คดีประวัติศาสตร์สั่นคลอนอินโดนีเซีย "นาเดียม มาการิม" ผู้ก่อตั้ง Gojek และอดีต รมว.ศึกษาธิการ เผชิญโทษจำคุกที่อาจสูงถึง 18-27 ปี จากข้อกล่าวหาทุจริตจัดซื้อ Chromebook เอื้อประโยชน์ให้ Google ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสังคมและภาคธุรกิจว่า เป็นการเอาผิดทางนโยบาย บทลงโทษรุนแรงกว่าคดีฆาตกรรม อาจทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และดับฝันคนรุ่นใหม่ที่อยากเข้ามาพัฒนาระบบราชการ
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (13 พ.ค.) นายรอย เรียดี้ (Roy Riady) อัยการประจำศาลแขวงจาการ์ตากลาง เสนอผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตกรุงจาการ์ตา ให้จำคุก นายนาเดียม มาการิม (Nadiem Makarim) อดีต รมว.ศึกษาธิการอินโดนีเซีย และผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม Gojek ซูเปอร์แอปฯ ชั้นนำในประเทศอินโดนีเซีย เป็นเวลา 18 ปี จากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา Chromebook และระบบจัดการอุปกรณ์ Chrome (Chrome Device Management หรือ CDM) ในปีงบประมาณ 2563-2565 โดยคาดว่าศาลจะพิพากษาคดีนี้ในเดือน มิ.ย.
อัยการระบุว่านายนาเดียม ถูกกล่าวหาว่าแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นเงินประมาณ 8.09 แสนล้านรูเปียห์ ผ่านการจัดซื้อแล็ปท็อป Chromebook และ Chrome OS สำหรับโรงเรียน โดยได้ร่างข้อกำหนดในการประมูลที่สอดคล้องกับระบบปฏิบัติการ Chrome OS เพียงอย่างเดียว เพื่อทำให้ Google กลายเป็นผู้ควบคุมระบบนิเวศการศึกษาในอินโดนีเซียแต่เพียงผู้เดียว บทบาทของนายนาเดียมในคดีนี้ ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ถือเป็นการละเมิดคำมั่นสัญญาในการต่อต้านการทุจริตของรัฐบาล และสร้างความเสียหายต่อระบบการศึกษาของอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ มีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา Chromebook ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการเคยประเมินไว้ในปี 2561 แล้วว่าการนำมาใช้งานเพื่อการเรียนการสอนจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่เหมาะสมสำหรับประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากความพร้อมใช้งานของอินเทอร์เน็ตยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในพื้นที่ห่างไกล แต่กระทรวงศึกษาธิการยังคงเดินหน้าจัดซื้อ Chromebook ต่อไป หลังจากที่นายนาเดียมได้พบกับตัวแทนของ Google Asia Pacific และ Google Indonesia หลายครั้งในปี 2563
ด้านสำนักข่าว JAKARTA GLOBE รายงานว่า อัยการกล่าวหาว่านายนาเดียมได้ร่วมกันทุจริตกับเจ้าหน้าที่กระทรวงหลายคนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการจัดซื้อดังกล่าว กระบวนการจัดซื้อละเมิดกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาล และมีการรวมซอฟต์แวร์ CDM ที่ไม่จำเป็นและให้ประโยชน์แก่โรงเรียนเพียงเล็กน้อยเข้าไปด้วย คดีนี้สร้างความเสียหายต่อภาคการศึกษาของอินโดนีเซีย โดยขัดขวางความพยายามในการปรับปรุงความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
นอกเหนือจากโทษจำคุกแล้ว อัยการยังเรียกร้องให้ปรับเงิน 1 พันล้านรูเปียห์ และให้จ่ายเงินชดเชยรวม 5.68 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งหากไม่ชำระเงินชดเชยดังกล่าว จะต้องรับโทษจำคุกเพิ่มอีก 9 ปี
นายนาเดียม กล่าวหลังการพิจารณาคดีว่า คำร้องของอัยการเท่ากับว่าวันนี้กำลังเผชิญกับโทษจำคุกถึง 27 ปี ถือเป็นสถิติใหม่เลยทีเดียว โดยแย้งว่าบทลงโทษที่อัยการเสนอนั้นรุนแรงกว่าบทลงโทษที่บังคับใช้ในคดีฆาตกรรมและคดีก่อการร้ายบางคดีเสียอีก อีกทั้งยังได้โต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต และกล่าวว่าเงินชดเชยที่ถูกเรียกร้องนั้นสูงกว่าทรัพย์สินที่แท้จริงของเขามาก ลองจินตนาการดู นั่นหมายความว่าสำนักงานอัยการสูงสุดกำลังเรียกร้องให้จำคุกผมในทางปฏิบัติถึง 28 ปี สำหรับความผิดอะไร คดีของผมไม่มีทั้งการละเมิดกฎระเบียบการบริหารและไม่มีองค์ประกอบของการทุจริตเลย
สำหรับจำเลยร่วมของนายนาเดียม ได้แก่ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวง ประกอบด้วย นางศรี วาห์ยุนิงซิห์ (Sri Wahyuningsih) ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี และนายมุลยัตสยาห์ (Mulyatsyah) ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี 6 เดือน ด้านนายอิบราฮิม อารีฟ (Ibrahim Arief) ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกัน ในขณะที่นายจูริสต์ ตัน (Jurist Tan) อดีตเจ้าหน้าที่พิเศษ ยังคงหลบหนีอยู่
ขณะที่สำนักข่าว TEMPO.CO รายงานว่า อัยการกล่าวหาว่าการตัดสินใจเลือกใช้ Chromebook ได้รับแรงจูงใจจากผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวของนายนาเดียม โดยมีจุดประสงค์เพื่อกดดันให้ Google เพิ่มการลงทุนใน PT Aplikasi Karya Anak Bangsa (AKAB) ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยนายนาเดียม และหลังจากการควบรวมกิจการระหว่าง Gojek และ Tokopedia ในปี 2564 ก็ได้กลายเป็น PT GoTo Gojek Tokopedia ทั้งนี้ Google เป็นพันธมิตรที่ยาวนานของ Gojek มาก่อนที่จะมีข้อตกลงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ Indonesia Business Post รายงานว่า การเสนอโทษจำคุก 18 ปีต่อผู้ก่อตั้ง Gojek ของอินโดนีเซีย จุดชนวนกระแสต่อต้านจากสาธารณชน โดยในหมู่นักวิชาการด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบาย และผู้คนในภาคเทคโนโลยีของอินโดนีเซีย มองว่าคดีนี้มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ของนโยบาย มากกว่าจะมีหลักฐานโดยตรงที่ชี้ว่ามีการยักยอกทรัพย์ โดยตั้งข้อสังเกตว่า อัยการยังไม่ได้แสดงหลักฐานต่อสาธารณะ อาทิ เส้นทางการเงินโดยตรงจากงบจัดซื้อที่ไหลเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของนายนาเดียม หลักฐานของการปั่นราคา Chromebook หรือการโก่งราคาในการจัดซื้อ หรือการบิดเบือนขั้นตอนอย่างชัดเจนที่พิสูจน์ได้ว่ามีการแสวงหาความร่ำรวยอย่างผิดกฎหมาย ความสูญเสียของรัฐที่ถูกอ้างถึงนั้น ส่วนใหญ่คำนวณจากข้อเสนอที่ว่า Chromebook ไม่เกิดประสิทธิผลทางการศึกษา มากกว่าจะเป็นหลักฐานว่ามีการทุจริตจริง
ความรุนแรงของการเสนอโทษของอัยการ ได้กระตุ้นให้เกิดการถกเถียงอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว หลังจากชาวอินโดนีเซียจำนวนมากเปรียบเทียบคดีนี้กับบทลงโทษในคดีทุจริตที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและคดีก่อการร้าย ซึ่งบทลงโทษที่นายนาเดียมจะได้รับ ดูเหมือนจะหนักกว่าบทลงโทษที่บังคับใช้กับผู้ก่อการร้ายที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดและตัวการสำคัญในคดีทุจริตระดับชาติหลายคน
ตัวอย่างเช่น นายเซตย่า โนวานโต้ (Setya Novanto) จำเลยคดีทุจริต e-KTP หรือโครงการทำบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมทั้งประเทศ ได้รับโทษจำคุกเพียง 15 ปี, นายจูลิอารี บาตูบารา (Juliari Batubara) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคม ได้รับโทษจำคุกเพียง 12 ปีในคดีทุจริตเงินช่วยเหลือสังคมช่วงโควิด-19 อีกทั้งนักโทษคดีก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่บาหลีและเหตุโจมตีที่ซารินาห์ ได้รับโทษต่ำกว่าบทลงโทษที่อัยการกำลังเรียกร้องจากนายนาเดียม การเปรียบเทียบดังกล่าวเติมเชื้อไฟให้กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสม่ำเสมอในการลงโทษ และคำถามในวงกว้างเกี่ยวกับความได้สัดส่วนของโทษในระบบยุติธรรมอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ คดีนี้ยังกระทบกระเทือนจิตใจกลุ่มคนทำงานระดับมืออาชีพรุ่นใหม่ ระบบนิเวศสตาร์ทอัพ และภาคเทคโนโลยีของอินโดนีเซีย เพราะสำหรับผู้สนับสนุนหลายคนมองว่า นายนาเดียมเป็นตัวอย่างที่หาได้ยากของนักธุรกิจที่ได้รับการศึกษาระดับโลก ซึ่งยอมทิ้งภาคเอกชนเข้าร่วมรัฐบาลด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสถาบันของรัฐให้ทันสมัย และเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของอินโดนีเซีย นักวิจารณ์กังวลว่าคดีนี้อาจส่งสัญญาณที่น่ากลัวไปยังชาวอินโดนีเซียที่มีความสามารถซึ่งกำลังพิจารณาเข้าทำงานในภาครัฐ ว่าการปฏิรูปที่ทะเยอทะยานและการกำหนดนโยบายที่แหวกแนวอาจทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาในภายหลัง หากผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง
ความกังวลนี้รุนแรงเป็นพิเศษในกลุ่มผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยี คนทำงานรุ่นใหม่ และผู้คนในเศรษฐกิจดิจิทัลของอินโดนีเซีย ซึ่งหลายคนมองว่าระบบราชการและความไม่แน่นอนทางกฎหมายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปฏิรูปอยู่แล้ว นักลงทุนและบุคคลในแวดวงธุรกิจระหว่างประเทศบางส่วนยังเตือนด้วยว่า คดีนี้อาจทำลายภาพลักษณ์ความสามารถในการคาดการณ์ทางกฎหมายของอินโดนีเซีย และลดทอนความร่วมมือในอนาคตระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน
นายทอม เลมบง (Tom Lembong) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า กล่าวในพอดแคสต์ Akbar Faizal Uncensored เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา เตือนว่าการดำเนินคดีกับนายนาเดียม อาจส่งผลกระทบในแง่ลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อภาคเทคโนโลยีของอินโดนีเซียมหาศาล เพราะไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม Gojek หรือชื่อทางการในตลาดหลักทรัพย์คือ GOTO ถือเป็นหนึ่งในแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ
เขากล่าวว่านักลงทุนจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าอินโดนีเซียปฏิบัติต่อสตาร์ทอัพท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งก่อตั้งโดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างไร ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นแพลตฟอร์มรวมบริการที่จำเป็นสำหรับชาวอินโดนีเซียหลายสิบล้านคน นักลงทุนต่างชาติกำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับกระบวนการทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับนายนาเดียม หากเนื้อหาของคดีแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขามีความผิด คิดว่านักลงทุนคงจะปรบมือให้กับการบังคับใช้กฎหมาย แต่โครงสร้างทางกฎหมายนี้วุ่นวายและไร้สาระเกินไป
อีกด้านหนึ่ง วิดีโอคลิปที่เผยแพร่ทางออนไลน์แสดงให้เห็นเหตุการณ์สะเทือนอารมณ์ด้านนอกศาล รวมถึงคนขับ Gojek ที่เข้าสวมกอดนายนาเดียม และเรียกเขาว่า "ปาห์ลาวาน เอโกโนมี ซายา" (Pahlawan Ekonomi Saya) หรือ "วีรบุรุษทางเศรษฐกิจของฉัน" ในฐานะที่เขาสร้างช่องทางทำกินและโอกาสในการสร้างรายได้ให้ชาวอินโดนีเซียหลายล้านคน
บุคคลสาธารณะหลายคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย หนึ่งในนั้นคือ เจโรม โพลิน (Jerome Polin) ยูทูบเบอร์ชื่อดังชาวอินโดนีเซีย โพสต์ข้อความใน Threads ว่า "เห็นพี่นาเดียมโดนจำคุก 18 ปี ท้ายที่สุดแล้วคนที่มีคุณภาพและมีความซื่อสัตย์ทุกคนก็คงจะกลัวการเข้าไปทำงาน หรือร่วมงานกับรัฐบาล สุดท้าย (หน่วยงานรัฐ) ก็จะเต็มไปด้วยพวกที่ทุจริตคอร์รัปชัน พวกเราจบสิ้นแล้วใช่ไหม?" โพสต์ของเขากลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในหมู่ชาวเน็ต และจุดประกายให้เกิดการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบของคดีทุจริตที่มีต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน รวมถึงความสนใจของคนรุ่นใหม่ในการเข้ามามีส่วนร่วมในแวดวงรัฐบาล


