สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ โดยการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดอบรม One Day Training ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 หัวข้อ “Power of Data เปลี่ยนข้อมูลสาธารณะ เป็นข่าวคุณภาพ” เพื่อเสริมสร้างและยกระดับทักษะการทำงานให้กับสมาชิก
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการความร่วมมือองค์กรสื่อขับเคลื่อนพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อ เพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้จัดโครงการฝึกอบรม One Day Training แลกเปลี่ยน – เรียนรู้กับกูรูออนไลน์ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 ณ โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ในหัวข้อ “Power of Data เปลี่ยนข้อมูลสาธารณะ เป็นข่าวคุณภาพ” มุ่งเสริมทักษะให้สมาชิกเรียนรู้การใช้ “ข้อมูลสาธารณะ” มาต่อยอดเป็นข่าวเชิงลึกที่ตรวจสอบได้ ตอบโจทย์ยุค Data-Driven Journalism ที่ข้อมูลกลายเป็นหัวใจสำคัญของงานข่าว
คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการทำงานสื่อถูกเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการนำเสนอตลอดเวลา ทำให้บางครั้งข่าวสารอาจถูกเน้นไปที่ความเร็ว มากกว่าความลึกของเนื้อหา ซึ่งการอบรมหัวข้อ Power of Data จะช่วยกระตุ้นให้สื่อกลับมาทำข่าวเชิงข้อมูล และสามารถสร้างสรรค์รูปแบบการนำเสนอบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม เพื่อให้ผู้รับสารได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่อไป
คุณสุภอรรถ โบสุวรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และผู้ร่วมพัฒนา ACT AI บรรยายในหัวข้อ “รู้จักข้อมูลสาธารณะ เรียนรู้วิธีตรวจสอบงบแผ่นดินกับ ACT AI” โดยเปิดเผยว่า ในยุคที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาล สื่อมวลชนจำเป็นต้องติดอาวุธด้วยการใช้ข้อมูลเชิงลึกและการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการนำเสนอข่าวจากการรายงานสถานการณ์ทั่วไป สู่การวิเคราะห์ที่สร้างผลกระทบเชิงนโยบาย
อย่างไรก็ตาม AI คือ “ผู้ช่วย” แต่ไม่ใช่ “เจ้านาย” โดยสามารถนำมาใช้ช่วยงานสื่อมวลชนได้ใน 4 ขั้นตอนหลัก คือ 1. การคิดประเด็น ใช้เป็นที่ปรึกษาช่วยหาแง่มุมใหม่ๆ ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร 2. การหาข้อมูล แต่ต้องระวังและเขียนคำสั่งเพื่อให้มีการยืนยันข้อมูลหรือแหล่งอ้างอิง เพื่อลดปัญหาการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 3. การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก ซึ่ง AI มีความสามารถในการอ่านไฟล์ข้อมูลจำนวนหลายล้านหน้าหรือวิเคราะห์ความเชื่อมโยงต่างๆ ที่มากกว่าขีดความสามารถของมนุษย์ และ 4. การนำเสนอ ซึ่งนำมาช่วยการเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้มีรูปแบบที่เข้าใจง่ายมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก คือ การสร้างข้อมูลเท็จที่ดูสมจริง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในข้อมูลต่างๆ ได้
"การทำงานในยุค AI อาจจะเกิดการสร้างข้อมูลเท็จที่ดูสมจริงได้มากกว่าในอดีต เพราะบางครั้งมันจะพยายามตอบเอาใจเรา จนทำให้เราได้รับข้อมูลแบบผิดๆ ดังนั้นควรตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของข้อมูลทุกครั้งเพื่อป้องกันความผิดพลาด”
คุณสุภอรรถกล่าวย้ำว่า การทำข่าวด้วยข้อมูล ไม่ได้มีเป้าหมายแค่การสร้างยอดไลก์หรือยอดแชร์ แต่ต้องมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ผ่านกระบวนการตั้งคำถามที่แหลมคม การหาข้อมูลที่ไม่มีใน Google และการเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อให้เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่
คุณสุภอรรถยังชี้ให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มพลังให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะคดีที่มีเอกสารจำนวนมหาศาลซึ่งมนุษย์อ่านเองไม่ พร้อมแนะนำ 4 หลักการใช้ AI ให้ได้ผลกับงานข่าว ดังนี้
1. กำหนดขอบเขตงานให้ชัด สร้างฐานข้อมูลส่วนตัวเพื่อลดข้อมูลรบกวน
2. เลือกโมเดลให้เหมาะกับงาน เช่น เครื่องมือที่ทำงานกับไฟล์ในเครื่องได้โดยตรง
3. ตั้งมาตรฐานคำสั่งหรือ Prompt ให้ชัดเจน
4. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเสมอ เพราะข้อมูลตั้งต้นมีผลต่อผลลัพธ์โดยตรง
นอกจากนั้น ในช่วงบ่ายของการอบรม สมาชิกยังได้ร่วมทำเวิร์กชอปกับทีมงาน Rocket Media Lab เพื่อเรียนรู้ทักษะการนำข้อมูลสาธารณะมาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงาน เพื่อนำไปสู่การรายงานข่าวที่มีคุณภาพ โดยการอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่กรณีศึกษาที่น่าสนใจจากงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานภายใต้กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับสื่อมวลชนในการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน
คุณสันติชัย อาภรณ์ศรี บรรณาธิการ Rocket Media Lab กล่าวตอนหนึ่งว่า การทำงานข่าวด้วยข้อมูลมีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ คือ การสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้าง และการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย โดยปกติการทำงานข่าวมักติดกับดักข่าวรายวัน จนไม่มีเวลาทำข้อมูลเชิงลึก ซึ่งข้อมูลที่ผ่านการจัดระเบียบแล้วจะทำหน้าที่เป็นข้อต่อสำคัญ ช่วยให้นักข่าวทำงานได้รวดเร็วและมีน้ำหนักมากขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาลงมือรวบรวมใหม่ทั้งหมด
คุณสันติชัยกล่าวย้ำว่า การทำงานข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Google แต่รวมถึงการสืบค้นในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูลในหอสมุดแห่งชาติ การลงพื้นที่สำรวจ หรือแม้แต่การนำข้อมูลจากไฟล์ต่างๆ มารวบรวมจนเกิดเป็นฐานข้อมูลใหม่ และสามารถนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่คนอื่นไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย
"ถ้าทุกคนทำข่าวเดียวกันหมด โดยไม่มี Originality ข่าวของเราก็จะเป็นแค่ขยะดิจิทัล แต่ถ้าเราทำเรื่องที่มีความเป็นต้นฉบับจริงๆ เราจะเป็นที่เดียวที่คนอยากแชร์และอ้างถึง" คุณสันติชัยกล่าว


