ฟรีแต่มีต้นทุน! 'นพ.ฒัชชณพงศ์' ชำแหละงบ 2 แสนล้านของระบบบัตรทอง ชี้เป้าปัญหาใหญ่ สปสช.จ่ายเงินคืนโรงพยาบาลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเป็นเหตุให้เอกชนโบกมือลา ทิ้ง รพ.รัฐรับเคราะห์หนักจนเสี่ยงกระทบมาตรฐานการรักษา พร้อมฟาดแรงถึงขบวนการ IO ที่สร้างข่าวปลอมปั่นกระแส 'ล้มสิทธิบัตรทอง' ย้ำชัดสิ่งที่ควรเร่งแก้คือ 'คนถือกระเป๋าเงิน' ไม่ใช่การตัดสิทธิประชาชน เตือนหากไม่เร่งจัดการ วันข้างหน้าระบบอาจพังทลายจนไม่อาจกู้คืน
จากกรณีหลังโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งทยอยถอนตัวออกจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “บัตรทอง” ภายใต้การดูแลของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ส่งผลให้ผู้ใช้สิทธิบางส่วนต้องปรับเปลี่ยนหน่วยบริการ และอาจเผชิญความไม่สะดวกในการเข้ารับการรักษา
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 5 พ.ค. เพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ของ นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต (เด็กไอ หอบ ปอดอักเสบ หรือเด็กที่ต้องดูแลในไอซียู) ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น ชี้ถึงวิกฤตระบบบัตรทองในปัจจุบันกำลังเผชิญสัญญาณอันตรายจากการที่โรงพยาบาลเอกชนทยอยถอนตัว เนื่องจากหน่วยงานกลางอย่าง สปสช.จ่ายเงินคืนไม่ครบและล่าช้าจนแบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหว ส่งผลให้ภาระหนักตกอยู่กับโรงพยาบาลรัฐที่ปฏิเสธคนไข้ไม่ได้
จนต้องลดต้นทุนด้วยการประหยัดยาหรือนำอุปกรณ์มาใช้ซ้ำซึ่งเสี่ยงต่อมาตรฐานการรักษา ซึ่งในขณะที่มีความพยายามปฏิรูปการบริหารจัดการงบประมาณของ สปสช.เพื่อให้ระบบอยู่รอด กลับมีการบิดเบือนข้อมูลว่าเป็นการล้มล้างสิทธิบัตรทอง ดังนั้นประชาชนจึงควรแยกแยะระหว่างการ "แก้คนคุมเงิน" กับการ "ยกเลิกสิทธิ" เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบล่มสลายจนเหลือเพียงสิทธิรักษาฟรีที่ไม่มีคุณภาพหรือไร้ยารักษาในอนาคต ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความว่า
"สัญญาณเตือน…การล่มสลายของระบบบัตรทอง ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
เมื่อโรงพยาบาลเอกชนแห่ “ถอนตัว” จากระบบนี้ โพสต์นี้อยากชวนทุกคนมามอง “บัตรทอง” แบบตรงไปตรงมา จะเล่าให้เห็นว่า…ข้างในมันกำลังเกิดอะไรขึ้น
เพราะหลังจากนี้ เราจะเห็นข่าวแบบนี้ “มากขึ้นเรื่อยๆ” และบอกได้เลยว่า คนที่ใช้สิทธิบัตรทองทุกคนจะได้รับผลกระทบนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ขึ้นอยู่กับว่า…สิทธิบัตรทองของคุณอยู่ที่โรงพยาบาลไหน (คนไทย >70% ใช้สิทธินี้อยู่)
บัตรทอง = สิทธิที่ดีมากของคนไทย ไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน แค่มีสิทธินี้ เดินเข้าโรงพยาบาล คุณก็ “ได้รับการรักษา” โดยที่ “ไม่ต้องจ่ายเงินตรงหน้า” นี่คือสิ่งที่ดี และควรมีอยู่จริง แต่คำว่า “ฟรี” มันไม่มีอยู่จริง ทุกการรักษา มีต้นทุนเสมอ
• ค่ายา
• ค่าอุปกรณ์
• ค่าเครื่องมือแพทย์
• ค่าไฟ ค่าน้ำ
• เงินเดือนบุคลากร
ทุกอย่างนี้ “มีคนต้องจ่าย” โรงพยาบาลเป็นคน “ออกเงินจ่ายให้คนไข้ไปก่อน” แล้วค่อยไปเบิกคืนจาก สปสช. (คนถือกระเป๋าเงินของบัตรทอง)
สปสช.คือใคร? คือ “คนคุมเงิน” ของระบบนี้ และเงินก้อนนี้… มากกว่า 200,000 ล้านบาท/ปี ใช่ครับ ฟังไม่ผิด "2 แสน ล้าน บาท" หน้าที่คือจ่ายเงินคืนให้โรงพยาบาล เมื่อมีคนไข้มาใช้สิทธิบัตรทอง
ปัญหาคือ… สปสช.ทำกับโรงพยาบาลแบบนี้ จ่ายไม่ครบ จ่ายช้า ไม่จ่ายเลย ลองนึกภาพนี้นะครับ คุณต้องควักเงินตัวเองซื้อของให้เพื่อนก่อน เพื่อนบอกว่า “เดี๋ยวค่อยมาเบิกคืนทีหลังนะ” แต่พอไปเบิกจริง • เพื่อนจ่ายคืนไม่ครบ • บางอย่างไม่จ่ายเลย
• หรือเลื่อนแล้วเลื่อนอีก
ทำแบบนี้ทุกวัน คุณจะยังอยากคบต่อไหม?
โรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมบัตรทอง เริ่มถอนตัว เพราะ… อยู่ต่อ = ขาดทุน และเขาเป็นเอกชน เขา “เลือกออกได้” แต่โรงพยาบาลรัฐ… ไม่มีสิทธิ์นั้น ถอนตัวไม่ได้ ต้องอยู่ต่อ ต้องรับคนไข้ต่อ ไม่ว่าจะขาดทุนแค่ไหน
แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเงินไม่พอ? นี่คือสิ่งที่หลายคนไม่เคยเห็น โรงพยาบาล “เริ่มไม่มีเงินซื้อของ” • ยาบางตัวเริ่มขาด
• อุปกรณ์บางอย่างต้องประหยัด อุปกรณ์บางอย่างที่… จริงๆ “ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง” แต่ต้องยอม… ล้างแล้วใช้ซ้ำ ใช้ไปก่อน เพื่อให้ระบบยังเดินได้
ถามว่า “ควรไหม?” ไม่ควรเลย แต่คำถามคือ… “ก็ไม่มีเงิน แล้วจะให้ทำยังไง?” บางโรงพยาบาล…
สภาพแทบไม่ต่างจากพื้นที่กันดาร อุปกรณ์เก่า ใช้ซ้ำ ใช้จนหมดสภาพ แต่ก็ต้องใช้… เพราะไม่มีทางเลือก แล้วใช้กับใคร
ก็ใช้กับพวกคุณนั่นแหละ
ภาพใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น • โรงพยาบาลเอกชน → ถอนตัว • โรงพยาบาลรัฐ → แบกเพิ่ม คนไข้ไหลเข้ารัฐมากขึ้น ภาระหนักขึ้นเรื่อยๆ
เปรียบเทียบให้เห็นภาพที่สุด บัตรทอง = เหมือน “บัตรกินข้าวฟรี” คุณกินได้ฟรี แต่…คนถือเงินจ่ายร้าน จ่าย “ไม่ครบ / ช้า / ขาด” จะเกิดอะไรขึ้น? • ร้านเอกชน → เลิกเข้าร่วม • ร้านรัฐ → ฝืนเปิด ทั้งที่ทุนหมด ลดต้นทุนด้วยวิธีต่างๆ ข้าวกะเพรา…
อาจจะ "เน้นข้าว ลดหมู” แล้วใส่ถั่วฝักยาวเยอะๆ แทน แต่สุดท้าย…ร้านรัฐก็จะ “เริ่มพัง” อยู่ดี
แล้วตอนนี้กำลังมีอะไรเกิดขึ้นอีก? เริ่มมีความพยายามจากบางฝ่าย เช่น ทีมของ ส.ว.บางท่านที่อยาก “ปฏิรูป” ระบบนี้ โดยเฉพาะองค์กรที่ถือเงินอย่าง สปสช. ซึ่งต้องยอมรับตรงๆ ว่าเป็นองค์กรที่ “แตะต้องยากมาก” และแทบไม่มีนักการเมืองคนไหนพูดถึง
แต่สิ่งที่เริ่มเห็นคืออะไร? เมื่อเริ่มมีการตั้งคำถาม กลับมีการใช้ IO สร้างกระแส Fake news ว่า “ส.ว.จะล้มล้างบัตรทอง” ทั้งๆ ที่…ไม่มีใครพูดแบบนั้นเลย
สิ่งที่ต้องแยกให้ออก “แก้คนคุมเงิน” ไม่เท่ากับ “ล้มบัตรทอง” เราไม่ได้จะเอาสิทธิประชาชนออก แต่กำลังพูดถึง… การจัดการ “คนถือกระเป๋าเงิน” ให้ระบบมันอยู่ได้จริง
ถ้าแยกตรงนี้ไม่ออก สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ… คุณจะไปต่อต้านคนที่กำลังพยายามแก้ปัญหาและปกป้องสิทธิให้พวกคุณอยู่นะ
สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่วันนี้ แต่คือ…วันที่โรงพยาบาล “แบกไม่ไหว” วันนั้น คำว่า “รักษาฟรี” อาจจะยังอยู่ แต่…“ไม่มียา / ไม่มีอุปกรณ์ ให้รักษาแล้ว”
โพสต์นี้ไม่ได้อยากให้กลัว แต่อยากให้ “เข้าใจ” และเริ่มตั้งคำถาม สุดท้ายนี้ ประชาชนอย่างเราควร “ตาสว่าง” กับทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เชื่อสิ่งที่ถูกพูด แต่ต้องมองให้เห็นว่า อะไรคือ “ปัญหาจริง” อะไรคือ “ภาพที่ถูกสร้างขึ้น”"


