xs
xsm
sm
md
lg

ไต้หวันพร้อมเป็นพันธมิตรกับไทย ร่วมกันเสริมสร้างอนาคตสุขภาพที่ดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ร่วมกันเสริมสร้างอนาคตสุขภาพที่ดี  ไต้หวันและไทยเป็นพันธมิตรที่จะขาดเสียมิได้สำหรับสุขภาพระดับโลก
โดย ปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย
14 พฤษภาคม 2026

การประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลกสมัยที่ 79 จะเปิดประชุมในเร็ววันนี้ ประชาคมโลกได้มารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อหารือความท้าทายด้านสุขภาพที่เร่งด่วนที่สุดตั้งแต่โรคไม่ติดต่อที่เพิ่มสูงขึ้น จนถึงความซับซ้อนของสังคมผู้สูงวัย ความจำเป็นในการร่วมมืออย่างครอบคลุมถ้วนทั่วบนพื้นฐานของหลักวิทยาศาสตร์จึงมีความสำคัญและแหลมคมอย่างยิ่ง ซึ่งในความพยายามเหล่านี้ ประเทศไทยได้ยืนหยัดในฐานะผู้นำด้านการสาธารณสุขของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไต้หวันก็พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในฐานะพันธมิตรมืออาชีพที่สำคัญ

ความเป็นผู้นำของประเทศไทย: แบบอย่างสำหรับภูมิภาค ประเทศไทยได้รับการยอมรับมานานแล้วว่าเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านระบบการประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health Coverage,UHC) ใ นปีค.ศ.2026 ประเทศไทยยังคงสนับสนุนการดำเนินงานที่อิงหลักวิทยาศาสตร์และความเสมอภาคทางสุขภาพ โดยเน้นว่าสุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยเป็นผู้จัดให้มีการประชุมด้านสุขภาพระดับนานาชาติที่สำคัญ เป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในโครงการริเริ่มต่างๆ ขององค์กรอนามัยโลก (WHO) ประเทศไทยได้แสดงออกถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในด้านสุขภาพและสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประเทศ

ไต้หวันและไทยมีมุมมองที่คล้ายคลึงกันและสามารถเกื้อหนุนต่อกัน ไต้หวันและไทยมีมุมมองที่คล้ายคลึงกันอย่างยิ่งด้านสุขภาพและการสาธารณสุขในอนาคต ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังก้าวย่างสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ “สังคมผู้สูงวัย”
ซึ่งหวังว่าการดูแลสุขภาพอัจฉริยะและเทคโนโลยีชั้นสูงที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการคลี่คลายปัญหา
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อของไต้หวันได้นำเสนอนโยบาย “ไต้หวันสุขภาพดี” โดยมุ่งเน้นที่การยืดอายุขัยของสุขภาพดี ลดช่วงเวลาที่สุขภาพไม่ดี ขณะเดียวกันก็ให้การดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งสอดคล้องกับสุขภาพแบบองค์รวมที่ประเทศไทยยึดถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ดังนั้นความร่วมมือระหว่างเราจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่สำคัญดังนี้

* การดูแลสุขภาพดิจิทัลและ AI : ไต้หวันเป็นผู้บุกเบิก AI ในการจัดการโรคเรื้อรัง เช่น แบบจำลองทำนายความเสี่ยงโรคเบาหวาน โดยใช้ AI ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับพันธมิตรอย่างGoogle ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้เมื่อเชื่อมโยงกับระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ
(National Health Insurance,NHI) ของไต้หวัน จะช่วยให้การดูแลมีความแม่นยำและเฉพาะบุคคลมากขึ้น
*  การเฝ้าระวังโรคติดต่อ: ไต้หวันมีระบบการเฝ้าระวังโรคติดต่อที่มีความเป็นดิจิทัลสูง และประสบความสำเร็จในการตรวจพบการระบาดของโควิด-19 ในช่วงปลายปี2019 ด้วยความเป็นที่ตั้งสำคัญทางภูมิศาสตร์ ความสามารถตรวจพบการระบาดแต่เนิ่นๆ
จึงเป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่แข็งแกร่งสำหรับภูมิอาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
* การดูแลระยะยาวแบบอัจฉริยะ : เนื่องจากประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ไต้หวันจึงนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้เพื่อแบ่งเบาภาระงานของบุคลากร ไต้หวันยินดีที่จะแบ่งปันนวัตกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาคุณภาพการดูแลระดับสูงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์

ต้นทุนการถูกกีดกันของไต้หวัน แม้ไต้หวันจะมีผลงานโดดเด่นที่พิสูจน์ได้ รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการกำจัดไวรัสตับอักเสบซีขององค์กรอนามัยโลกก่อนกำหนดถึง 5 ปี แต่เรายังคงถูกจำกัดช่องทางการมีส่วนร่วมกับ WHO อย่างร้ายแรง ระหว่างปี 2012 ถึง 2025 ไต้หวันมีโอกาสได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมด้านเทคนิคของ WHO โดยเฉลี่ยเพียงปีละ 7 ครั้ง

“จุดบอด” ในเครือข่ายสุขภาพโลกนี้เป็นความเสี่ยงสำหรับโลกทั้งใบ ขณะที่ไต้หวันถูกกีดกันจากการได้รับระบบการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ด้านเชื้อโรค (Pathogen Access and Benefit-Sharing,PABS) ขององค์การอนามัยโลก
ประชาคมโลกก็สูญเสียการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์และศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับโลกไปอย่างน่าเสียดาย

ถึงเวลาแล้วที่จะ “ร่วมมือกับไต้หวัน” (Chip in with Taiwan) ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของประชาคมสาธารณสุขโลก เราแบ่งปันทั้งอุปกรณ์ด้านวัตถุและเทคโนโลยีอย่างแข็งขันเสมอมา เช่นการอนุญาตให้องค์การอนามัยโลกใช้เทคโนโลยีวัคซีนโควิด เราไม่มีความประสงค์จะสร้างความยุ่งยาก เราเพียงต้องการปฏิบัติตามความรับผิดชอบของเราในฐานะสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของประชาคมระหว่างประเทศเท่านั้น

เราขอเรียกร้องต่อทุกประเทศรวมทั้งมิตรชาวไทย โปรดสนับสนุนการเข้าร่วมสมัชชาอนามัยโลกในฐานะผู้สังเกตการณ์
ซึ่งสุขภาพนั้นเป็นเรื่องไร้พรมแดน เราควรสร้างสรรค์โลกที่ยืดหยุ่นและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม และบัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะ
“ร่วมมือกับไต้หวัน”.