xs
xsm
sm
md
lg

"ยิ่งชีพ iLaw" ถอดรหัส Gen Z สนใจการเมืองสูงแต่ไร้อารมณ์ร่วมอดีต ชี้อย่าโยนความคาดหวังปฏิวัติข้ามรุ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" แห่ง iLaw เผยประสบการณ์หลังชวนเด็กมัธยมคุยการเมือง พบความหลากหลายของเฉดสีทางการเมืองที่น่าประหลาดใจ ชี้รสนิยมทางวัฒนธรรมยังเป็นจุดเชื่อมต่อคนต่างวัย พร้อมเตือนสติคนรุ่นใหญ่ อย่าโยนความคาดหวังเรื่องการปฏิวัติให้คนรุ่นใหม่เพียงฝ่ายเดียว

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Yingcheep Atchanont" ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นสะท้อนมุมมองต่อ "คนรุ่นใหม่" ในมิติของการเมืองและวัฒนธรรม ชี้ แม้ยุคสมัยและข้อมูลที่ได้รับจะต่างกัน แต่ "รสนิยม" และ "ความเป็นมนุษย์" ยังคงมีจุดเชื่อมถึงกันเสมอ บทความทิ้งท้ายว่า หากเรามอบบรรยากาศที่เหมาะสมและข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ไม่ว่าใครจะอายุเท่าไหร่ หรือมีความคิดเห็นเอนเอียงไปทางไหน สุดท้ายแล้วเราจะสามารถ "หันหน้าเดินตรงไปด้วยกัน" ได้โดยไม่ต้องแบ่งแยกซ้ายขวาอย่างสุดโต่ง ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

"มีโอกาสได้ไปทำกิจกรรมกับคนรุ่นใหม่ระดับมัธยมปลายกลุ่มหนึ่ง รุ่นนี้คือรุ่นโตมากับเอไอ พวกเขาเกิดหลังผมเริ่มทำงานหลังมีไอลอว์แล้ว วันนี้ที่เจอเป็นกลุ่มที่คัดมาแล้วว่าสนใจการเมือง อยากเรียนรัฐศาสตร์ เลยไปชวนคุยเรื่องการเมืองกับพวกเขา ความน่าสนใจคือ น้องกลุ่มนี้ซึ่งปีนี้ยังไม่มีใครมีสิทธิเลือกตั้งแต่รู้ประวัติศาสตร์บ้านเมือง การเมืองปัจจุบันสูงกว่ามาตรฐานของสังคมมาก

เมื่อถามถึงนักการเมืองที่รู้จัก ชื่อของทักษิณ ประยุทธ์ ประวิตร ยังคงออกมาลำดับต้นๆ ก่อนธนาธร พิธา ส่วนไอติม ศิริกัญญาออกมาท้ายๆ หน่อย

ความน่าแปลกใจ คือ มีหลายเฉดมาผสมรวมกัน มีคนพูดชื่อสส. สีส้มถูกเป๊ะๆ มีคนที่เรียก “พี่อิ่ม” มีคนที่อธิบายหลักการทางการเมืองได้แบบชุดภาษาของเพื่อไทย มีคนที่ประกาศตัวชอบสีฟ้า ชอบอภิสิทธิ์ และมีคนเนิร์ดข้อมูลสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่องได้ว่าช่วงท้ายของรัชกาลที่ 9 ปรากฏตัวที่ไหนเมื่อไร อย่างไร ก็เป็นส่วนผสมที่ไม่ลงตัวและแปลกประหลาด
แม้ว่าดูจากสายตาส่วนใหญ่จะยังเทไปทางสีส้ม แต่สีส้มไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาว ยังไม่มีใครอวยออกนอกหน้า และความเป็นส้มที่ได้คะแนนจากคนเมืองถูกตั้งคำถามได้

ผมชวนคุยทั้งเรื่องผลการเลือกตั้งที่ผิดปกติ ระบอบสีน้ำเงิน และใช่เรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเรื่องนั้นด้วย ร้อยละร้อยคือ “ตาใส” ไม่มีฐานและไม่อาจเชื่อมโยงไปถึงสิ่งที่เราอยากจะพาไปให้ถึง แต่ที่สำคัญคือ รับฟัง เฉลยมาเถอะ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยไม่เป็นไรแต่ยังพร้อมจะเรียนรู้ได้อีกหลายช่วงตัว ถ้าเราอดทนค่อยๆ พากันไป
.
เมื่ออธิบายถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดง สถานการณ์แวดล้อมการเลือกตั้งปี 62 การทำประชามติของคสช. ปี 2559 พวกเขารู้สึกไกลตัวและไม่ได้มีอารมณ์ร่วม แต่เขารับรู้ในฐานะเรื่องที่เขาสนใจ แม้สำหรับพวกเขามันเป็นเพียงเรื่องเล่านิ่งๆ เหมือนตอนเราฟังเรื่องพฤษภา35 เรื่อง 6ตุลาฯ จากหน้าหนังสือและแผ่นนิทรรศการ

มีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า จำได้ตอนที่รัฐประหารของประยุทธ์เขาต้องหยุดเรียน แล้วทั้งห้องก็หันขวับพร้อมกันว่าตกลงมึงอายุเท่าไร เขาบอกตอนนั้นอยู่ชั้นอนุบาล แต่จำได้ น้องๆ รุ่นนี้ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เกิดหลังรุ่น เพนกวิ้น-รุ้ง ประมาณ 7-8 ปี เกิดหลังรุ่นโรม-ไผ่-ลูกเกด ประมาณ 15 ปี

เราจะคาดหวังว่า “คนรุ่นใหม่” หรือ “นักศึกษา” จะต้องรวมกลุ่มกันประท้วงหรือมีจิตใจต้องการปฏิวัติรื้อถอนสิ่งที่เป็นอยู่เสมอไปไม่ได้ เป็นการโยนความคาดหวังข้ามจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งไม่แฟร์และไม่มีทางจะสมหวัง เหมือนตอนที่เราเข้ามหาวิทยาลัยปีสองพันห้าร้อยสี่สิบกว่าๆ แล้วคนแก่มาถามว่าจิตวิญญาณ 14 ตุลาฯ หายไปไหนนั่นแหละ
แต่ไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นเจนซี จะต้องเป็นขวา หรือเป็น ignorance คนทุกรุ่นก็เรียนรู้ได้ รับข้อมูลข่าวสารได้ คิดเองได้ และเลือกแนวทางขับเคลื่อนไปสู่สังคมที่เขาอยากจะอยู่เองได้ เรามีหน้าที่แค่สร้างสิ่งแวดล้อมที่มีปัจจัยให้เขาเลือกทางเดินเอง
.
คุยการเมืองกันจนเบื่อแล้ว จึงมีคนพยายามชวนคุยเรื่องหนัง ปรากฏว่า น้องคนหนึ่งชอบดู สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก, ชอบดูพี่มากพระขโนง อันเป็นหนังที่พวกเขาอาจจะเกิดไม่ทันวันแรกที่เข้าโรง ยังมีคนชอบแฮ์รี่พ็อตเตอร์ ที่เคยนึกว่าเป็นสัญลักษณ์ของเจนวาย และคนชอบ Eyes Wide Shut ของทอมครูซ และซีรีย์เปาบุ้นจิ้นก็ยังมีคนชอบดูอยู่ เป็นคนที่เนิร์ดสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นแหละ

พอคุยเรื่องหนังแล้วมีคนลากเข้าการเมืองมากเกินไป มันจะน่าเบื่อ ก็เลยมีคนชวนคุยเรื่องเพลง น้องคนหนึ่งบอกว่าชอบบิ๊กแอ๊ส นี่ก็วงวัยรุ่นของกูอีก เค้าไม่รู้จักพี่แด๊ก แต่รู้ว่าวงนี้เคยเปลี่ยนนักร้อง และเพลงที่ชอบคือเพลง “ก่อนตาย” “เล่นของสูง” แล้วเราก็เล่นกันรอบนึง เค้าบอกว่าชอบเพลงใจสั่งมา ผมบอกว่าไม่ใช่ นั่นมันของโลโซ ที่ตอนนี้ติดคุกไปแล้ว ผมฝึกเพลงนี้ ตอนที่เล่นกีตาร์ใหม่ๆ วงโลโซคอร์ดง่ายทุกเพลง แล้วนี่คือเพลงที่คนร้องตามได้มากที่สุด “ก็เลยมาร้องเพลงบอก แค่อยากให้เธอนั้นเข้าใจ..”

น้องอีกคนเลือกเพลงในมือถือแล้วยื่นคอร์ดมาวางตรงหน้า มันคือเพลงแสงสุดท้าย เพลงที่พาผมผ่านช่วงอายุ 20 ปลายเข้าสู่ 30 ต้น และพร้อมเป็นผู้ใหญ่ เราร้องกันรอบหนึ่งโดยที่ผมสงสัยว่า คนอายุ 17 ที่ยังไม่เคยหลงทางชีวิต จะคิดอย่างไรกับท่อนที่บอกว่า ในค่ำคืนที่ฟ้าท้าทายใจคนอยู่ตรงนี้

จบจากเพลงนี้ผมถามว่า ขอเพลงของเจนซีบ้างจะต้องนึกถึงอะไร มีคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่าแนวเพลงของรุ่นพวกเขาจะเปลี่ยนไปทุกสองปี มันไม่เป็นอมตะ ผมเลยถามว่า เพื่อชีวิตพอได้ไหม แล้วน้องคนที่ชอบประชาธิปัตย์ก็เปิดเนื้อเพลงมา “ชีวิตสัมพันธ์” มีคนมีต้นไม้ มีสัตว์ป่า เพลงที่ผมร้องเป็นเพราะพ่อเปิดเทปในรถ และถูกบังคับให้ร้องในค่ายอนุรักษ์ปี 2545
ยุคสมัยของโลกที่เปลี่ยนไปและความรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน อาจไม่ได้ทำให้รสนิยมของเราต่างกันมากนัก เพลงที่เพราะก็ยังเป็นเพลงที่เพราะ หนังที่ตลกก็ยังคงตลก ไม่ว่าเราจะผ่านบรรยากาศชีวิตแบบไหนมาก็ตาม และเมื่อสิ่งที่ใช่ บรรยากาศที่ใช่ ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องมาวางเรียงต่อกัน ผมไม่เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ คนอายุเท่าไหร่จะหันไปซ้ายหรือไปขวา แต่เราจะหันหน้าเดินตรง ไปด้วยกันนี่แหละ"