xs
xsm
sm
md
lg

“ฮุนเซน” โพสต์รูปสมัยหนุ่ม โบ้ยไทยเปลี่ยนนายกฯ บ่อย ทำ MOU44 ล่าช้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ฮุนเซน” เสียใจ ไทยยกเลิก MOU44 ด้วยเหตุผลเจรจาไม่คืบหน้า อ้างที่ไม่คืบหน้าเป็นเพราะไทยเปลี่ยนนายกฯ บ่อยหรือไม่ แต่นายกฯ ในอดีตก็พยายามเจรจาต่อเนื่อง แม้แต่ “อภิสิทธิ์” ยังส่ง “สุเทพ-บิ๊กป้อม” ไปคุยที่บ้าน ได้กินอาหารเขมรครั้งแรกฝีมือเมียผมเอง

ภายหลังจากเมื่อวันที่ 5 พ.ค.คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU44 แล้ว โดยจะใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี 1982 (UNCLOS) แทน ล่าสุดวันนี้(6 พ.ค.) นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้แสดงท่าทีต่อเรื่องดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ไว้ดังนี้

“ผมขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนกันระหว่างกัมพูชากับไทย หลังจากที่ฝ่ายไทยได้ยกเลิก MOU ปี 2001 โดยฝ่ายเดียว ไม่ควรมีการสร้างกลไกทวิภาคีขึ้นมาแทนกลไกของ MOU 2001 อีกต่อไป แต่ควรเดินหน้าไปตามกลไกของอนุสัญญากฎหมายทะเลปี 1982 โดยตรง ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยมีฝ่ายที่สามเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นธรรม ตามที่นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ได้กล่าวไว้เมื่อวานนี้

“สำหรับผมซึ่งได้ทำงานในเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ (ปี 1989–1990) และต่อเนื่องมาจนถึงการลงนาม MOU ปี 2001 ผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการยกเลิกโดยฝ่ายเดียวจากฝั่งไทย โดยให้เหตุผลว่า “ไม่มีความคืบหน้า”

“ผมขอชี้แจงว่า ไม่มีความคืบหน้าเพราะอะไร? ฝ่ายไทยเองย่อมทราบดีกว่าใครทั้งหมดว่า หลังการรัฐประหารโค่นล้มอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ในปี 2006 ไทยได้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้วกี่คน ขณะที่กัมพูชาดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และสืบต่อโดยนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งกลไกและเนื้อหาการเจรจา ในขณะเดียวกัน ไทยมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีประมาณ 10 คน นี่ใช่หนึ่งในสาเหตุของความไม่มีความคืบหน้าหรือไม่?

“ผมขอเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า แม้ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีหลายคน ผู้นำเหล่านั้นก็ยังคงแสดงความตั้งใจในการเจรจาต่อเนื่อง แม้กระทั่งในสมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาพบเจรจากับผมที่บ้านตาคะเมา ในปี 2010 ซึ่งในครั้งนั้น บุคคลสำคัญทั้งสองได้ลิ้มลองอาหารเขมรเป็นครั้งแรก ที่ภรรยาของผมปรุงด้วยตนเองเพื่อเลี้ยงรับรองเป็นอาหารกลางวัน

“การที่กัมพูชาดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ควรถูกกล่าวหาว่าเป็นการนำปัญหาทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศ และไม่ควรถูกกล่าวหาว่าตกเป็นเหยื่อของ “กับดักกัมพูชา” ที่ต้องการให้มีฝ่ายที่สามหรือองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งไม่ควรเรียกร้องให้กัมพูชาจัดตั้งกลไกทวิภาคีใหม่แทนกลไกเดิมที่ฝ่ายไทยได้ยกเลิกไปโดยฝ่ายเดียว

“หวังว่ากัมพูชาและไทยจะสามารถร่วมมือกันเดินหน้าไปสู่กลไกระหว่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาทางทะเลต่อไป”

ทั้งนี้นายฮุนเซนได้โพสต์ภาพสมัยที่ตนเองยังหนุ่มประกอบข้อความครั้งนี้ด้วย