กระทรวงด้านข่าวสารกัมพูชาเดือด ประณามสื่อ WSJ ใช้คำว่า “Scambodia” พร้อมส่งหนังสือประท้วงถึงบรรณาธิการ ขอให้แก้ไข ชี้ไม่เป็นมืออาชีพและมีอคติ โวยเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นมืออาชีพ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ
วันที่ 21 เม.ย.หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ได้เผยแพร่บทความเรื่อง How Cybercrime Became a Leading Industry in ‘Scambodia’ หรือ “อาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็นอุตสาหกรรมชั้นนำใน “Scambodia” ได้อย่างไร” โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า ประเทศกัมพูชาได้กลายเป็นศูนย์กลางหลักของอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ โดยการดำเนินงานต้มตุ๋นหลอกลวงขนาดใหญ่สามารถสร้างรายได้มหาศาลถึงประมาณ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อย่างเป็นทางการของกัมพูชา
ผู้เขียนบทความ (Gabriele Steinhauser และ Patricia Kowsmann) ระบุว่า กลุ่มอาชญากรรมที่นำโดยชาวจีนเป็นผู้ควบคุมและดำเนินกิจการภายใน "อาณาจักรเครือข่ายต้มตุ๋น" (Scam Compounds) ขนาดมหึมา สถานที่เหล่านี้เป็นที่กักขังแรงงานเหยื่อค้ามนุษย์หลายพันคน ซึ่งถูกบังคับให้ทำการฉ้อโกงออนไลน์พุ่งเป้าไปที่เหยื่อทั่วโลก ผ่านวิธีการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นและการหลอกลวงให้ลงทุน
จากหลักฐานที่ถูกเปิดโปง ทั้งบันทึกการคว่ำบาตร เอกสารการจดทะเบียนบริษัท และการสัมภาษณ์เหยื่อรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่าเครือข่ายอาชญากรเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับนักธุรกิจที่มีเส้นสายทางการเมือง และในบางกรณีรวมถึงบุคคลระดับสูงในรัฐบาลกัมพูชาด้วย
รัฐบาลกัมพูชาได้ออกมาปฏิเสธการมีส่วนรู้เห็น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการบุกทลายจับกุม และมีการเนรเทศชาวต่างชาติที่มาร่วมงานต้มตุ๋นหลายหมื่นคน แต่การดำเนินงานเหล่านี้เป็นเพียงการทำให้กลุ่มอาชญากรกระจายตัวออกไปมากกว่าที่จะหายไปอย่างสิ้นเชิง
รายงานระบุว่าการแพร่ระบาดของกิจกรรมต้มตุ๋นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงและเศรษฐกิจของกัมพูชา รวมถึงทำให้นักท่องเที่ยวลดลง นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมายังคงไม่สม่ำเสมอ และมีการดำเนินคดีกับตัวการระดับสูงในจำนวนที่น้อยมาก
ภายหลังบทความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสความไม่พอใจของชาวกัมพูชาทั้งประเทศ โดยล่าสุด กระทรวงสารสนเทศกัมพูชาได้ประณามบทความดังกล่าว ที่ใช้คำว่า “Scambodia” ในพาดหัว โดยระบุว่าคำดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นมืออาชีพ และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ
นายเทพ อัสนาริธ โฆษกกระทรวงฯ กล่าวว่า การนำชื่อประเทศเอกราชไปเชื่อมโยงกับกิจกรรมอาชญากรรมระดับโลก ถือเป็นการเยาะเย้ยและบั่นทอนศักดิ์ศรีของประชาชนชาวกัมพูชา
เขาระบุว่า กระทรวงได้จัดทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกองบรรณาธิการและผู้บริหารของ The Wall Street Journal เพื่อขอให้มีการทบทวนและแก้ไขบทความดังกล่าว
“บทบาทของสื่อมวลชนคือการให้ข้อมูล นำเสนอข้อเท็จจริง และช่วยแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ทำลายเกียรติยศของประเทศใดประเทศหนึ่ง” โฆษกกล่าว
เจ้าหน้าที่ในกรุงพนมเปญเปิดเผยว่า รัฐบาลได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ตามข้อมูลของกระทรวงอ้างว่าทางการกัมพูชาได้ดำเนินการปราบปรามคดีหลอกลวงออนไลน์มากกว่า 250 คดี ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงกลางเดือนเมษายน 2569 รวมถึงการเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับคาสิโน 91 แห่ง
รัฐบาลระบุว่า มีคดีอาญา 112 คดี ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยประมาณ 1,089 คน ถูกส่งฟ้องต่อศาล โดยผู้ต้องสงสัยมีทั้งสัญชาติจีน ไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และกัมพูชา
นอกจากนี้ ทางการยังระบุว่า ได้ส่งตัวชาวต่างชาติ 13,039 คน ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์ออกนอกประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม 2568 ถึงวันที่ 19 เมษายน 2569
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กัมพูชาได้เพิ่มความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน
ข้อพิพาทดังกล่าวสะท้อนถึงความอ่อนไหวที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับศูนย์กลางแก๊งหลอกลวง ขณะที่รัฐบาลต่าง ๆ พยายามสร้างสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย กับการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ


