กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่น่าจับตามอง เมื่อมีการหยิบยกภาพข่าวความสำเร็จทางเศรษฐกิจของรัฐบาลมาเป็นหมัดฮุกตอกกลับความพยายามในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน โดยชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังมีทิศทางที่สดใส ซึ่งขัดแย้งกับเงื่อนไขการกู้เงินที่ต้องเป็นไปเพื่อแก้วิกฤตฉุกเฉินเท่านั้น
สืบเนื่องจากการนำเสนอข่าวที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏภาพและข้อความของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ออกมาระบุถึง "สัญญาณบวกทางเศรษฐกิจ" โดยชี้ว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ (Moody’s) มองประเทศไทยมีความน่าลงทุน ซึ่งจะช่วยหนุนให้เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง
จากประเด็นดังกล่าว วันนี้ (7 พ.ค.) กรณ์ จาติกวณิช ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยระบุว่า ทิศทางเศรษฐกิจเชิงบวกนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้กลับเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าประเทศไทยไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่เข้าเงื่อนไขในการกู้เงินฉุกเฉิน
เจ้าตัวได้แสดงความคิดเห็นโดยหยิบยกข้อกฎหมายขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่า การจะกู้เงินผ่านการออก พ.ร.ก.นั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ได้วางกรอบไว้อย่างเคร่งครัดว่า ต้องเป็นไป "ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ" นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงเงื่อนไขสำคัญที่รัฐธรรมนูญระบุไว้เพิ่มเติมว่า
“ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้” เท่านั้น ซึ่งเมื่อพิจารณาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวและดึงดูดนักลงทุนตามที่กล่าวอ้าง จึงเกิดคำถามตัวโตว่า สถานการณ์ปัจจุบันเข้าข่าย "จำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้" จริงหรือไม่
ในช่วงท้ายของการแสดงจุดยืน ได้มีการกล่าวย้ำอย่างหนักแน่นถึงทิศทางการทำงาน โดยระบุว่า พร้อมที่จะสนับสนุนทุกแนวทางที่เป็นไปเพื่อการพัฒนาประเทศ แต่ขอยืนยันจุดยืนในการ
ประเด็นนี้นับเป็นการตั้งข้อสังเกตและโยนหินถามทางครั้งสำคัญไปยังผู้มีอำนาจว่า แท้จริงแล้วเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะ "วิกฤตฉุกเฉิน" จนต้องเร่งกู้เงิน หรือกำลังมี "สัญญาณบวก" ตามที่แกนนำรัฐบาลได้นำเสนอไว้กันแน่ ซึ่งข้อถกเถียงเรื่องความชอบธรรมทางกฎหมายนี้ จะยังคงเป็นที่จับตาของสังคมต่อไป


