ดร.ธรณ์ โชว์หลักฐานความสำเร็จปะการังฟื้นตัว 300 ตร.ม. ภายใน 4 ปีที่ผ่านมา พร้อมส่งเสียงเตือนถึงโปรเจกต์ยักษ์ "แลนด์บริดจ์" หวั่นทำลายแนวปะการังสมบูรณ์ที่เกาะพยามและเกาะค้างคาว ตั้งคำถามใหญ่ "คุ้มไหมที่จะพัฒนา?" หากต้องแลกกับสมบัติล้ำค่าใต้ทะเลที่ประเมินค่าไม่ได้
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. เฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” ของ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ภาพเปรียบเทียบ 4 ปีผ่านมา ปะการังขยายตัวกินพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นข่าวดีของทะเลไทย
โดยระบุข้อความว่า "ธรรมชาติกำลังฟื้นฟูตัวเองหากเราให้โอกาสเธอ ทะเลสอนผมเช่นนี้มานับสิบๆ ปี และนี่คือหนึ่งในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จากปะการังหย่อมน้อยเพียงไม่กี่ตารางเมตร สี่ปีผ่านไป ปะการังขยายตัวกินพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร
ลองดูภาพหย่อมสีดำเปรียบเทียบกันได้ครับ จะเห็นการขยายตัวอย่างชัดเจน ผมใส่ภาพใต้น้ำไว้ด้วย เพื่อให้เพื่อนธรณ์เห็นว่าหย่อมสีดำคืออะไร ปะการังเขากวางขนาดใหญ่ ฝูงปลาสวยงามไม่ต่ำกว่า 20 ชนิด ปริมาณมหาศาล เหมือนดำน้ำเข้าไปในดงปลา โคตรอควอเรี่ยมก็ไม่มีแบบนี้ให้เห็น มีแต่ในทะเลเท่านั้น
ทะเลที่ได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในงานที่เราทำที่ Crossroads Maldives เก็บพื้นที่มีศักยภาพไว้ ช่วยปลูกบ้างเท่าที่จำเป็น ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทะเล ถึงวันนี้ที่ครอสโร้ด เรามีพื้นที่ให้ทะเลฟื้น 7 แห่งตามจุดต่างๆ รอบเกาะกลางมหาสมุทรทุกแห่งปะการังเพิ่มขึ้นจนผมยิ้มแก้มปริ แม้โลกร้อนขึ้น เอลนีโญกำลังมา แต่ผมเชื่อว่าพวกเธอจะฝ่าไปได้เพราะปะการังเหล่านี้โดนเอลนีโญมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน แต่พวกเธออยู่รอด
อาจเพราะน้ำถ่ายเทดี อาจเพราะสายพันธุ์ตรงนี้อยู่ที่น้ำตื้นน้ำใส ชินต่อความร้อนและแดดแรง อาจเพราะอะไรอีกหลายประการ ผมไม่รู้หรอก แต่ผมรู้ว่าตรงนี้พวกเธอรอด เราต้องรักษาโอกาสไว้ให้พวกเธอ แล้วทำไมอาจารย์ไม่ทำที่ทะเลไทยบ้าง ? ทำครับ พยายามอยู่ตอนนี้ นั่นคือการหาทางรอดให้ปะการังที่เกาะพยามและเกาะค้างคาว แนวปะการังน้ำตื้นระดับสมบูรณ์ดี/ดีมาก ที่อาจได้รับผลกระทบจากการสร้างท่าเรือแลนด์บริดจ์ คุ้มไหมที่จะพัฒนา ? หากทำแล้วทำไงที่จะรักษาทะเลไว้ให้ได้มากที่สุด
ข้อมูลที่เพียงพอเพื่อการตัดสินใจที่รอบคอบคือสิ่งสำคัญ ไม่เหนื่อยที่จะเขียน ไม่ท้อที่จะพูด เพราะเห็นสิ่งที่ตัวเองทำเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้พวกเธอกำลังโต"


