รพ.ยโสธรสดุดีความเสียสละของ 'คุณกฤษฎาพงศ์' ชายหนุ่มวัย 26 ปี หลังประสบอุบัติเหตุจนอยู่ในภาวะสมองตาย ก่อนครอบครัวตัดสินใจทำบุญใหญ่ครั้งสุดท้าย มอบอวัยวะอันล้ำค่าทั้งหัวใจ ตับ ไต และดวงตา ส่งต่อโอกาสช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้ 8 ชีวิตที่กำลังรอความหวัง ท่ามกลางความอาลัยและยกย่องจากทีมแพทย์ 3 สถาบัน
วันนี้ (20 เม.ย.) เพจ "โรงพยาบาลยโสธร Yasothon Hospital" โพสต์ร่วมสดุดีคุณกฤษฎาพงศ์ อุ่นคงทอง ซึ่งประสบอุบัติเหตุจนมีเลือดคั่งในสมอง และภายหลังแพทย์วินิจฉัยว่าอยู่ในภาวะสมองตาย ครอบครัวจึงตัดสินใจทำบุญครั้งสุดท้ายด้วยการบริจาคอวัยวะ โดยสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ถึง 8 คน ได้แก่ หัวใจ ตับ ไต 2 ข้าง กระจกตา 2 ข้าง และดวงตา 2 ข้าง
โดยทางเพจรายงานว่า "กระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายแพทย์ สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้นายแพทย์ ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร และนายแพทย์ ถนอมศิลป์ ก้านมะลิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยโสธร นำทีมคณะผู้บริหารและบุคลากรร่วมมอบพวงหรีดแสดงความอาลัย พร้อมถ่ายทอดความขอบคุณอย่างสุดซึ้งแก่ครอบครัวของคุณกฤษฎาพงศ์ อุ่นคงทอง ชายวัย 26 ปี ผู้มอบโอกาสครั้งใหม่ให้ผู้ป่วยถึง 8 ชีวิต จากการบริจาคอวัยวะอันล้ำค่า ได้แก่ หัวใจ ตับ-ไต 2 ข้าง และดวงตา 2 ข้าง การเสียสละครั้งนี้สามารถต่อชีวิต และคืนการมองเห็นให้แก่ผู้ป่วยอีกหลายราย นับเป็นผู้บริจาคอวัยวะรายที่ 9 และผู้บริจาคกระจกตารายที่ 22 ประจำปีงบประมาณ 2569 ของโรงพยาบาลยโสธร
ภารกิจครั้งนี้ดำเนินการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบัน ได้แก่ ทีมแพทย์ผ่าตัดหัวใจจากโรงพยาบาลศิริราช นำโดย นายแพทย์ ชวภัทร วีรธรรม พูลสวัสดิ์ และ นายแพทย์ รัชชานนท์ ศรีฟ้า ทีมแพทย์ผ่าตัดอวัยวะตับและไตจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นำโดย แพทย์หญิง จรรย์ชลี นพรัตน์ และ แพทย์หญิง ณัชชา อารีย์สมบูรณ์ ร่วมกับทีมโรงพยาบาลยโสธร ในการผ่าตัดและส่งต่ออวัยวะ เเละนายเเพทย์ ปรมินทร์ เธียรประมุข โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
โรงพยาบาลยโสธรขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง พร้อมสดุดีและเชิดชูเกียรติ คุณกฤษฎาพงศ์ อุ่นคงทอง และครอบครัว ผู้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาและความเสียสละ การให้ของท่านมิได้สิ้นสุดลงพร้อมลมหายใจ แต่ได้กลายเป็นความหวัง โอกาส และลมหายใจใหม่ของใครอีกหลายชีวิต นี่คือพลังของการให้…ที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิต และจะยังคงส่องสว่างในหัวใจของผู้คนตลอดไป"


