนึ่งคำ หนึ่งภาพ : One Word-One Image
ครูบุ๋มจะให้กระดาษผู้เรียนหนึ่งชิ้น แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนบนกับล่าง
“ด้านบน จะให้เค้าคิดคำที่เค้าตกตะกอนในการทำ Session ต่างๆที่ผ่านมา คิดออกมาเป็นคำนี้ แล้วกระดาษด้านล่างให้เค้าวาดรูปเอาไว้ เป็นรูปที่แทนคำๆ นี้ Session นี้ เป็นการ Wrap Up ทั้งหมดที่ทำมาตั้งแต่ 2 ชั่วโมงก่อน เมื่อเค้าคิดคำได้แล้ว เขียนลงไปเลย แล้วกระดาษด้านล่าง ให้วาดรูป เล็กๆ”
ครูบุ๋มเล่าว่าเมื่อเขียนและวาดเสร็จแล้ว กระดาษใบนี้ผู้เรียนจะเปิดดู หรือปิดไว้ก็แล้วแต่เค้าเลย แต่คำถามสำคัญก็คือ ผลงานชิ้นนี้ เค้าจะเอาไปไว้ที่ไหน บางคนก็ตอบว่า ‘ผมกำลังจะไปไต้หวัน ผมก็จะพกไปด้วย’ บางคนก็บอกจะเอาไปแปะที่หน้าโต๊ะทำงาน หรือเตียงนอน เพื่อย้ำเตือนอะไรบางอย่าง บางคนบอกภาพและคำใบนี้ ทำให้เค้านึกอยากไปเที่ยวทะเลอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ไปมานาน ทำให้เค้านึกถึงการเดินทางที่เค้าไม่ได้ทำมานานมากแล้ว เค้าก็จะพกไปทะเลด้วย
บางคนตอบได้เลยว่า ต้องการ Space ให้ตัวเอง บางคนรู้สึกว่าตั้งแต่ต้นชั่วโมง จนจบ รู้สึกอิสระและเบา
“จากที่ผ่านมาเหมือนทุกคนจะได้เจอตัวเอง พบว่า ‘ชั้นต้องทำอะไรบางอย่างแล้วนะ’ เพื่อให้ชีวิตที่ผ่านมาไม่เหนื่อยจนเกินไป”
เรื่องราวที่แบ่งปัน
ครูบุ๋มเล่าว่าที่ผ่านมา กิจกรรมคลาส Art for Inner Balance เคยสอนตั้งแต่ วัยรุ่นอายุ 19 ไปถึงผู้ใหญ่อายุ 60 และเคยสอนแบบ 1 ต่อ 1 ด้วย
มีเคสที่น่าสนใจที่ได้รับอนุญาตจากผู้เรียนว่ายินดีแบ่งปันเรื่องราวแก่คนอื่นๆ ได้ นั่นคือ นักเรียนของครูบุ๋มรายหนึ่งจบการศึกษาระดับสูงจากต่างประเทศแต่เป็นโรคซึมเศร้า
ครูบุ๋มเล่าว่า “แน่นอนว่าเราไม่ได้รักษาเค้าแน่ๆ แต่เราช่วยให้เค้าค้นพบตัวเอง
นอกจากภาพที่เค้าทำ ผมดูเค้าตั้งแต่กระบวนการผลิตงาน ว่าเค้า Concentrate แบบไหน เค้าหายใจแบบไหน เคลื่อนไหวร่างกายแบบไหน พฤติกรรมที่เค้าอยู่ตรงนั้นกับเราสำคัญกว่า”
“ในเคสนี้ เค้าบอกว่า เค้ารักษากับหมอมาหลายคน กินยา และพึ่งแนวทางวิถีพุทธ นั่งสมาธิ ผมก็รับฟัง เข้าใจ แต่ที่ค้นพบหลังจากทำทั้ง 5 Session จบคือ เค้าได้เรียนรู้ว่า ถ้าเค้าวางแผนอย่างมี Step ในทุกๆ ช่วงเวลา เค้าจะอยู่ในสังคมได้ง่ายกว่านี้”
“เค้าได้พบว่า เมื่อซึมเศร้า เค้าไม่มี Step เป็น Guideline แล้ว Pattern 1-2-3- 4 มันก็จะวนลูปมั่วๆ อยู่ แต่พอเค้ารู้ว่า เค้ามี Guideline นะ ตอนตื่นเช้าขึ้นมา ตอนกลางวัน ตอนเย็น เป็นยังไง ชีวิตมันจะ Flow มากกว่านี้ มันยังขับเคลื่อนได้ มันยังไม่พัง”
“อีกเคสที่ประทับใจ มีน้องคนนึงเรียนศิลปะ วาดรูปดี แต่ค่อนข้างกดดันตัวเอง แต่เมื่อมาเรียนคอร์สผมเค้าก็ปลดล็อคตัวเองได้ว่าไม่จำเป็นต้องวาดรูปสวย ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเอง โดยเฉพาะในกระบวนการวาดโดยใช้มือข้างที่ไม่ถนัด เพื่อไม่ให้เกิดการ Judgment และเพื่อให้เห็นว่าไม่ต้องเพอร์เฟค เค้าได้ตั้งคำถามว่า ‘ถ้าไม่สวยอย่างที่ตั้งใจจะเป็นยังไง’ กับสุดท้ายคือ Session หนึ่งภาพหนึ่งคำ เคสนี้ น้องทำสองภาพใน 2 Session สุดท้ายเสร็จก็น้ำตาไหล ร้องไห้ เค้าบอกว่า มันไปจี้จุดอดีตเค้า”
“อีกคลาสนึง มีผู้เรียน 4 คน เป็นผู้ประกอบการและผู้บริหารงานด้านประกัน อายุแตกต่างกัน มีทั้ง 35, 40, 60 เมื่อเรียน ก็เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัล แชร์กัน แบ่งปันเรื่องราวกัน เป็นข้อมูลดีๆ ภาพแต่ละภาพสะท้อนตัวตนของแต่ละคน แต่เมื่อเห็นภาพของแต่ละคนแล้ว ก็ไม่ตัดสินกัน”
สำหรับ Art for Inner Balance ครูบุ๋มสอนทั้งบุคคลทั่วไปหรือองค์กรต่างๆ แต่รับสูงสุดไม่เกิน 15 คนต่อคลาส
ปัจจุบัน ครูบุ๋มอยู่ระหว่างเขียนหลักสูตรให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วย เนื่องจากมีอาจารย์หมอท่านหนึ่ง ณ โรงพยาบาลแห่งนั้น ปรึกษาครูบุ๋มว่า สถานที่ที่มีทั้งอาจารย์ มีนิสิตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล ทั้งยังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัย คนเหล่านี้ต้องสื่อสารกับผู้คนรอบข้าง แต่เจ้าหน้าที่ในบางช่วงวัยที่โตมากับยุคดิจิตอลมีปัญหาด้านการสื่อสาร อาจารย์เห็นว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข จึงปรึกษาครูบุ๋มว่า ศิลปะช่วยได้ไหม ครูบุ๋มจึงกำลังเขียนหลักสูตรสำหรับหนึ่งปี ชื่อหลักสูตร Art For Being Human ศิลปะเพื่อความเข้าใจมนุษย์ และนอกจากนี้ ครูบุ๋มยังตั้งใจจะคิดริเริ่มคอร์สใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้นสำหรับผู้เรียนวัยผู้ใหญ่ด้วย
ครูผู้ไม่เคยหยุดเรียน
ครูบุ๋มยอมรับว่า ทุกวันนี้ ยังคงแสวงหาความรู้อยู่อย่างต่อเนื่อง
“ผมเรียนจิตวิทยาเพิ่มครับ ทุกวันนี้ก็ยังลงเรียนอยู่ เรียนทั้งจิตวิทยาเด็ก จิตวิทยาสำหรับเด็กออทิสติก และมีเรียนหลักสูตรศิลปะสำหรับการเป็นที่ปรึกษาด้วย”
อดถามไม่ได้ว่า ณ วันนี้ คุณนิยามตัวเองว่าอะไร
ครูบุ๋มตอบว่า “เป็นครูสอนศิลปะ ที่ใช้ศิลปะมาพัฒนามนุษย์ครับ”
คำถามสุดท้าย นอกจากเด็กเล็กอายุน้อยที่สุดวัย 3 ขวบแล้ว ผู้ใหญ่ที่เคยมาเรียนศิลปะที่สตูดิโอแห่งนี้ ที่ครูบุ๋มเคยสอนมา ผู้เรียนมีอายุมากที่สุดคือเท่าไหร่
นับเป็นคำตอบที่ทำให้อมยิ้ม
ครูบุ๋มเล่าว่า “มีอาม่าอายุเกือบ 80 ปีครับ อาม่าน่ารักมาก อาม่าเหมือนเด็กเลย อาม่าบอกกลัว อาม่าวาดไม่ได้ แต่ในที่สุดวันนั้นก็เพลิดเพลินมาก สอนอาม่าวาดรูปโดยการใช้เกรียง ผมบอกว่า ‘อาม่า ผมห้ามนะ วันนี้ผมไม่ให้ใช้พู่กันเลย’ เพื่อแก้ปมความกลัวของอาม่าที่กลัวการวาดรูปมาก สรุปวาดไม่หยุดเลยครับ เป็นการ Painting แบบใช้เกรียงวาดลงไป แล้ววันนั้นอาม่า พาเพื่อนๆ มาเรียนอีก 4-5 คน สนุกมากเลย มีทั้งคุณพี่อายุ 50 มีน้องคนนึงวัย 30 แล้วก็คนวัยต่างๆ รวมกลุ่มกันมา แล้วเค้าก็เตรียมชาเตรียมขนมมากินด้วยกัน วาดรูปด้วยกัน พูดคุยกัน สนุกมากครับ”
เป็นสิ่งยืนยันว่า ที่แห่งนี้…คือสตูดิโอศิลปะ สำหรับคนทุกเพศวัยอย่างแท้จริง
…
Text By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล
Photo By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, ภูมิ เฮงตระกูลสิน
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ FB : Thinkertales Studio


