xs
xsm
sm
md
lg

คณะประมง มก. เริ่มภารกิจเลี้ยง "แซลมอนไทย" ครั้งแรกในระบบปิด ยัน ปลอดภัยสูงสุดด้วยน้ำเย็นจาก LNG หวังลดการนำเข้า 100%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะประมง มก. เริ่มทดลองเลี้ยงแซลมอนระบบปิดครั้งแรกในไทย นำไข่ปลา 20,000 ฟองลงแล็บล้ำสมัยที่ระยอง ใช้ความเย็นเหลือทิ้งจาก PTT LNG มาหล่อเลี้ยง หวังลดการนำเข้าปีละ 8 พันล้าน ย้ำปลอดภัยไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” หรือ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข่าวดีของคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เตรียมทดลองเลี้ยงปลาแซลมอนในประเทศไทย โดยไข่ปลาแซลมอนที่ผสมแล้วจำนวน 20,000 ฟอง เดินทางจากชิลี ผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายถึงมือทีมวิจัยเรียบร้อยแล้ว

ทางเพจระบุข้อความว่า “คนไทยชอบกินแซลมอน ไทยนำเข้ามากเป็นอันดับ 5 ของโลก ปีละ 7-8 พันล้านบาท แซลมอนเป็นปลาน้ำเย็น เราเลี้ยงไม่ได้ แต่ถ้าเราหาน้ำเย็นได้ล่ะ ?

นี่คือจุดพลิกผัน เมื่อคณะประมงเริ่มทดลองเลี้ยงแซลมอนในระบบปิดเป็นครั้งแรกของไทย !

เพราะเราร่วมมือกับ PTT LNG นำความเย็นที่ได้จากโรงแยกก๊าซ มาหล่อเย็นจนได้น้ำเย็นในระดับเหมาะสม

ก๊าซในอ่าวไทยลดลง ในอนาคตเราต้องนำเข้า LNG เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความเย็นมีแต่ถูกทิ้งไปไร้ประโยชน์

การเลี้ยงระบบปิด รวมถึงปลาไม่มีทางอยู่ได้ในน้ำร้อน/แหล่งธรรมชาติของไทย (เลี้ยงที่กรุงเทพ/ระยอง ไม่ใช่บนภูเขา) ทำให้ปลอดภัยจากเอเลี่ยนสปีชี่ส์

ไม่มีกรณีปลาหมอคางดำแน่นอน เราระมัดระวังสูงสุด

ไข่ปลาแซลมอนที่ผสมแล้วจากประเทศชิลี จำนวน 20,000 ฟอง ผ่านการตรวจสอบทางกม. มาถึงคณะประมงแล้วครับ

นาทีประวัติศาสตร์เริ่มต้น ทีมวิจัยของคณะประมงบรรจงนำไข่น้อยๆ วางเรียงในห้องแลปทันสมัยที่สุด จัดทำมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ

มันอาจต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าเราจะทำให้เป็นจริงได้ในระดับตลาด

แต่ถ้าคิดถึงเงินปีละ 8 พันล้าน ประเทศชาติประหยัดเงินได้มหาศาล ไม่ต้องทำตลาดด้วย เพราะคนไทยชอบกินแซลมอน

นี่คือการนับหนึ่งของประมงยุคใหม่ ปลาทุกตัวที่ได้ต่อจากนี้ไปคือกำไรของประเทศไทย เพราะตอนนี้เรานำเข้า 100%

และนั่นคือความพยายามของคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์

ลดการขาดทุนของประเทศชาติ แสวงหาหนทางใหม่ สร้างกำไรให้คนไทย !

หมายเหตุ - ผลพลอยได้ ปลา 20,000 ตัว มันต้องมีตายบ้าง ว่าแต่…ตายแล้วไปไหนนะ"