xs
xsm
sm
md
lg

หน่วยงานไหน ... มีหน้าที่อะไรบ้าง ?? ... ถ้ามีคนลักลอบก่อมลพิษ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายงานพิเศษ

“ต้องจ่ายสินบน เพราะถูกเรียกรับเพื่ออำนวยความสะดวก”

“ต้องจ่ายสินบน เพื่อปกปิดความผิดที่ทำไว้และเพื่อให้ยังคงทำผิดได้ต่อไป”

2 เหตุการณ์นี้ แม้จะเรียกว่า “คอร์รัปชัน” ได้เช่นเดียวกัน ... แต่มีเหตุผลและผลลัพธ์ต่างกัน

หากลองนึกถึงเหตุการณ์ที่ประชาชนคนหนึ่ง “ต้องจ่ายสินบน เพราะถูกเรียกรับเพื่ออำนวยความสะดวก” ... เช่น ... ได้รับข้อเสนอให้จ่ายเงินพิเศษเพื่อลัดคิวในการติดต่อราชการที่คิวยาวมาก ... ถูกเรียกรับเงินเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างง่ายดายในกระบวนการออกใบอนุญาตส่วนบุคคลหรือใบอนุญาตประกอบกิจการอะไรบางอย่าง

เหตุการณ์แบบนี้ ... แม้ผู้จ่ายสินบน ไม่ได้ทำความผิด ก็อาจถูกเรียกรับได้เช่นกัน เพื่อแลกกับการลดความยุ่งยากที่เจ้าหน้าที่รัฐอาจสร้างขึ้นมาเป็นเงื่อนไขได้

เหตุการณ์อีกรูปแบบหนึ่ง คือ “ต้องจ่ายสินบน เพื่อปกปิดความผิดที่ทำไว้และเพื่อให้ยังคงทำผิดได้ต่อไป”... เช่น ... คนที่ดื่มเหล้าแล้วขับรถเข้าด่านตรวจแอลกอฮอล์พยายามจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้ตำรวจเพื่อแลกกับการผ่านด่านไปโดยไม่ต้องเป่า ... ทำธุรกิจผิดกฎหมายอย่างเปิดบ่อน เปิดเว็บพนัน และจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

เหตุการณ์แบบที่ 2 ... คือ สถานการณ์ที่ผู้จ่ายสินบน จ่ายเพราะตัวเองทำผิดกฎหมาย และได้ประโยชน์จากการทำผิดกฎหมาย จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพื่อให้การหาประโยชน์จากการทำผิดกติกายังสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

หากมีความพยายามค้นหาความจริงว่า ผู้จ่ายสินบนเหล่านี้ ต้องจ่ายให้ใครบ้าง ... ผู้ประกอบการ 2 กลุ่มข้างต้น จะให้ข้อมูลถึงหน่วยงานที่รับสินบนอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกันหรือไม่

************

14 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. โดยคณะทำงาน Zero Corruption และ กกร.และเพื่อไม่ทน ได้แถลงเปิดเผย “ผลการสำรวจความคิดเห็นจากภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ” ซึ่งเป็นผลสำรวจมาจากผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 10 เมษายน 2569 ทำการสำรวจโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยผลสำรวจพบว่า การคอร์รัปชันในประเทศไทยเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการทำธุรกิจ เป็นปัญหาที่มีแนวโน้มแย่ลงเรื่อย ๆ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ... และการติดต่อราชการมีความยุ่งยากมากขึ้น พร้อมทั้งจัดอันดับหน่วยงานรัฐที่เสนอให้จ่ายค่าตอบแทนบ่อยที่สุด และจัดอันดับหน่วยงานรัฐที่เรียกค่าตอบแทนต่อครั้งสูงที่สุดด้วย

ต่อมา “กรมควบคุมมลพิษ”ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาว่า เรียกค่าตอบแทนต่อครั้งสูงที่สุด (ประมาณ 102,160 บาท) ออกมาแถลงตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของผลสำรวจชิ้นนี้ โดยอ้างว่า เป็นหน่วยงานที่ไม่มีอำนาจในการอนุมัติหรืออนุญาติใด ๆ ให้กับภาคเอกชน เป็นเพียงผู้ตรวจสอบการปนเปื้อนของมลพิษในสิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายนอกพื้นที่ของเอกชนด้วยซ้ำ จึงขอให้ กกร.นำหลักฐานมาแสดงภายใน 7 วัน เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของหน่วยงานได้รับความเสียหายร้ายแรง

************






















ข้ามจากวิวาทะระหว่าง กกร. กับ กรมควบคุมมลพิษ ไปก่อน ... แต่หากจะลองยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิด “การปนเปื้อนมลพิษในสิ่งแวดล้อม” หลายเหตุการณ์ใหญ่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เราอาจจะมองเห็นว่า หน่วยงานรัฐหน่วยไหนบ้าง มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในส่วนไหน

การลักลอบทิ้งและฝังกลบกากอุตสาหกรรมต่อเนื่องกว่า 20 ปี ... โรงงาน แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จ.ราชบุรี ... โรงงาน เอกอุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา / นครราชสีมา / เพชรบูรณ์ ... โรงงาน วิน โพรเสส จ.ระยอง

ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน รง.4 และอนุญาตให้ประกอบกิจการได้ตามใบอนุญาต ... อำนาจของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ อุตสาหกรรมจังหวัด

- โรงงาน วิน โพรเสส ได้รับใบอนุญาต 3 ใบ ในปี 2560 ทั้งที่ถูกตรวจพบการลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ในปี 2557

- วิน โพรเสส ถูกร้องเรียนบ่อยครั้งตั้งแต่ปี 2560 และมีเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมเข้าไปตรวจสอบหลายครั้ง แต่ภายหลังชาวบ้านพบว่า โรงงานแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการได้ หรือ เดินเครื่องจักรได้ ... แต่ในโรงงาน ไม่มีเครื่องจักรแม้แต่ชิ้นเดียว

- แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล สร้างโรงเรือนเพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แต่ในโรงเรือนไม่มีเครื่องจักร เป็นเพียงการสร้างขึ้นมาปิดบังร่องรอยการฝังกลบถังสารเคมี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจในโรงงานตามข้อร้องเรียนโดยตลอด

- โรงงาน เอกอุทัย มีเครื่องจักรที่อ้างว่า เป็นเครื่องรีไซเคิลกรด แต่ถูกตรวจสอบพบหลังเปิดโดรงงานมาแล้วหลายปีว่า เครื่องจักรที่มีไม่สามารถใช้งานได้จริง และแทบไม่เคยเปิดใช้ แต่โรงงานแจ้งรับกรดเข้ามารีไซเคิลรวมนับหมื่นตัน

กำกับดูแลการประกอบกิจการให้เป็นไปตามเงื่อนไขตามใบอนุญาต – กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ อุตสาหกรรมจังหวัด

- โรงงาน วิน โพรเสส ไม่มีเครื่องจักรแม้แต่ชิ้นเดียว แต่เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรม จ.ระยอง ออกคำสั่ง “ปิด ปรับปรุงชั่วคราว” หลายครั้ง เมื่อเข้าไปตรวจสอบข้อร้องเรียน

- ของเสียอันตรายประเภทกรด น้ำมันใช้แล้ว ตะกรันอลูมิเนียม สารเคมีหลากหลายชนิด รวมไปถึงเข็มฉีดยา ถุงยางอนามัย มารวมตัวกันอยู่ที่โรงงานวิน โพรเสส ผ่านกระบวนการขนส่ง ทั้งที่โรงงานมีใบอนุญาตเป็นโรงงานบดอัดกระดาษ และหลอมโลหะ ซึ่งไม่สามารถรับของเสียกลุ่มนี้ได้

- โรงงานเอกอุทัย จ.เพชรบูรณ์ ได้รับใบอนุญาตประเภท 105 ทำหลุมฝังกลบของเสีย “ไม่อันตราย” ... แต่ชาวบ้านตรวจพบว่าในหลุมฝังกลบของโรงงานเต็มไปด้วย ของเสียอันตราย

ตรวจสอบการปล่อยมลพิษในโรงงาน - กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ อุตสาหกรรมจังหวัด

- ทุกโรงงานข้างต้น มีกากของเสียอันตรายถูกลักลอบฝังกลบและปนเปื้อนซึมลงไปในดิน แหล่งน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน

- ทุกโรงงานข้างต้น มรกากของเสียอันตรายที่ไม่สามารถครอบครองได้ตามใบอนุญาต

ตรวจสอบการปนเปื้อนมลพิษด้านนอกโรงงาน - กรมควบคุมมลพิษ

- พบการปนเปื้อนในดิน แหล่งน้ำสาธารณะ พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหาย

- กรมควบคุมมลพิษฟ้องร้องโรงงานวิน โพรเสส ศาลพิพากษาให้โรงงานต้องจ่ายค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมเป็นเงิน 1,700 ล้านบาท

- ในหลายพื้นที่ยังพบปัญหาความเชื่อมโยงระหว่างผลตรวจในโรงงานกับผลตรวจนอกโรงงานเพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดี เพราะโรงงานมักอ้างว่า ไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่ามลพิษที่ปนเปื้อนด้านนอกเป็นผลมาจากโรงงาน

ตรวจสอบการปนเปื้อนของแหล่งน้ำใต้ดิน - กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ได้รับการประสานจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของอำนาจตามกฎหมายให้ช่วยตรวจพิสูจน์)

- พิสูจน์ผ่านการหา “ลายนิ้วมือทางเคมีของน้ำ” จากชั้นน้ำบาดาล เพื่อยืนยันเชื่อมโยงความเกี่ยวข้องของการปนเปื้อนใน-นอกโรงงาน ใช้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการดำเนินคดี










การขุดและขนย้าย “แคดเมียม” จาก จ.ตาก ไปที่ จ.สมุทรสาคร .... และ จ.ชลบุรี

อนุญาตให้ขุดแคดเมียมขึ้นมาจากหลุมฝังกลบที่ จ.ตาก ... อนุญาตโดย อุตสาหกรรมจังหวัดตาก

- เอกชน ขออนุญาตขุดแคดเมียม และเคลื่อนย้ายไปที่โรงงานรีไซเคิลใน จ.สมุทรสาคร เป็นจำนวน 15,000 ตัน โดยได้รับใบอนุญาตขนส่ง 3 เที่ยว .. เที่ยวละ 5,000 ตัน

- หลุมฝังกลบแคดเมียม เป็นหลุมฝังกลบของเสียอันตรายที่ต้องผ่านการทำ EIA (รายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม) ก่อน ... แต่ขั้นตอนการอนุญาตให้ขุดกลับไม่ต้องให้ทำ EIA






โรงงานปลายทางสามารถรับแคดเมียมได้ .... อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร

- บริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล ที่สมุทรสาคร มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ทั้งหมด 3 ใบ เป็นใบอนุญาตโรงงานลำดับที่ 60 (หล่อหลอมโลหะ) จำนวน 2 ใบ และเป็นใบอนุญาต 106 (รีไซเคิลอลูมิเนียม) 1 ใบ

- ใบอนุญาตลำดับที่ 106 ซึ่งได้มาในปี 2557 พบว่า มีการเปลี่ยนแปลง แจ้งเพิ่มเครื่องจักร พร้อมระบุว่า มี “แคดเมียม” เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่โรงงานนี้สามารถนำมาบดย่อยได้ ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2566 โดยมี “อุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร” ที่ดำรงตำแหน่ง ณ ขณะนั้น เป็นผู้ลงนามรับรอง

- การอนุญาตเพิ่มให้โรงงานนี้รับ “แคดเมียม” มารีไซเคิลได้ เกิดขึ้นก่อนมีใบขออนุญาตขนย้ายแคดเมียมจาก จ.ตาก เป็นเวลา 12 วัน ทำให้การขนย้ายเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง

ปลายทางของแคดเมียมประมาณ 5,000 ตัน ถูกพบที่โรงงานทุนจีนเถื่อน ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยเคลื่อนย้ายมาจาก จ.สมุทรสาคร ... นี่เป็นขั้นตอนที่บอกไม่ได้ว่าอยู่ในอำนาจของหน่วยงานใด














โรงงานรีไซเคิลอิเล็กทรอนิกส์ทุนเนจีนเถื่อน “รัฐอิสระคลองกิ่ว” จ.ชลบุรี

อาณาจักรโรงงานจีนเถื่อน 88 ไร่ ทำได้อย่างไร

- กลุ่มโรงงานจีนมีชื่อโรงงาน 3 บริษัท มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานรวมกัน 11 ใบ เป็นใบอนุญาตประเภทหล่อหลอมพลาสติก (53) ออกโดยอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี

- โรงงานมีโกดังรวมกันประมาณ 30 หลัง แบ่งเป็นโซน A B C D ... ใบอนุญาตหลอมพลาสติกที่ได้มาอยู่ใน โซน B เท่านั้น ส่วนโซนอื่นเป็นโรงงานเถื่อน และมีทั้งการก่อสร้างอาคาร ติดตั้งเตาหลอม ขุดบ่อน้ำ ขุดร่องน้ำ ... อำนาจการอนุญาตก่อสร้างเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

- แรงงานที่ใช้เกือบทั้งหมดเป็นแรงงานข้ามชาติ ไม่แน่ชัดว่าทุกคนมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องหรือไม่ แต่มีบ้านพักคนงาน กิจการที่ทำคือการคัดแยกอิเล็กทรอนิกส์ด้วยมือเปล่าโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐาน ... กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย

- เมื่อเข้าไปในโกดังบางแห่ง พบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก มีทั้งที่กำลังคัดแยก กำลังผ่านเครื่องจักรเพื่อแยกสาร และส่วนที่กองไว้กลางแจ้งเป็นภูเขาขนาดย่อมหลายสิบกอง (เฉพาะโกดังเดียว) ... ชาวจีนที่อ้างเป็นผู้ดูแลโรงงานอ้างว่า เป็นของที่รับซื้อมาจากโรงงานอื่นในประเทศไทย แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารการซื้อขายได้ ... การควบคุมการขนย้ายซากอิเล็กทรอนิกส์เป็นอำนาจกรมโรงงานอุตสาหกรรม

- ตั้งแต่ปี 2561 – 2569 ที่มีกลุ่มโรงงานรีไซเคิลจากทุนจีนเข้ามาเปิดกิจการในไทยเป็นจำนวนมาก พบการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกจากต่างประเทศเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก เมื่อผ่านเข้ามาได้ จะมีเป้าหมายที่โรงงานจีน นำมาคัดแยกโดยไม่สนใจมาตรฐานอุตสาหกรรม ทิ้งกากของเสียไว้ในไทย ส่วนที่คัดแยกหรือรีไซเคิลแล้วสามารถขายได้ส่งกลับไปที่จีน ... กรมศุลกากร

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างสถานการณ์การปนเปื้อนมลพิษ ที่เกิดจาก “การจัดการกากอุตสาหกรรม” เพียงประเด็นเดียวเท่านั้น

มีคำพิพากษาศาลให้ทั้งโรงงานแวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ ราชบุรี ... โรงงานวิน โพรเสส ระยอง ... โรงงานเอกอุทัย อยุธยา นครราชสีมา เพชรบูรณ์ ต้องชดเชยเยียวยาความเสียหายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบรวมกันนับพันคน ต้องจ่ายเงินฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมโดยรอบให้กลับคืนดังเดิม และต้องนำกากของเสียอันตรายทั้งหมดไปกำจัดอย่างถูกต้อง คิดเป็นเงินรวมกันหลายพันล้านบาท

... แต่นอกจากจะยังไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ก่อมลพิษเหล่านี้ได้เลย ... มีข้อเท็จจริงอีกหนึ่งประเด็นด้วยว่า .... ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดที่เกี่ยวข้อง ถูกตรวจสอบ หรือถูกลงโทษฐานทุจริต คอร์รัปชัน แม้แต่คนเดียว


นั่นเป็นเพราะกฎหมายบางเรื่องเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจในการใช้ “ดุลพินิจ” มากเกินไป ทั้งที่ทำในนามของ “กฎหมาย” จนเกิดเป็นการคอร์รัปชันใช่หรือไม่ ดังนั้น ไม่ว่าการร้องเรียนคอร์รัปชันจะมาในรูปแบบใด จำนวนเงินมากหรือน้อย ก็ถือเป็นข้อมูลที่หน่วยงานรัฐต้องใส่ใจและนำไปตรวจสอบต่อ

แต่ก็ยังน่าสนใจอีกว่า หากมีผู้ประกอบการบางกลุ่ม เป็นกลุ่มที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเพื่อลดต้นทุนในการดำเนินกิจการ ยังคงต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานช่วยปกปิดการกระทำความผิดต่อไป ... เรื่องราวของผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รัฐกลุ่มนี้ ได้ถูกเปิดเผยออกมาในผลสำรวจครั้งนี้ด้วยแล้วหรือไม่?