xs
xsm
sm
md
lg

หมอยงเตือนระวัง! "ตับอักเสบเอ" ระบาดหนักภาคตะวันออก ชี้คนอายุต่ำกว่า 40 เสี่ยงสูง เหตุไร้ภูมิคุ้มกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



น่าจับตา หมอยงเตือนการระบาด “ไวรัสตับอักเสบเอ” ในภาคตะวันออกปี 2569 พุ่งสูงผิดปกติ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 40 ปีที่ส่วนใหญ่ไม่มีภูมิคุ้มกันเสี่ยงติดเชื้อง่าย ชี้อาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะ “หอยลวก-หอยสด” คือจุดเสี่ยงสำคัญ พร้อมเตือนปีนี้ระบาดเร็วตั้งแต่หน้าร้อน คาดเข้าฤดูฝนอาจพุ่งหนักกว่าเดิม แนะกินร้อน ล้างมือ และฉีดวัคซีนคือทางรอดสำคัญ

วันนี้ (26 เม.ย.) เฟซบุ๊ก “Yong Poovorawan” ของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (หมอยง) ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา เผยสถานการณ์น่ากังวล พบการระบาดของไวรัสตับอักเสบเอในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทยพุ่งสูงขึ้นในปี 2569 เตือนกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดเนื่องจากไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ พร้อมแนะเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะหอยลวก

นพ.ยงระบุว่า ไวรัสตับอักเสบ เอ ติดต่อผ่านการปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม โดยมีสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของคนไทย ดังนี้ กลุ่มอายุต่ำกว่า 40 ปี: ส่วนใหญ่ "ไม่มีภูมิคุ้มกัน" เนื่องจากโตมาในยุคที่สุขอนามัยดีขึ้น ไม่เคยติดเชื้อโดยธรรมชาติ จึงมีโอกาสติดเชื้อง่ายหากไม่ได้รับวัคซีน และกลุ่มอายุ 40-50 ปี มีภูมิคุ้มกันแล้วประมาณ 50% กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันแล้วจากการติดเชื้อในอดีต (ยุคที่ยังมีการใช้ขันน้ำดื่มร่วมกัน)

จากการวิเคราะห์เบื้องต้น นพ.ยงเชื่อว่าการระบาดมักเริ่มจากกลุ่มก้อนในโรงงาน โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติที่อาจนำเชื้อเข้ามา ก่อนจะแพร่กระจายผ่านระบบสุขอนามัยในที่ทำงาน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ "อาหารทะเล" ไวรัสชนิดนี้ทนทานในน้ำทะเลได้ดี หอยที่กินแพลงก์ตอนจะดักจับไวรัสไว้ หากนำมาปรุงอาหารแบบลวกที่อุณหภูมิไม่ถึง 85 องศาเซลเซียส ไวรัสจะไม่ตาย การกินหอยแครงลวกหรือหอยนางรมสดจึงเป็นช่องทางแพร่เชื้อที่สำคัญ

ปกติไวรัสตับอักเสบ เอ มักระบาดในช่วงต้นฤดูฝน แต่ในปีนี้กลับพบการระบาดตั้งแต่ฤดูร้อน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว จำนวนผู้ป่วยอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้ แนวทางป้องกัน
1. บุคลากรด้านอาหาร: ผู้ทำงานในโรงงานอาหารและร้านอาหาร ต้องเคร่งครัดเรื่องการล้างมือ และควรพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันเพื่อลดการเป็นต้นตอการแพร่เชื้อ
2. กินร้อน: รับประทานอาหารที่ผ่านความร้อนสูง (เกิน 85-100 องศาเซลเซียส)
3. วัคซีน: สำหรับผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน (โดยเฉพาะคนอายุน้อย) การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งจะสร้างภูมิคุ้มกันที่คุ้มครองได้ตลอดชีวิต