เพจการบิน "GATC Thailand" กางสถิติชี้แจงกรณีเครื่องบินต้องบินวนตั้งหลักใหม่หรือ Go-Around ย้ำชัด! ไม่ใช่ความผิดของนักบินหรือ ATC และไม่มีใครอยากให้เกิดหากไม่จำเป็น แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อ "ความปลอดภัยสูงสุด" ของผู้โดยสาร เผยปัจจัยหลักร้อยละ 34 มาจากการจัดการจราจรทางอากาศ ชี้คนหน้างานต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาล พร้อมฝากถึงผู้บริหารต้องรักษาสมดุลระหว่าง "กำไร" กับ "ความปลอดภัย" ย้ำปัญหา Go-Around คือเรื่องของระบบนิเวศการบินทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. เพจ "GATC Thailand" ซึ่งนำเสนอคอนเทนต์ความรู้เกี่ยวกับแวดวงการบินและสนามบิน ได้โพสต์ข้อความเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม กรณีเครื่องบินต้องทำการบินขึ้นไปตั้งหลักใหม่ขณะเตรียมลงจอด (Go-Around) โดยชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจดังกล่าวของนักบินมีเป้าหมายหลักเพื่อ "ความปลอดภัยสูงสุด" ของผู้โดยสารและอากาศยาน พร้อมสะท้อนปัญหาแรงกดดันของบุคลากรด่านหน้า วอนผู้บริหารรักษาสมดุลระหว่างเป้าหมายทางธุรกิจกับความปลอดภัย
ทางเพจระบุว่า ในความเป็นจริงไม่มีนักบิน เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC) หรือแม้แต่สายการบินใด อยากให้เกิดเหตุการณ์ Go-Around บ่อยครั้งหากไม่จำเป็นอย่างยิ่งยวด เนื่องจากเหตุการณ์แต่ละครั้งหมายถึงต้นทุนที่สูญเสียไป ทั้งค่าน้ำมัน เวลา และส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของผู้โดยสาร
อย่างไรก็ตาม ผู้ปฏิบัติงานแถวหน้า (Frontline Operator) โดยเฉพาะนักบินและเจ้าหน้าที่ ATC ต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลจากปัจจัยแวดล้อมที่ซ่อนเร้นอยู่ในระบบการบิน ไม่ว่าจะเป็น การจัดสรรตารางเวลาบินที่แน่นขนัด ปัญหาเที่ยวบินล่าช้าสะสม ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานของสนามบิน (เช่น มีทางวิ่งเดียว ขาดแคลนอุปกรณ์) ไปจนถึงเหตุฉุกเฉินหรือสภาพอากาศแปรปรวน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความเครียด ความเหนื่อยล้า และการตัดสินใจของนักบินในช่วงเวลาวิกฤต (Critical phases of flight) ว่าจะนำเครื่องลงต่อหรือทำการ Go-Around เพื่อรักษาชีวิตของผู้โดยสารและทรัพย์สินของสายการบิน
ดังนั้น หน้าที่สำคัญของผู้บริหารหน่วยงานการบินคือ การบริหารเพื่อรักษาสมดุลระหว่าง "ปัจจัยด้านผลผลิตและรายได้" (Production) กับ "การป้องกันและความปลอดภัย" (Protection) ไม่ให้มุ่งเน้นแต่กำไรจนละเลยมาตรฐานความปลอดภัย
นอกจากนี้ ทางเพจยังได้เปิดเผยสถิติจากรายงานความปลอดภัย (Air Safety Report) ซึ่งรวบรวมจากฐานข้อมูลกว่า 5,000 รายงาน พบว่าอัตราการเกิด Go-Around โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1-2 ครั้งต่อ 1,000 เที่ยวบิน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่
ปัญหาการจัดการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Management Issue) สัดส่วนสูงถึง 34% สะท้อนให้เห็นว่าฝั่งเจ้าหน้าที่ ATC เองก็แบกรับแรงกดดันจากระบบและสภาพแวดล้อมที่ไม่แตกต่างจากนักบิน
ปัจจัยด้านสภาพอากาศและอุตุนิยมวิทยา (Meteorological Factor) สัดส่วน 22% ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากแต่แจ้งเตือนเพื่อป้องกันได้
ความไม่เสถียรขณะเตรียมลงจอด (Unstabilized Approaches) สัดส่วน 16% เช่น เผชิญกระแสลมปั่นป่วน ทัศนวิสัยต่ำ หรือฝนตกหนัก
ในช่วงท้าย เพจ GATC Thailand ย้ำเตือนว่า การบินยังคงเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีความปลอดภัยสูงสุด และผู้ปฏิบัติงานทุกคนล้วนให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยเป็นอันดับแรก การทำ Go-Around จึงไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หากจะมองว่าเกิดจากการบริหารจัดการที่ไม่ดีพอ ก็ต้องมองรวมไปถึงการบริหารจัดการของทั้งระบบนิเวศการบิน (Aviation System) ไม่ใช่การปัดความรับผิดชอบไปที่ผู้ปฏิบัติงานหน้างานหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง


