สำนักงานเขตบางแคแจงหลังโซเชียลตั้งข้อสังเกตการได้มาซึ่งสัญชาติของ "นายเฉิงเจ้า หวู" หนุ่มจีนถือบัตรประชาชนไทย ยืนยันเป็นการได้สัญชาติตามบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดหลักเกณฑ์เคร่งครัด ไร้ปัญหาสวมสิทธิ
จากกรณีโซเชียลฯ แห่แชร์ภาพบัตรประจำตัวประชาชนไทยของหนุ่มจีนรายหนึ่งชื่อว่า “นายเฉิงเจ้า หวู” ในบัตรมีการระบุเลข 13 หลักครบถ้วน พร้อมชื่อปรากฏในทะเบียนบ้านอย่างชัดเจน จนหลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นการสวมสิทธิหรือไม่? ชาวเน็ตจึงพากันจับตาไปที่ "บิ๊กต่าย" เรื่องการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการได้มาซึ่งสัญชาติของหนุ่มจีนรายนี้ โดยเฉพาะกรณีการตรวจสอบย้อนหลังถึงต้นตอของเลข 13 หลัก
ล่าสุดวันนี้ (11 พ.ค.) เพจ "สำนักงานเขตบางแค" ได้ชี้แจงหลังบุคคลชาวจีนรายดังกล่าวได้ทำบัตรประชาชนที่เขตบางแค โดยนายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางแค กล่าวว่า บุคคลที่เป็นข่าวชื่อ เฉิงเจ้า หวู จากเอกสารหลักฐานที่ปรากฏพบว่ามีการเพิ่มชื่อที่อยู่ในสำนักงานเขตบางแคจริง และมีการทำบัตรประจำตัวประชาชนที่สำนักงานเขตบางแคจริง ซึ่งมีการเพิ่มชื่อเมื่อปี 2551 หรือกว่า 10 ปีที่แล้ว ซึ่งในขณะนั้นเจ้าตัวอายุ 13 ปี ตามมาในปี 2553 ได้ทำบัตรประชาชนเนื่องจากอายุครบ 15 ปี
นายเทียนชัยกล่าวต่อว่า จากหลักฐานที่ตรวจพบ การเพิ่มชื่อ และทำบัตรประชาชนของนายเฉิงเจ้า หวู นั้น เป็นการดำเนินการตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร ข้อ 95 ซึ่งเป็นการพิสูจน์สัญชาติ และได้สัญชาติไทยตามบิดา
“เมื่อมีหลักฐานการพิสูจน์สัญชาติจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผลการตรวจ DNA จากโรงพยาบาลรัฐ รวมถึงการสอบพยานบุคคลครบถ้วนในขณะนั้นแล้ว สำนักงานเขตบางแค จึงได้มีการเพิ่มชื่อในปี 2551 และให้ทำบัตรประชาชนในปี 2553″ นายเทียนชัยกล่าว และว่า
"ที่ผ่านมาสำนักงานเขตบางแคได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการย้ายเข้า ย้ายออก การทำบัตรประชาชน นะครับ เพื่อตรวจสอบอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการสวมสิทธิ หนังสือสั่งการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เราถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด"


