จากเหตุสะเทือนขวัญรถไฟพุ่งชนรถโดยสารกลางจุดตัดอโศก จนนำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ ล่าสุดยังพบพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำเดิม เมื่อหนุ่มฟรีแลนซ์รายหนึ่งลงทุนยืนเฝ้าทางข้ามรถไฟนานกว่า 7 ชั่วโมง ก่อนเผยยังมีคนขับฝ่าสัญญาณเตือนต่อเนื่อง พร้อมฝากคำเตือนสะเทือนใจ “ไม่อยากตายโง่ๆ เพราะความประมาทของใครบางคน” หวังคลิปที่บันทึกไว้จะช่วยปลุกสังคมให้ตระหนักเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญกลางกรุงที่รถไฟพุ่งชนรถประจำทาง จนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมความสูญเสียครั้งใหญ่ ล่าสุดดูเหมือนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะยังไม่ได้ก่อให้เกิดความตระหนักด้านความปลอดภัยเท่าที่ควร เพราะยังมีผู้ขับขี่บางรายละเลยและฝ่าฝืนสัญญาณเตือนอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ผู้ใช้เฟบุกชื่อ "Nuntawut Iyang Thaweechot" ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์นี้ ได้ออกมาโพสต์บอกเล่าประสบการณ์หลังจากที่ตนเองยอมเสียสละเวลาไปยืนปักหลักสังเกตการณ์และถ่ายคลิปวิดีโอบริเวณจุดตัดรถไฟอโศก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนถึง 13.00 น. รวมเป็นเวลานานกว่า 7 ชั่วโมง
โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความสรุปใจความสำคัญว่า เหตุผลที่ตนมาทำหน้าที่นี้ไม่ใช่เพราะเป็นนักข่าว หรือขับรถเป็น แต่ทำไปเพราะ "ความโกรธ" ในฐานะประชาชนคนธรรมดาและฟรีแลนซ์ที่ต้องใช้บริการรถโดยสารสาธารณะมานานกว่า 20 ปี
"ผมไม่อยากตายโง่ๆ เพราะความประมาทของใครสักคน โดยเฉพาะคนขับรถเมล์ ที่คุณมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารที่ขึ้นมาใช้บริการบนรถของคุณ" ผู้โพสต์ระบุ
นอกจากนี้เขายังระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลา 12.30 น. (ซึ่งเป็นช่วงที่รถไฟขบวนที่ 12 กรุงเทพ - ฉะเชิงเทรา กำลังจะแล่นผ่าน) ก็ยังคงพบเห็นภาพผู้ขับขี่บางรายพยายามขับฝ่าสัญญาณกั้นรถไฟ ทั้งในช่วงก่อนและหลังที่ไม้กั้นจะยกขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมอาจยังไม่ได้เรียนรู้จากความสูญเสียที่เพิ่งเกิดขึ้นมากนัก
สุดท้ายนี้ หนุ่มคนดังกล่าวระบุว่าจำเป็นต้องยุติหน้าที่การเฝ้าสังเกตการณ์ชั่วคราวเนื่องจากหมดพลัง แบตเตอรี่โทรศัพท์หมด และมีภารกิจที่ต้องไปทำต่อ รวมถึงในวันจันทร์ก็ต้องกลับไปทำงานตามปกติ แต่ความคาดหวังเดียวของเขาคือ อยากใหคลิปวิดีโอที่เขาถ่ายไว้ในวันนี้ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในใจของใครบางคน หรือช่วยยกระดับความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมได้จริง ๆ
คลิกชมคลิปวีดีโอ


