“ความร้อน” สำหรับหลายคนอาจเป็นเพียงพลังงานที่ใช้ในการปรุงอาหารหรือให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่สำหรับ Rinnai แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าและเตาแก๊สระดับโลกจากญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี กลับมองลึกไปกว่านั้น โดยนิยามความหมายของความร้อนใหม่ภายใต้แนวคิด “Heat is Home” ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างพลังงาน แต่คือการต่อยอดพลังงานนั้นให้กลายเป็น “ประสบการณ์ชีวิต” ที่เติมเต็มความสุขและความอบอุ่นให้กับทุกคนในบ้าน
ภายในงาน Architect'69 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน-3 พฤษภาคม 2569 ณ ชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายสมพล ปรีชาวุฒินันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท รินไน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แนวคิด ‘Heat is Home’ เกิดจากมุมมองที่ว่าเราไม่ได้มองความร้อนเป็นแค่พลังงานที่โปรดักต์สร้างขึ้น แต่เรามองไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ว่ามันช่วยให้ชีวิตในบ้านดีขึ้นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการลดเวลาในการทำอาหาร หรือการสร้างช่วงเวลาพักผ่อนที่มีคุณภาพมากขึ้นให้กับครอบครัว”
ผู้บริหารรินไนอธิบายเพิ่มเติมว่า แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการสั่งสมองค์ความรู้ขององค์กรตลอดกว่า 100 ปี ที่มองว่าความร้อนคือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น “เราอยากให้บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นที่ที่ทุกคนรู้สึกอบอุ่นทั้งกายและใจ การอาบน้ำอุ่นหรือการทำอาหารจึงไม่ใช่แค่กิจกรรม แต่เป็นช่วงเวลาที่เติมเต็มความสุขให้ชีวิต”
ในมุมมองของรินไน “ครัว” ในบ้านยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการทำอาหารอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตที่ผสานทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ดีเข้าด้วยกัน เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะระบบ Si Sensor ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานเตาแก๊ส สามารถตรวจจับอุณหภูมิที่ก้นภาชนะและควบคุมเปลวไฟอัตโนมัติ รวมถึงตัดก๊าซเมื่อเกิดความผิดปกติ
นายสมพลกล่าวว่า “เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เรายึดเป็นอันดับหนึ่งเสมอ เทคโนโลยีอย่าง Si Sensor ไม่ได้เป็นแค่ฟีเจอร์เสริม แต่เป็นหัวใจหลักที่ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าแม้จะเกิดความผิดพลาดในการใช้งาน ระบบก็ยังช่วยดูแลความปลอดภัยให้ได้”
ด้วยความเป็นโกลบอลแบรนด์ที่มีโรงงานผลิตกว่า 16 แห่ง และจำหน่ายสินค้าในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก รินไนยังให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้พฤติกรรมและวัฒนธรรมของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในแต่ละพื้นที่ ตัวอย่างเช่น การนำเทคโนโลยี Ultra FineBubbles (UFB) จากญี่ปุ่นมาผสานกับเครื่องทำน้ำอุ่นในประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและยกระดับสุขอนามัย
“เราเป็นแบรนด์ระดับโลกก็จริง แต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละประเทศ เรานำองค์ความรู้จากทั่วโลกมาปรับให้เหมาะกับบริบทของไทย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด” นายสมพลกล่าว
สำหรับไฮไลต์ในงานสถาปนิก’69 รินไนได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เน้นจุดแข็งด้านความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับความง่ายในการใช้งานและประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้ โดยเฉพาะเตาแก๊สที่ติดตั้งระบบ Si Sensor ซึ่งถูกออกแบบให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์
ขณะเดียวกัน เทรนด์ “Smart Kitchen” ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริหารรินไนมองว่าการนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ในครัวเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ แต่ต้องสามารถใช้งานได้จริง
“Smart Kitchen ไม่ใช่แค่เรื่องของความล้ำสมัย แต่ต้องเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง เรากำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และมีระบบอัตโนมัติ เช่น โปรแกรมทำอาหารที่ควบคุมไฟตามสูตรได้ ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าครัวได้ง่ายขึ้น” นายสมพลกล่าว
นอกเหนือจากฟังก์ชันการใช้งาน รินไนยังให้ความสำคัญต่อ “Emotional Value” หรือคุณค่าทางความรู้สึกที่ผู้บริโภคได้รับจากสินค้า ไม่ว่าจะเป็นความภูมิใจในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์โดดเด่น หรือความรู้สึกอบอุ่นใจจากการมีเวลาคุณภาพกับครอบครัว
“เราเชื่อว่าสินค้าที่ดีไม่ใช่แค่ใช้งานได้ดี แต่ต้องทำให้ผู้ใช้รู้สึกดีด้วย ทั้งในแง่ของดีไซน์ ความสะดวก และความสบายใจในการใช้งาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่เราอยากส่งมอบให้ลูกค้า” นายสมพลกล่าว
แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของรินไนยังคงยึดหลัก Core Value 3 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก การใช้งานที่ง่ายและสะดวก และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Heat is Home” ที่ต้องการเปลี่ยนบ้านให้เป็นมากกว่าสถานที่อยู่อาศัย
สำหรับความคาดหวังจากการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นายสมพลระบุว่า “เราต้องการให้ผู้บริโภคได้เห็นศักยภาพของผลิตภัณฑ์จริงๆ ว่าเครื่องใช้ในบ้านหนึ่งชิ้นสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้มากแค่ไหน ผมเชื่อว่าผู้บริโภคยุคนี้มีความเข้าใจ และเมื่อเขาเห็นคุณค่า เขาจะเป็นคนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับบ้านของเขาเอง”
ในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รินไนกำลังสะท้อนให้เห็นว่า “ความร้อน” ไม่ได้เป็นเพียงพลังงานพื้นฐาน แต่สามารถกลายเป็นหัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความสุขของคนในบ้านเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง


