ผศ. บัญญพนต์ พลูสวัสดิ์ ชี้ทางรอดคนสายครีเอทีฟในยุคเทคโนโลยีครองเมือง ย้ำชัด AI คือ 'เด็กฝึกงานขั้นเทพ' ที่ขยันแต่ไร้รสนิยม พร้อมแนะ Designer ยุคใหม่ต้องยกระดับเป็น Creative Director ที่รู้จักใช้เครื่องมือปลดล็อกจินตนาการ เผยหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณอยู่รอดไม่ใช่แค่การใช้โปรแกรมเป็น แต่คือการเข้าใจพื้นฐานการออกแบบที่ AI ไม่มีทางเลียนแบบได้
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Banyapon Poolsawas" ผศ. บัญญพนต์ พลูสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเกมและเทคโนโลยีเสมือนจริง (XR/AR/VR) ที่มีบทบาทสำคัญทั้งในแวดวงวิชาการและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ออกมาโพสต์ข้อความสะท้อนมุมมองจากการที่ได้คลุกคลีกับเทคโนโลยีมาหลายยุค โดยยืนยันว่ากระแสข่าว "อวสานกราฟิก" หรือ "เอไอแย่งงาน" เป็นเพียงพาดหัวเรียกยอดไลก์ แต่ในความเป็นจริงคือการปรับเปลี่ยน Workflow ของคนทำงาน ยัน เลิกกังวลว่าอาชีพจะเจ๊ง แล้วหันไปเปิดโปรแกรมลองใช้ AI ให้คล่อง เพราะถ้าคุณมีพื้นฐานแน่นและเข้าใจ Logic AI จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่คุณเคยมี ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ฟังนะ นักศึกษาและ เหล่า "กูรู" ที่ขยันโพสต์ว่าอาชีพนั้นตาย อาชีพนี้อวสาน ก็ในฐานะอาจารย์ที่คลุกคลีอยู่กับ Adobe, Cobol, Pascal มาตั้งแต่สมัยสิ่งพิมพ์ ตั้งแต่มันยังไม่เป็น Cloud และตอนนี้ก็เปิด Gemini, STDxl, Midjourney ทิ้งไว้ข้างหน้า และเปิด Agent เรียนภาษาโปรแกรมใหม่ๆ ใน IDE ไปพร้อมๆ เหมือนกัน บอกเลยว่าไอ้คำว่า "อวสานกราฟิก", "เอไอแย่งงานคน" หรือ "เอเจนซี่ล้มละลาย" มันเป็นแค่พาดหัวเรียกยอดไลก์ของพวกนักการตลาดบางกลุ่มที่อาจจะไม่ได้ลงมือ "ทำ" งานจริงๆ โลกมันปรับเปลี่ยนชั่วข้ามคืนน่ะใช่ แต่คนที่จะ "อวสาน" จริงๆ คือคนที่หยุดทำความเข้าใจ Logic หลังงานดีไซน์หรือกระบวนการใดๆต่างหาก
"ใช้เป็น" กับ "มี Logic" มันคนละเรื่องกัน วันนี้ใครๆ ก็พิมพ์ Prompt ได้ครับ "ขอรูปแมวใส่ชุดอวกาศสไตล์ Cyberpunk" กดปุ่มเดียวก็ได้รูปสวยระดับเทพ แต่นั่นคือ "การใช้เครื่องมือเป็น" ไม่ใช่ "การออกแบบเป็น" และอีฝั่งก็กลุ่มกราฟิกที่มองว่า "การสร้างสรรค์งานด้วย AI" เป็นเรื่องเดียวกับการใช้ "AI วาดภาพ" ตีกันไม่จบ AI หรือ GenerativeAI คือ Super Intern มันขยัน มันทำเร็ว แต่มันไม่มี "Taste" และไม่มี "Empathy" แต่มันรู้ว่าดีไซน์แบบไหนดี ถูกหลักการ คนชอบ เขียนแบบไหนเวิร์ค
ฝั่งออกแบบล่ะกัน ตอนนี้อ่ะมันบังคับให้ Designer คือ Creative Director คุณต้องมี Logic ในการสั่งงาน คุณต้องรู้ว่าทำไมปุ่มนี้ต้องสีนี้ ทำไมระยะห่าง (Spacing) ถึงต้องเท่านี้ AI ให้ภาพสวยได้ แต่คุณคือคนที่ให้ "คำตอบ" กับโจทย์ของธุรกิจ
"สาขากราฟิก" เรียนสายนี้ยังจำเป็นไหม?
จำเป็นกว่าเดิมครับ แต่ "วิธีเรียน" ต้องเปลี่ยนไป ถ้าคุณเข้ามาเรียนเพื่อฝึกดราฟโลโก้ให้เหมือนเป๊ะๆ อย่างเดียว คุณแพ้ AI ตั้งแต่วันแรก แต่ถ้าคุณเรียนเพื่อ:
Problem Solving: เข้าใจปัญหาของ User (UX)
Design Thinking: รู้วิธีรื้อโครงสร้างความคิดก่อนจะเริ่มวาด
Critical Thinking: รู้ว่างานที่ AI พ่นออกมา อันไหนคือ "ขยะที่ดูสวย" และอันไหนคือ "งานที่ใช้งานได้จริง" ที่จะนำไปทำต่อ
แปลว่าถ้าคุณไม่มีพื้นฐาน (Foundation) คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่ AI ทำออกมาให้มัน "ผิด" ตรงไหน คุณจะเป็นได้แค่ผู้ใช้งานที่ถูกเทคโนโลยีจูงจมูก
การให้เกียรติอาชีพ และความอยู่รอดของอุตสาหกรรม พวกที่บอกว่า "ต่อไปไม่ต้องจ้างกราฟิกแล้ว เจ้าของทำเองได้" ผมก็ไม่รู้จะยังไงดี... ใช่ครับ เจ้าธุรกิจของทำเองได้ในระดับ "พอใช้งาน" แต่ในระดับอุตสาหกรรม (Industrial Scale) งานที่ต้องการ Identity, Consistency และ Strategic Design ยังต้องการผู้เชี่ยวชาญอยู่ ฝั่ง Agency ไม่ได้หายไหนไป แต่เขากำลังเปลี่ยน Workflow จากการนั่งไดคัท 5 ชั่วโมง เป็นการใช้ AI ช่วย Generate ไอเดีย 100 แบบใน 5 นาที เพื่อเลือก 1 แบบที่ดีที่สุดมาขัดเกลาด้วยมือโปร
การรับผิดชอบ (Accountability) AI ไม่ได้มารับผิดชอบถ้าแคมเปญคุณพัง หรือโดนฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์ แต่มนุษย์และเอเจนซี่ยังเป็นคู่คิดที่แบรนด์ไวใจได้ หลังๆ นี่ถ้าออกจากกราฟิก เอเจนซี มาอาจารย์นี่น่าจะเรื่องงานเขียนวิจัยละมั้ง
ปรับตัวยังไงให้ "สนุก" และไม่ประสาทแดก?
เลิกมองว่ามันคือ "ศัตรู" แล้วมองว่ามันคือ "ของเล่นใหม่" นะ แต่ก็ไม่ใช่อาจารย์กราฟิกบางสาย GenAI แล้วมา Hard Ref แล้วพยายามบอกว่าวาดเอง ควรจริงใจไปเลยว่าใช้ก็ใช้ Speed Painting ด้วย AI ก็ลองใช้ AI สร้าง Layout คร่าวๆ แล้วเราลงมือจัด Composition เอง มันประหยัดเวลาชีวิตไปเยอะ หรือเมื่อก่อนเราอาจจะวาดภาพประกอบยากๆ ไม่เก่ง ตอนนี้ AI ช่วยปลดล็อกจินตนาการให้เราได้ เราเอาเวลาไปโฟกัสที่ "Concept" เจ๋งๆ แทน
เป็นเป็ดที่บินเก่ง หรือนกเป็ดน้ำไปเลย เดี๋ยวนี้ Designer ต้องรู้กว้างขึ้น AI ช่วยเราทำ Motion, ทำ 3D, เขียน Code เบื้องต้นได้ ลองใช้มันเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ทักษะใหม่ๆ
บางสิ่งในโลกไม่ได้อวสาน แต่มันกำลัง คัดกรอง คนที่ "ทำตามสั่ง" ออกไป เพื่อเหลือที่ว่างให้กับคนที่ "คิดเป็น" ถ้ามัวแต่กลัว ก็เป็นแค่เหยื่อของ Technology แต่ถ้าคุณเข้าใจสิ่งที่ทำ มี Logic และมีพื้นฐานที่แน่นพอ จะเห็นว่านี่แหละคือ "พู่กันที่ฉลาดที่สุดในโลก" ที่เคยมีมา เลิกโพสต์ว่าอะไรจะเจ๊ง อะไรจะไป แล้วไปเปิดโปรแกรมลองใช้มันซะนะ"


