กองทัพภาคที่ 2 รายงาน เหตุชาวบ้านหาอึ่งชายแดนท้ายเขื่อน อ.บ้านกรวด บุรีรัมย์ เจอชายฉกรรจ์ยิงปืนไล่ เผยจุดที่เกิดเหตุเคยเป็นเส้นทางลักลอบทำผิดกฎหมาย ชาวบ้านอาจเจอกลุ่มผู้ทำผิดโดยบังเอิญ หรืออาจเป็นทหารเขมรเข้ามาหาของป่ากินแก้ความอดอยาก
จากกรณีกระแสข่าวชาวบ้านในพื้นที่ท้ายเขื่อน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ออกไปหาอึ่งในเวลากลางคืนและได้เจอกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธคาดว่าเป็นทหารกัมพูชาที่รุกล้ำเขตแดนเข้ามา ด้วยความกวาดกลัวจึงทิ้งรถจักรยานยนต์วิ่งหนีและมีเสียงยิงปืนไล่หลัง 1 นัดนั้น กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนี้
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 69 เวลาประมาณ 20.00 น. นายอภิรักษ์ (อู๊ด) บุตรเพชร อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และเพื่อนอีก 1 คน ทราบชื่อคือ นายประยูร บุญค้ำ ราษฎรบ้านสายโท 2 ใต้ ม.8 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้ชักชวนกันไปหาของป่า (จับอึ่ง) บริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ ม.1 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดยนายอภิรักษ์ให้ข้อมูลว่าได้จอดจักรยานยนต์ของตนและเพื่อนทั้ง 2 คัน และได้เดินหาของป่าบริเวณโดยรอบ และในระหว่างที่หาของป่า ทั้ง 2 คนอ้างว่าได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเป็นภาษากัมพูชา จึงหยุดเดินและมองเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 6-8 คน และมีดวงไฟประมาณ 2-3 ดวง พวกตนคิดว่าน่าจะเป็นทหารกัมพูชาจึงเกิดความหวาดกลัว และวิ่งหนีออกมาจากบริเวณดังกล่าว โดยได้ทิ้งยานพาหนะซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda เวฟ สีดำ-แดง จำนวน 2 คัน ไว้บริเวณป่าท้ายเขื่อนสายโท 3 ใต้ ซึ่งในระหว่างที่หนีนั้นเห็นแสงไฟฉายประมาณ 2-3 ดวง เคลื่อนที่ตามมา พวกตนจึงดับไฟฉาย ซ่อนตัว ทิ้งของป่า และได้ยินเสียงคล้ายปืน จำนวน 1 นัด ในทิศทางที่พบกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ซึ่งเมื่อพวกตนพ้นแนวป่าออกมาแล้วจึงได้โทรศัพท์ให้ผู้ใหญ่บ้านมารับ และพวกตนกลับถึงบ้านประมาณ 23.00 น.โดยปลอดภัย
กองทัพภาคที่ 2 ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ประสานงานกำนัน เข้าพบปะนายอภิรักษ์ บุตรเพชร หรือ อู๊ด อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 7 บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ผู้ประสบเหตุ เพื่อสืบสภาพข้อมูลขั้นต้น และนำฝ่ายความมั่นคงเข้าชี้จุดบริเวณที่พบทหารกัมพูชาดังกล่าว หลังจากนั้นได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเข้าพื้นที่ตามที่ชาวบ้านให้ข้อมูลเพื่อนำรถจักรยานยนต์มาคืนราษฎรตามที่ได้รับแจ้ง และเมื่อเข้าพื้นที่ดังกล่าวได้ตรวจการณ์พบรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน จำนวน 2 คันของราษฎร จึงดำเนินการปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย จนนำรถจักรยานยนต์ส่งคืนแก่ราษฎรได้เรียบร้อย
ทั้งนี้ จากข้อมูลด้านความมั่นคงในพื้นที่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบกระทำผิดกฎหมายชายแดน เช่น การลำเลียงยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จึงมีความเป็นไปได้ว่าชาวบ้านอาจเข้าไปใกล้บริเวณที่กลุ่มผู้กระทำผิดใช้เคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว หรืออาจเป็นทหารกัมพูชาเดินเข้ามาหาของกินในพื้นที่เนื่องจากความอดอยากในพื้นที่
กองทัพภาคที่ 2 จึงได้สั่งให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เพิ่มมาตรการป้องกันพื้นที่และการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำงานอย่างเข้มแข็งต่อไป ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาและแจ้งข่าวสารอันเป็นประโยชน์ให้ทางราชการได้รับทราบ เพื่อให้การดำเนินการดูแลพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป


