"สื่อมิใช่อภิสิทธิชน!" นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ถ่ายทอดบทเรียนจากประสบการณ์ 50 ปีในวิชาชีพ ย้ำชัดสื่อจะได้รับการปกป้องจากสังคมในคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) ก็ต่อเมื่อใช้เสรีภาพบนความรับผิดชอบ ชี้หน้าที่สื่อคือการเป็นกระจกสะท้อนความจริงอย่างอ่อนน้อม ไม่ใช่การวางอำนาจชี้นิ้วสั่งการ
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) ออกมาโพสต์ข้อความ ชี้สื่อจะได้รับการยอมรับและปกป้องจากสังคมก็ต่อเมื่อทำหน้าที่รายงานความจริงอย่างโปร่งใส ไม่ใช่อ้างเสรีภาพเพื่อทำตามอำเภอใจโดยปราศจากความรับผิดชอบ ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"เสรีภาพภายใต้ความรับผิดชอบ»--•--«
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมเขียนแถลงการณ์ให้องค์กรสื่อองค์กรหนึ่งที่ถูกฟ้องปิดปาก หรือ 𝐒𝐭𝐫𝐚𝐭𝐞𝐠𝐢𝐜 𝐋𝐚𝐰𝐬𝐮𝐢𝐭 𝐀𝐠𝐚𝐢𝐧𝐬𝐭 𝐏𝐮𝐛𝐥𝐢𝐜 𝐏𝐚𝐫𝐭𝐢𝐜𝐢𝐩𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 (𝐒𝐋𝐀𝐏𝐏) หลังจากที่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่ามีเหตุที่สมควรออกแถลงการณ์ได้
เหตุที่ว่านััน คือแนวทางการนำเสนอข่าวขององค์กรสื่อ หรือสำนักข่าวนั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ มีความระมัดระวังในการใช้เสรีภาพด้วยความรับผิดชอบ โดยเฉพาะข่าวการค้ามนุษย์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน อันเป็นที่มาของการฟ้องร้องคดีนั้น
หลังที่แถลงการณ์ปรากฏต่อสาธารณะ ผมได้เห็นการตอบรับที่น่ายินดี การให้กำลังใจกับพวกเขาที่จะต่อสู้กับอำนาจการเมือง และการใช้คดีความมาบีบบังคับให้ต้องยอมจำนนต่ออำนาจอธรรม แต่การออกแถลงการณ์ในหลายครั้งกลับให้ผลตรงกันข้าม คือมีแต่เสียงก่นด่า วิพากษ์วิจารณ์ และตั้งคำถามย้อนกลับว่าผู้ออกแถลงการณ์ได้คำนึงถึงการใช้เสรีภาพด้วยความรับผิดชอบของตนเองอย่างเพียงพอหรือไม่ สำหรับผู้เป็นต้นเหตุให้ออกแถลงการณ์นั้น
สื่อมิใช่อภิสิทธิชน ไม่ใช่ผู้ทรงอำนาจที่จะชี้นิ้วสั่งการให้ใครทำอะไรก็ได้ แต่สื่อเป็นเพียงกระจกสะท้อนสังคม ที่มีหน้าที่เพียงรายงานข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน และรอบด้าน ด้วยความอ่อนน้อม ถ่อมตน และเคารพวิจารณญาณของประชาชนผู้รับสาร
นี่คือหลักการ นี่คือแนวปฏิบัติ ที่ผมยึดมั่นมาตลอด 50 ปีที่อยู่ในวิชาชีพสื่อ"


