วงการแพทย์ไทยก้าวหน้าอีกขั้น เมื่ออาจารย์หมอ มช.ประกาศความสำเร็จ พัฒนาเทคโนโลยีจำลองการไหลเวียนเลือดเสมือนจริงด้วย 4D Flow MRI และ CFD ช่วยวางแผนผ่าตัดบายพาสหัวใจในผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ซับซ้อน เพิ่มความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และยกระดับการรักษาไทยสู่มาตรฐานโลก
วันนี้ (6 พ.ค.) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญระดับประเทศ หลังผสานความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์และวิศวกร นำเทคโนโลยีแบบจำลองการไหลเวียนเลือดเสมือนจริงมาใช้ในการวางแผนผ่าตัดบายพาสหัวใจในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มีความซับซ้อน ช่วยให้การรักษาแม่นยำและปลอดภัยขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรม 4D MRI ผสานวิศวกรรมเครื่องกล
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของ รศ.ดร.พญ.ขวัญนภัส แสงสิน จากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. และ รศ.ดร.ยศธนา คุณาทร จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. โดยได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4D Flow MRI ร่วมกับ Computational Fluid Dynamics (CFD) หรือแบบจำลองทางวิศวกรรมเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการไหลของของเลือด
จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือ สร้างหัวใจจำลอง นำข้อมูลจากภาพสแกน MRI 4 มิติ มาสร้างเป็นแบบจำลองการผ่าตัดบายพาสเสมือน มีการทดลองก่อนผ่าจริง ทีมวิจัยสามารถทดลองเชื่อมต่อเส้นเลือดในรูปแบบต่างๆ ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อดูทิศทางการไหลเวียนเลือดและหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อช่วยให้แพทย์ทราบล่วงหน้าว่าการเชื่อมต่อแบบใดจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีที่สุดและลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Journal of Cardiothoracic Surgery ภายใต้หัวข้อวิจัยที่เน้นย้ำถึงการใช้โมเดล Fontan เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนก่อนการผ่าตัด ซึ่งกรณีนี้ถือเป็น Case Report ฉบับแรกของประเทศไทย ที่มีการยืนยันผลสำเร็จจากการใช้งานจริง
"งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงการใช้นวัตกรรมเพื่อวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแพทย์ให้ไปสู่ระดับสากล และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน"
การนำร่องใช้โมเดลจำลองนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของคณะแพทยศาสตร์ มช. แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของวงการสาธารณสุขไทยในการนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาช่วยลดความเสี่ยงในการผ่าตัดที่ซับซ้อน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้รับบริการ


