xs
xsm
sm
md
lg

"โบว์ ณัฏฐา" วิเคราะห์เจาะลึกไลฟ์ "พิมรี่พาย" ชี้สอบผ่านฉลุย ปลุกกระแสบริโภคทุเรียนสำเร็จโดยไม่ทุบราคาตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"โบว์ ณัฏฐา" นักวิชาการอิสระ ถอดบทเรียนปรากฏการณ์ไลฟ์สดขายทุเรียนของ "พิมรี่พาย" ชี้แคมเปญกระตุ้นการบริโภคสำเร็จลุล่วงด้วยดี ลบคำครหาดรามาทุบราคาตลาด เผยแม่ค้าคนดังปรับกลยุทธ์หน้างานและดึงอารมณ์ร่วมผู้ชมได้ยอดเยี่ยม ช่วยสร้างอุปสงค์ (Demand) ในประเทศให้พุ่งสูงขึ้นเพื่อรองรับวิกฤตผลผลิตล้นตลาด ถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง

วันนี้ (29 เม.ย.) โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักวิชาการอิสระ อดีตโฆษก ศบก. ออกมาโพสต์ข้อความการรีวิวและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ไลฟ์สดขายทุเรียนของ "พิมรี่พาย" ซึ่งเป็นแคมเปญที่มุ่งกระตุ้นความต้องการบริโภคทุเรียนภายในประเทศเพื่อแก้ปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด ชี้ความกังวลที่ว่าแคมเปญนี้จะ "ทุบราคา" ทุเรียนนั้นไม่เกิดขึ้นจริง ในทางกลับกัน ถือว่าบรรลุเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์และผู้จัดโครงการในการ "สร้างอุปสงค์ (Demand)" ดึงดูดให้คนไทยหันมาสนใจและอยากกินทุเรียนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยรองรับผลผลิตล็อตใหญ่ที่จะทะลักเข้าสู่ตลาดในอนาคตได้อย่างทันท่วงที ถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

"ให้ผลงานพูดแทนตัวเอง

ถือเป็นการเปิดโลกมากกับการนั่งดูไลฟ์ #พิมรี่พายขายทุกอย่าง ครั้งแรกในชีวิต และเป็นครั้งที่หลายคนคงลุ้นกันตัวโก่งด้วยความอยากรู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง ราคาทุเรียนจะพังเลยมั้ย หรือจะได้ผลตามเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มการบริโภคทุเรียนในประเทศผ่านกระแส Live Commerce ในปีที่ผลผลิตทุเรียนมีมากกว่าปกติถึง 33%
ขอบันทึกสิ่งที่เห็นในช่วง 2-3 วันนี้ และระหว่างไลฟ์ไว้เพื่อความเข้าใจ

1. พิมรี่พายขายทุเรียนลูกละร้อยจริง แต่ไม่ใช่ทุกลูกและไม่ได้ขายถึงล้านลูก แน่นอนว่าในตอนเริ่มต้นคงตั้งใจแบบนั้นตามสไตล์ช่องของเธอ แต่เมื่อไปตระเวนหาซื้อทุเรียนจากสวนด้วยตนเองจึงได้พบความเป็นจริงของตลาดว่าชาวสวนหลายคนก็ไม่อยากขายให้เพราะกลัวจะไปทำลายราคา ช่วงเวลานี้ผลผลิตยังไม่ออกมาเต็มที่ ส่วนที่ซื้อมาได้ก็ราคาสูง และเธอก็เหมาทุเรียนคุณภาพดีมาเท่าที่หาได้ นั่นหมายความว่ามีหลากไซส์ หลายพันธุ์ แล้วก็เอามาตั้งราคาและจัดแพกเกจการขายต่างๆ กันไป โดยเธอย้ำตลอดการไลฟ์ว่า นี่ไม่ใช่ราคาตลาด และการลดแลกแจกแถมก็เป็นสิ่งปกติที่เธอทำให้ “เพื่อนรัก” (คำที่เธอใช้เรียกลูกค้า) อยู่แล้ว

2. การสื่อสารระหว่างไลฟ์ของพิมรี่พายมีการย้ำตลอดว่าสิ่งที่ทำนั้นเพื่อส่งเสริมเกษตรกร โดยถ้าลูกค้ากินทุเรียนแล้วติดใจ ก็สามารถไปซื้อโดยตรงต่อได้จากสวนและร้านค้าทุเรียนทั่วประเทศซึ่งเธอจะทำลิสต์โปรโมตร้านที่มาคอมเมนต์ข้อมูลไว้ให้ด้วย หรือถ้าใครไม่อยากรอ ไม่อยากซื้อจากเธอ ก็สามารถออกไปซื้อทุเรียนจากร้านค้าหรือรถเร่ขายต่างๆ ได้เลย เพราะนั่นคือจุดประสงค์ของเธออยู่แล้วที่อยากให้คนไทยได้อุดหนุนทุเรียนไทย และให้ทุเรียนไทยขายได้ราคาดีๆ

3. ตลอดการไลฟ์มีการให้ข้อมูลความรู้และเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับทุเรียนจากสินค้าหลายพันธุ์หลายขนาดที่เธอนำมาขาย โดยพิมรี่พายย้ำว่าทุเรียนลูกเล็กไม่ได้หมายความว่าไม่มีคุณภาพ เพราะก็มาจากต้นเดียวกับลูกใหญ่ มีเนื้อแบบเดียวกัน จึงไม่ควรถูกลดเกรดลงไป และเหมาะมากกับการกินคนเดียว

4. ราคาที่ตั้งในไลฟ์มีทั้งถูกทั้งแพงให้ตื่นเต้น ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น และทั้งหมด Sold Out เพราะเป็นโปรโมชันที่ขายต่ำกว่าราคาจริง ในขณะที่มีคนดูไลฟ์พร้อมกันอยู่กว่าเจ็ดแสนคน ลูกค้าหลายคนคอมเมนต์บ่นว่ากดไม่ทันสักที แต่ก็ยังเกาะติดจอกันด้วยความสนุกสนานกับลีลา ดนตรี สีสันและบทสนทนาระหว่างการไลฟ์ รวมถึงการถกเถียงระหว่างพิมรี่พายกับคนที่เข้ามาคอมเมนต์ เช่น เมื่อมีคนบอกว่าไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะขาดทุนเป็นสิบล้านกับงานนี้ เธอตอบกลับไปว่าปกติช่องเธอก็แจกทั้งรถ ไอโฟน ไอแพด และทองคำเป็นปกติอยู่แล้ว และ “ถ้าคุณเคยขายของได้สามพันเจ็ดร้อยล้านบาท สิบล้านก็แค่ธุรกิจ!”

5. การเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้าของพิมรี่พายมีความเป็นธรรมชาติและมีพลังสูงมาก ด้วยตัวตนของเธอที่เป็นแม่ค้าสู้ชีวิต คำว่า “เพื่อนรัก” จึงมีความหมายมากกว่าแค่คำเรียกลูกค้า แต่คือเพื่อนร่วมชาติที่ต่างต้องสู้ชีวิตไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคนค้าคนขาย หรือคนซื้อที่ไม่ได้มีกำลังซื้อมากแต่สามารถเข้ามามีความสุขกับคนที่เข้าใจกันและกับของถูกคุณภาพดีได้

6. ตลอดไลฟ์ขายของนี้มีทั้งเสียงหัวเราะ มุกตลก คำด่า ดนตรี การเต้นรำ รอยยิ้มและ “น้ำตา” เป็นทั้งน้ำตาจากความอัดอั้นตันใจจากสิ่งที่ผ่านมาในช่วงสองวันนี้ ความกดดันในการต้องหาทุเรียนมาขาย การตั้งคำถามจากสังคม และบางครั้งก็เป็นการหลั่งน้ำตาร่วมไปกับคนสู้ชีวิตที่ตั้งใจเอาของมาขายเช่นกัน บางคนมีเรื่องราวการต่อสู้ของครอบครัวที่ผ่านมาซึ่งเชื่อมโยงอยู่กับของที่นำมาขาย อย่างน้องวัยรุ่นที่ขาย “ทุเรียนทอด” หรือหนุ่มสาวจากนราธิวาสที่นั่งรถมา 16 ชั่วโมงเพื่อขาย “ทุเรียนกวน” ของดีประจำชุมชนด้วยความช่วยเหลือของพิมรี่พาย ทุกอย่าง Sold Out ในสองนาที (ไม่แปลกใจว่าทำไม เพราะเราก็กดเหมือนกัน)
สุดท้ายพิมรี่พายหลั่งน้ำตาด้วยความภาคภูมิใจกับทีมงาน เมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

ไม่ต้องกลัวว่าราคาทุเรียนจะถูก “ทุบ” จากงานนี้ เพราะเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ไม่ได้พาไปในทางนั้น พิมรี่พายมีการปรับรายละเอียดทั้งจากการรับฟังเสียงสังคมและจากสถานการณ์หน้าสวนจริง นี่คือครั้งแรกของเธอกับประสบการณ์ในการขายทุเรียน พืชสวนที่มีรายละเอียดซับซ้อนมากที่สุดชนิดหนึ่ง

ที่สำคัญ เป้าหมายที่พี่แต๋ม ศุภจี และกระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้กับกิจกรรมนี้ ก็น่าจะบรรลุแล้วอย่างงดงาม จากคนที่นั่งดูไลฟ์รวมแล้วเป็นล้านแน่ๆ ยังไม่นับคนที่ติดตามกระแสข่าวในช่วงนี้ ย่อมกระตุ้นให้เกิดความสนใจอยากบริโภคทุเรียนขึ้นมากจนเพิ่มอุปสงค์ (demand) ในตลาดได้ พอที่จะรองรับกับ supply ที่จะหลั่งไหลสู่ตลาดในเดือนหน้า

แน่นอนว่าปัญหาเกี่ยวกับทุเรียนและพืชเกษตรทั้งหมดต้องแก้ทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ การแปรรูป การตลาด รวมถึงปัญหาเฉพาะตัวของแต่ละวงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล้ง การสวมสิทธิ อุปสรรคทางการค้าที่แต่ละประเทศตั้งขึ้น หรือการผูกขาดตลาดโดยขาใหญ่ต่างๆ ซึ่งคุณศุภจีก็พูดตลอดว่าต้องแก้ไขกันอย่างเป็นระบบ

เพียงแค่ในช่วงเวลานี้ บริบทของทุเรียนคือปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้หลังเก็บเกี่ยวล็อตแรกไปแล้ว เพื่อไม่ให้ของออกมาแล้วล้นตลาดต่อไป จึงต้องรีบดึง demand ในประเทศให้เพิ่มขึ้นก่อน ซึ่งก็ดูเหมือนจะทำได้เกินความคาดหมาย จากวันนี้จนหมดฤดูกาล คนไทยน่าจะหาซื้อทุเรียนกินกันมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา ส่งผลให้ราคาไม่ตกต่อไป

ถือเป็นผลงานของผู้หญิงทำงานสองคนและทีมงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมรสุมยกแรกไปอย่างงดงาม ในความพยายามเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย"