xs
xsm
sm
md
lg

ชาวเน็ตไล่บี้หน่วยงานจับทัวร์จีนมือยิง "ปลานกแก้ว" หาดกะตะมารับโทษ หวั่นทำกฎหมายไทยไร้ความหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพจดังแฉกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลงดำน้ำยิงปลา “ปลานกแก้ว” บริเวณหาดกะตะ จ.ภูเก็ต ชาวเน็ตจี้หน่วยงานล่าตัวผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมรับโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด หวั่นหากเหตุการณ์นี้ปล่อยเงียบจะเป็นการสร้างมาตรฐานที่ผิดว่า "กฎหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์"

วันนี้ (11 พ.ค.) เพจ "Phuket Times ภูเก็ตไทม์" ได้โพสต์ภาพกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลงดำน้ำยิงปลา “ปลานกแก้ว” ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลคุ้มครอง บริเวณหาดกะตะ จ.ภูเก็ต โดยทางเพจรายงานว่า "สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 นำโดยนายนเรศ ชูผึ้ง นำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับกองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำภูเก็ต กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ตำรวจป่าไม้ บก.ปทส. และเทศบาลตำบลกะรน รวมกว่า 20 นาย ลงพื้นที่บริเวณหาดกะตะ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุตามที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าบริเวณด้านทิศใต้ของหาดกะตะ ใกล้ร้านบาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ พร้อมสอบถามข้อมูลจากเจ้าของร้าน ทราบว่า เมื่อคืนวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. พบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนลงดำน้ำยิงปลาในบริเวณแนวโขดหินหน้าหาด ก่อนนำปลานกแก้วขึ้นมาบริเวณชายหาด และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรายอื่นเข้ามาถ่ายภาพตามที่ปรากฏในข่าว

เจ้าของร้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ได้พยายามห้ามปรามนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวแล้ว แต่ไม่เป็นผล พร้อมเสนอให้หน่วยงานภาครัฐติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งข้อห้ามในพื้นที่ รวมถึงเพิ่มการตรวจตราอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ค่อนข้างลับสายตาและอยู่ปลายอ่าวกะตะ

ภายหลังการลงพื้นที่ เทศบาลตำบลกะรนได้ประสานเตรียมจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ติดตั้งบริเวณชายหาด ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจและตำรวจในพื้นที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการออกตรวจ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ร้านค้า และนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับข้อกฎหมายในการคุ้มครอง “ปลานกแก้ว” ซึ่งถูกกำหนดเป็นสัตว์ทะเลที่ห้ามจับและครอบครอง ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2567

สำหรับผู้ฝ่าฝืน มีความผิดตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจับหรือครอบครองปลานกแก้ว หรือการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล สามารถแจ้งสายด่วนพิทักษ์ทะเล 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป"

สำหรับ ปลานกแก้ว (Parrotfish) มีรูปร่าง ลักษณะและสีสันสวยงาม จึงมีผู้นิยมจับมาดูเล่นและนำมาเป็นอาหาร ทำให้ประชากรปลานกแก้วลดลง ส่งผลกระทบระบบนิเวศโดยรวม "ปลานกแก้ว 1 ตัว สามารถผลิตทรายขาวละเอียดให้กับชายหาดได้ถึง 90 กิโลกรัมต่อปี" จากการกินซากปะการังตายและขับถ่ายออกมา นอกจากนี้ ยังช่วยกำจัดสาหร่ายที่แย่งที่อยู่ปะการัง การสูญเสียปลานกแก้วจึงเท่ากับการทำลาย "พนักงานทำความสะอาด" และ "ผู้สร้างหาดทราย" ของภูเก็ตโดยตรง

นอกจากนี้ ชาวเน็ตและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า "คนผิด" จะถูกนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้หรือไม่? พร้อมจี้หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดภูเก็ตให้เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด หวั่นหากเหตุการณ์นี้ปล่อยเงียบจะจบลงเพียงแค่การลงพื้นที่ถ่ายภาพแล้วหายไปกับกระแสข่าว และเป็นการสร้างมาตรฐานที่ผิดว่า "กฎหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์"