“เควิน สมิธ” คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวอังกฤษอ้างถูกทหารไทยยิงปืนใส่ ระหว่างลงพื้นที่โอร์เสม็ด ตรงข้ามช่องจอม ด้าน “ไมเคิล อัลฟาโร” เตือนอินฟลูฯ ไม่ใช่นักข่าว ทำอะไรต้องมีวุฒิภาวะ อย่ายั่วยุ คนชายแดนเดือดร้อนมากพอแล้ว ขณะ ทภ.2 ของไทย เผยฝรั่งเข้าใกล้แนวลวดหนาม จึงยิงเตือน 2 นัดตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
เดอะ พนมเปญ โพสต์ สื่อกัมพูชา รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายเควิน สมิธ นักสร้างคอนเทนต์ชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในกัมพูชานานกว่า 10 ปี ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Kevin Smith KH ระบุว่า “ทหารไทยเพิ่งยิงใส่ผมที่โอร์เสม็ด ซึ่งเป็นดินแดนอธิปไตยของกัมพูชาที่ถูกยึดครองอย่างผิดกฎหมาย เพียงเพราะผมพยายามพูดความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมไม่มีอาวุธ ไม่มีการยั่วยุ สิ่งเดียวที่ผมมีคือกล้องถ่ายภาพ”
หลังจากนั้นไม่นาน เขาเผยแพร่วิดีโอคลิปที่มีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด โดยสมิธอ้างว่าในความเป็นจริงมีการยิงทั้งหมด 4 นัด และทหารไทยได้เตือนเขาไม่ให้บันทึกภาพในพื้นที่ดังกล่าว
สมิธให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า การเดินทางไปยังโอร์เสม็ดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความย้อนแย้ง” ของฝ่ายไทย ที่เรียกร้องการหารือทวิภาคีเรื่องพื้นที่ทางทะเล แต่กลับปฏิเสธการเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดนทางบก
เขาระบุว่า นี่เป็นการเดินทางไปโอร์เสม็ดครั้งที่สอง และต้องการชี้ให้เห็นว่า ก่อนหน้านี้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เคยมีการยิงปืนในช่วงที่คณะนักการทูตลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ซึ่งเขาไม่คิดว่าจะเกิดเหตุซ้ำอีก เพราะมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม
“ผมเดินเข้าไปใกล้พื้นที่ประมาณ 20 เมตรจากแนวลวดหนาม ก่อนเริ่มถ่ายวิดีโอ จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายครั้ง หลังจากสองนัดแรก ผมยังถ่ายคลิปต่อให้จบ เพราะไม่อยากปล่อยงานค้างไว้ จากนั้นทหารจึงแนะนำให้หลบเข้าที่กำบัง ก่อนจะมีการยิงเพิ่มอีก 2 นัด” สมิธกล่าว
นอกจากนี้ เขายังอ้างว่า ช่างภาพของเขายังคงอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเก็บภาพเพิ่มเติม ขณะที่ทหารไทยตะโกนด่าทอและแสดงท่าทางยั่วยุ รวมถึงชูนิ้วกลางใส่เขา
สมิธยังกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา โดยอ้างว่า ทหารไทยเคยยิงปืนเตือน 9 นัด ระหว่างคณะเจ้าหน้าที่นานาชาติลงพื้นที่ ก่อนที่ฝ่ายไทยจะชี้แจงว่าเป็นเสียงประทัด ซึ่งเขามองว่าเหตุการณ์ล่าสุดเป็นหลักฐานว่าไม่ใช่ประทัดอย่างที่กล่าวอ้าง
ทั้งนี้ สมิธเป็นที่รู้จักจากการเดินทางไปยังพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดนหลังการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยหลายครั้งเขาเข้าไปในจุดที่ทหารไทยติดตั้งลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์กีดขวาง พร้อมแสดงสัญลักษณ์ประท้วง เช่น การพ่นข้อความ “Thiefland” และคำว่า “ចោរ” ซึ่งแปลว่า “โจร” ในภาษาเขมร ลงบนป้ายถนนและตู้คอนเทนเนอร์ ขณะสวมธงชาติกัมพูชาเป็นผ้าคลุม
สมิธกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมไม่กลัว และจะไม่หยุด สิ่งที่ผมทำก็เพื่อประเทศนี้ ชีวิตของผมคือกัมพูชา ภารกิจของผมชัดเจนมาตั้งแต่เดือนธันวาคม คือการเปิดเผยความจริงต่อโลก แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม”
อย่างไรก็ตาม ทางด้านายไมเคิล อัลฟาโร นักล็อบบี้ชาวอเมริกันที่อ้างตัวเป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวและเคยมารายงานสดผ่านทางโซเชียลมีเดียในประเด็นขัดแย้งไทย-กัมพูชา ช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก “Michael B Alfaro” ว่า “ทุกฝ่ายต้องใช้ความอดทนและสติในการรับมือสถานการณ์บริเวณชายแดนกัมพูชา–ไทย
“ขณะนี้ความตึงเครียดก็สูงมากอยู่แล้ว การกระทำยั่วยุ การดูหมิ่น การแสดงท่าทางไม่เหมาะสม หรือการยกระดับความขัดแย้งจากฝ่ายใดก็ตาม มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปะทุของสถานการณ์อันตรายขึ้นอีกครั้ง
“กรณีรายงานเกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์ “Kevin Smith KH” และเหตุยิงปืนเตือนบริเวณชายแดน ควรเป็นเครื่องเตือนใจว่า คำพูดและการกระทำย่อมมีผลตามมา โดยเฉพาะในพื้นที่อ่อนไหวเช่นนี้
“บรรดาอินฟลูเอนเซอร์ควรใช้ความระมัดระวัง มีวุฒิภาวะ และคำนึงถึงหลักการทางการทูตในช่วงเวลานี้ อีกทั้งควรตระหนักด้วยว่า อินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่นักข่าว และไม่ได้รับความคุ้มครองในลักษณะเดียวกัน
“ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนต้องเผชิญกับความเดือดร้อนมามากพอแล้ว สันติภาพและเสถียรภาพควรต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด” นายไมเคิลย้ำเตือน
ด้านรายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 13 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตรวจพบชาวต่างชาติ ลักษณะเป็นชาวตะวันตก ไม่ทราบสัญชาติ เดินเข้าใกล้บริเวณแนวลวดหนาม ถนนทางเข้าโอร์เสม็ด ตรงข้ามช่องจอม จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการยิงเตือน 2 นัด ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่และหลีกเลี่ยงเหตุเข้าใจผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงบริเวณชายแดน


