เกมเมอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังนามว่า แอดวานซ์ เกมมิ่ง (Advance Gaming) ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเมาแล้วขับ ชนกันบนทางด่วน MEX ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เวลาเช้ามืด ระหว่างลงจากเครื่องบิน นั่งแกร็บจากสนามบินไปยังใจกลางเมือง เพื่อเดินทางท่องเที่ยวพร้อมภรรยา ชาวเน็ตบังคลาเทศโศกเศร้า ติดแฮชแท็กเรียกร้องความเป็นธรรม
วันนี้ (24 เม.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า วงการเกมของประเทศบังคลาเทศ ได้สูญเสียเกมเมอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังนามว่า แอดวานซ์ เกมมิ่ง (Advance Gaming) หรือนายมูซาฮิด มิลลาด วัย 23 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต บนทางด่วนสาย E20 มาจู เอ็กซ์เพรส (Maju Expressway หรือ MEX) ขาเข้า ช่วงระหว่างเลยด่านเก็บค่าผ่านทางซาลัก เซลาตัน (Salak Selatan) ก่อนถึงทางออก EXIT 2001 ตุนราซัค กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างโดยสารรถรับจ้างแกร็บ (Grab) ยี่ห้อเปโรดัว อัลซ่า ออกจากท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) มุ่งหน้าเข้าเมือง แล้วถูกรถยนต์ฟอร์ต เฟียสต้า ที่มีเจ้าหน้าที่ทหารวัย 31 ปี เมาแล้วขับพุ่งชน เมื่อเช้ามืดวานนี้ (23 เม.ย.) ขณะที่นางนาฟิซา ทาบัสซุม อดิบา ภรรยาวัย 23 ปี ได้รับบาดเจ็บ ถูกพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์
ในช่องยูทูบของนายมูซาฮิด ชื่อ Advance Gaming ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 777,000 คน ระบุว่า "ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ขอแจ้งให้ทราบว่า Advance Gaming หรือมูซาฮิด ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในประเทศมาเลเซีย" และว่า "แอดวานซ์ เกมมิ่ง เป็นผู้สร้างคอนเทนต์วิดีโอมากมาย หากคำพูดใดๆ ของเขาเคยทำร้ายจิตใจใคร ขอให้เขาได้รับการอภัยโทษ โปรดภาวนาให้เขา และขอให้พระอัลลาห์ทรงประทานสวรรค์ให้แก่เขา" โพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตคอมเมนต์แสดงความเสียใจอย่างมาก บนโซเชียลฯ ของบังคลาเทศ ต่างพากันติดแฮชแท็ก #JusticeForMuzahid #JusticeForAdvanceGaming #BangladeshDemandsJustice และ #advancegaming เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนี้
นายโมฮิบุล ฮัสซัน ลุงของนางนาฟิซา ภรรยาผู้เสียชีวิต ได้เรียกร้องความเป็นธรรม เช่นกัน โดยตั้งคำถามว่าทำไมจึงปล่อยให้คนขับรถที่เมาแล้วขับอยู่บนท้องถนนได้ และหวังว่ากฎหมายของมาเลเซียจะดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
ตามรายงานข่าวของสื่อมวลชนมาเลเซีย ระบุว่า นายมิลลาดพร้อมด้วยนางนาฟิซา เดินทางออกจากประเทศบังคลาเทศ มายังประเทศมาเลเซีย เพื่อพักผ่อน และวางแผนท่องเที่ยวในกรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันของค่ายแกร็บ ที่มีรถยนต์ยี่ห้อเปโรดัว อัลซ่า มารับทั้งสองออกจากสนามบินโดยใช้ทางด่วน E20 ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก มุ่งหน้าไปยังย่าน KLCC (กัวลาลัมเปอร์ ซิตี้ เซ็นเตอร์) ปรากฎว่าเวลา 05.38 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือ 04.38 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ระหว่างที่รถขับช่องทางด้านซ้าย หลังออกจากด่านเก็บค่าผ่านทางซาลัก เซลาตัน ปรากฎว่ารถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า ขับรถเบี่ยงไปเลนตรงข้ามและชนกับรถยนต์เปโรดัว อัลซ่าเข้าอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้นายมูซาฮิดซึ่งนั่งอยู่แถวกลาง ถูกชนที่ศีรษะอย่างรุนแรงเสียชีวิตทันที ส่วนคนขับรถได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ รวมถึงภรรยา
ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ทหารวัย 31 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และผู้หญิงที่นั่งมากับรถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า วัย 36 ปี ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โมฮัมหมัด ซัมซูรี โมฮัมหมัด อิซา หัวหน้าแผนกสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายจราจรของกรุงกัวลาลัมเปอร์ กล่าวว่า ผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจของคนขับรถฟอร์ด เฟียสต้า พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงจับกุมในข้อหาขับรถขณะเมาสุราและทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ตามมาตรา 44(1) ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางถนน ค.ศ 1987 ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับสูงสุด 100,000 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 800,000 บาท) ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในที่เกิดเหตุเพื่อช่วยในการสืบสวน


