xs
xsm
sm
md
lg

แฉ "เฉิน ซีโฟร์" สแกมเมอร์จีนเทาระดับบอส รู้จักคนใหญ่คนโตเขมร คาดสะสมอาวุธใช้ก่อเหตุในกัมพูชา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“วาสนา” แฉหนุ่มจีนซุก C4 คือแก๊งสแกมเมอร์จีนเทาระดับบอส มีอิทธิพลในกัมพูชา รู้จักทหารและคนใหญ่คนโตของเขมร พบหลักฐานในมือถือเชื่อมโยงรับงาน-จ่ายงานสังหารหรือทำร้ายบุคคลในกัมพูชา โดยเตรียมอาวุธส่งข้ามแดนให้ลูกน้องลงมือ

วันนี้ (11 พ.ค.)​ ความคืบหน้ากรณีการจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งขับรถพลิกคว่ำในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธภายในรถ จึงควบคุมตัวพาไปค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบอาวุธจำนวนมาก ทั้งอาวุธปืนสงคราม ระเบิดมือจำนวนมาก รวมทั้งวัตถุที่ใช้ทำระเบิด C4 สามารถนำไปก่อวินาศกรรมได้ รวมทั้งพบวิดีโอคลิปการฝึกอาวุธกับกองกำลัง BHQ ของกัมพูชาในโทรศัพท์มือถือ และพบว่าผู้ต้องหามีทั้งพาสปอร์ตจีนและกัมพูชา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายหมิงเฉิน ซัน ฐานครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต และอีกหลายข้อหา และกำลังสอบสวนขยายผลสืบหาที่มาที่ไปของอาวุธดังกล่าวรวมทั้งแรงจูงใจในการสะสมอาวุธนั้น

ล่าสุด นางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหารและความมั่นคง เปิดเผยประเด็นในรายการ “เรื่องใหญ่ live talk” ทางช่อง PPTVHD36 ว่า จากข้อมูลการข่าวที่ได้จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ การสอบปากคำ และข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ พบว่านายหมิงเฉิน ซัน ไม่ใช่นักสะสมอาวุธตามที่เคยมีการตั้งข้อสังเกต แต่มีเป้าหมายในการเตรียมอาวุธไว้ใช้ก่อเหตุ โดยไม่ได้มุ่งก่อเหตุในประเทศไทย

นางสาววาสนาอ้างแหล่งข่าวระบุว่า นายเฉินถือเป็นระดับบอสคนสำคัญในเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์จีนเทา และมีอิทธิพลในกัมพูชา มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งกลุ่มผู้มีอิทธิพลและบุคคลในแวดวงทหารของกัมพูชา

นอกจากนี้ จากข้อมูลที่ตรวจพบในโทรศัพท์มือถือยังพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจ่ายงาน-รับงานด้านการสังหารและทำร้ายบุคคลในกัมพูชา โดยนายเฉินไม่ได้ลงมือด้วยตนเองทุกครั้ง แต่ทำหน้าที่วางแผนและจัดหาอาวุธให้ลูกน้องเป็นผู้ปฏิบัติการแทน

ส่วนกรณีพบเสื้อเกราะติดวัตถุระเบิด C4 นั้น แหล่งข่าวระบุว่า นายเฉินเป็นผู้ประกอบขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้ลูกน้องนำไปใช้ก่อเหตุในกัมพูชา โดยเตรียมลำเลียงผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยว่าทำไมจึงไม่ประกอบอุปกรณ์ดังกล่าวในกัมพูชา ทำให้เชื่อว่าอาจมีข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจสร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชนหรือไม่

ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายดังกล่าว รวมถึงขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งใน และนอกประเทศอย่างละเอียดต่อไป