“ศศิน เฉลิมลาภ” นักวิชาการอิสระและกรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดบทวิเคราะห์ผ่านโซเชียลมีเดีย เจาะลึกภาษากายและการทูตจากภาพถ่ายนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชา ระบุชัดไม่ใช่แค่ภาพที่ระลึก แต่คือการบริหารจัดการอำนาจและการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา นายศศิน เฉลิมลาภ ได้โพสต์ข้อความวิเคราะห์ถึงนัยสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพถ่ายทางการเมืองระหว่างผู้นำไทยและกัมพูชา โดยนำผลวิเคราะห์เชิงลึกมาตีแผ่ถึง “สมดุลแห่งอำนาจ” และ “สถานะ” ของบุคคลในภาพ
จากการวิเคราะห์ พบว่าบุคคลทางด้านซ้ายของภาพอยู่ใน “โหมดควบคุมสถานการณ์” โดยใช้ความนิ่งเป็นภาษาหลัก
• การยืน: มั่นคง ไหล่เปิด ไม่กอดอก สะท้อนถึงความสุขุมและการรักษาเฟรมอำนาจ (Power Frame) ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
• มือประสานต่ำ: เป็นท่ามาตรฐานของนักการทูตและผู้บริหารระดับสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากการแสดงอาการหลุด และสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ
• สายตา: สบนิ่งและตรง ไม่ก้าวร้าวแต่ก็ไม่ผ่อนคลาย บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพที่ผ่านการขัดเกลาทางอำนาจมาอย่างยาวนาน
ในขณะที่บุคคลทางด้านขวาแสดงออกถึงพลังงานที่ต่างออกไปในลักษณะ “เน้นการปฏิสัมพันธ์” (Negotiation Presence)
• ภาษากาย: มีการโน้มตัวเข้าหาคู่สนทนา แสดงถึงความกระตือรือร้นในการสื่อสาร (Engagement)
• การใช้มือ: มีการขยับเพื่ออธิบายหรือปรับบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายลง ไม่แข็งทื่อเหมือนพิธีการ
• สถานะ: แม้จะดูเป็นธรรมชาติและเข้าถึงง่ายกว่า แต่ก็ยังรักษามารยาทและลำดับสถานะอย่างชัดเจน
นายศศินยังให้ความสำคัญกับ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งถูกมองว่าไม่ใช่เพียงตัวประกอบ แต่ทำหน้าที่เป็น “ผู้ควบคุมสมดุล” (Monitor Equilibrium) โดยสังเกตได้จากสายตาที่จับจ้องไปยังผู้นำฝั่งซ้ายเพื่อประเมินปฏิกิริยา (Checking Reaction) ตลอดเวลา สะท้อนถึงบทบาทของนักยุทธศาสตร์หรือผู้ประสานงานคนสำคัญที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจเบื้องหลัง
เมื่อเปรียบเทียบภาพการเจอกันแบบส่วนตัวกับภาพหมู่ที่มีคนกลางเชื่อมมือ นายศศินวิเคราะห์ว่า “เกมเปลี่ยน” จากการเจรจา (Negotiation) กลายเป็นการจัดการความหมายเพื่อสื่อสารต่อสาธารณะ (Message Management)
1.สัญลักษณ์การจับมือ: คือสัญญาณว่าประตูการเจรจายังเปิดอยู่ แต่ยังไม่ใช่ความไว้วางใจที่แท้จริง
2.ความเก๋าเกม: ฝ่ายที่ขยับน้อยกว่าแต่คุมสถานการณ์ได้ (Old-school Seasoned) มักจะถูกมองว่าถือไพ่เหนือกว่าในเชิงอำนาจ
3.ความร่วมมือแบบมีเงื่อนไข: ภาษากายของทั้งคู่ยังไม่สอดประสานกันเต็มร้อย (Not Synchronized) สะท้อนถึงการ “รักษาหน้า” ในระดับมืออาชีพมากกว่าความกลมเกลียวโดยธรรมชาติ
ท้ายที่สุด นายศศินชี้ว่าหลังจากภาพเหล่านี้เผยแพร่ออกไป งานหนักจะตกอยู่ที่ “ทีมงานหลังบ้าน” ของทั้งสองฝ่าย ที่ต้องรับมือกับ “สงครามการตีความ” และการบริหารจัดการอารมณ์ของมวลชนสนับสนุน เพื่อไม่ให้การเปิดช่องเจรจานี้กลายเป็นต้นทุนทางการเมืองที่ฝ่ายตนต้องเสียเปรียบ
“ภาพหนึ่งภาพไม่ได้บอกว่าปัญหาจบลงแล้ว แต่มันบอกว่ากระดานการเมืองนี้ยังมีความหมาย และทุกฝ่ายยังเลือกที่จะเล่นอยู่ในเกมต่อไป” บทสรุปทิ้งท้ายจากการวิเคราะห์ของศศิน เฉลิมลาภ
อ่านโพสต์ต้นฉบับ


