xs
xsm
sm
md
lg

"สรรัตน์" นักเขียนบทมือทอง ชี้รัฐหนุนหนังประวัติศาสตร์ ไม่เท่ากับเป็นโฆษณาชวนเชื่อเสมอไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดร.สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์” นักเขียนบทชื่อดังเจ้าของผลงาน นาคี และ ธี่หยด ออกมาเปิดมุมมองเดือด ชี้การสนับสนุนจากภาครัฐในงานสร้างสรรค์อิงประวัติศาสตร์” ไม่ได้เท่ากับการครอบงำเนื้อหาเสมอไป พร้อมย้ำว่า Soft Power ที่แท้จริงคือการเปิดพื้นที่ให้ศิลปะสะท้อนและตั้งคำถามกับสังคมได้อย่างเสรี ไม่ใช่แค่การสร้างเสียงสรรเสริญรัฐเพียงด้านเดียว

วันนี้ (10 พ.ค.) กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เมื่อการให้ทุนสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ถูกจับตามองอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "งบประมาณรัฐ" กับ "เนื้อหาอิงประวัติศาสตร์" ที่มักถูกตั้งคำถามว่าเป็นการสร้างเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ ล่าสุด ดร.สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ นักเขียนบทมือทองเจ้าของผลงานชื่อดังอย่าง นาคี และ ธี่หยด ได้ออกมาให้มุมมองที่น่าสนใจผ่านบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางนโยบายวัฒนธรรมและ Soft Power ของไทย โดยระบุว่าการมองว่าทุนรัฐเท่ากับ "กระบอกเสียงรัฐ" อาจเป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป

ดร.สรรัตน์ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ฝรั่งเศส หรืออังกฤษ ต่างก็มีระบบกองทุนภาพยนตร์และเครดิตภาษีเพื่อผลักดัน ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) เพราะภาพยนตร์และซีรีส์คือเครื่องยนต์สำคัญที่สร้างรายได้และการท่องเที่ยวในระยะยาว "หากทุกเรื่องที่แตะประวัติศาสตร์ไทยถูกตีตราว่าเป็น Propaganda ไปเสียหมด เท่ากับเรากำลังปิดโอกาสผู้สร้างสรรค์ไทยในการเล่าเรื่องสเกลใหญ่ เพราะละครพีเรียดใช้ต้นทุนสูงมาก ทั้งฉาก เสื้อผ้า และการวิจัย ภาครัฐจึงจำเป็นต้องยื่นมือเข้ามาช่วย"

หนึ่งในข้อโต้แย้งที่น่าสนใจคือ การได้รับอนุมัติงบจากคณะกรรมการ THACCA ไม่ได้หมายความว่าผลงานนั้นจะต้องอวยรัฐเสมอไป ดร.สรรัตน์ ยกตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องผีใช้ได้ ที่ไปคว้ารางวัล Grand Prize AMI Paris จากคานส์ 2025 ซึ่งเป็นงานที่สะท้อนประวัติศาสตร์ยุคใหม่และการเมืองไทยอย่างเฉียบคม มีการตั้งคำถามและต่อรองอำนาจ ไม่ใช่การยกยอปั้นสรรเสริญแบบตรงไปตรงมา 

3 ประเด็นสำคัญที่แยก "การหนุนอุตสาหกรรม" ออกจาก "การครอบงำ"
1.การย้อนมองอดีตไม่ใช่การถอยหลัง โดยหลายประเทศใช้ละครพีเรียดเพื่อตั้งคำถามกับชนชั้น ความรุนแรง และโครงสร้างอำนาจ เพื่อทำความเข้าใจปัจจุบัน
2.ความโปร่งใสคือคำตอบ สังคมมีสิทธิวิจารณ์และตรวจสอบการใช้งบประมาณ แต่ควรแยกให้ออกระหว่าง "การสนับสนุนศิลปะ" กับ "การควบคุมเนื้อหา"
3.ความหลากหลายของเรื่องเล่า หากรัฐหยุดสนับสนุนเพราะกลัวข้อครหา ตลาดจะตกอยู่ในมือทุนใหญ่หรืออัลกอริทึมต่างชาติ ซึ่งอาจจำกัดความหลากหลายของเรื่องเล่าไทยยิ่งกว่าเดิม

ดร.สรรัตน์ทิ้งท้ายว่า Soft Power ในโลกปัจจุบันไม่ใช่การทำสื่อเพื่อให้ประชาชนเชื่อฟังรัฐ แต่เป็นการแข่งขันกันว่าใครจะเล่าเรื่องของประเทศตนเองได้น่าสนใจจนโลกต้องหันมอง "วัฒนธรรมที่เข้มแข็งไม่ได้เกิดจากเสียงเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากการที่ผู้คนต่างขั้วอุดมการณ์สามารถถกเถียงกันได้ผ่านงานศิลปะโดยไม่ต้องทำลายล้างกันเอง นี่จึงจะเป็นพันธกิจของศิลปะที่หยั่งปัญญาให้ประชาชนอย่างแท้จริง"