ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เดือดพล่าน ทายาทรุ่นที่ 4 ยาดม 'โป๊ยเซียน' เปิดมุมมองสุดคม ชี้สงกรานต์ไทยคือปุ่ม Pause วิเศษที่ชาวต่างชาติตามหา พร้อมสะกิดภาครัฐเลิกหากินกับบุญเก่า ย้ำต้องเร่งยกระดับความปลอดภัยป้องกันรอยร้าว 'อิแทวอน' และแนะใช้จุดแข็งความสนุกปั้นเทศกาลอื่นเป็นจุดขายเศรษฐกิจใหม่ ก่อนรากเหง้าจะถูกลืมในศตวรรษที่ 21
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Nutthapong Larbboonsarp” หรือ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของยาดม "โป๊ยเซียน" ออกมาโพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ ชี้ แม้โลกและเศรษฐกิจจะเผชิญความท้าทายหนักในปี 2569 แต่การรักษาและต่อยอดรากเหง้าทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการบริหารจัดการที่ดีของรัฐ จะช่วยให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ร่มเย็นและสร้างโอกาสมหาศาลให้กับประเทศได้ ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“มื้อเช้าเมื่อวานนี้นั่งคุยกับชาวต่างชาติที่พักในโรงแรมเดียวกัน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้บอกว่าเขาคิดถูกและมีความสุขมากที่มาเที่ยวเมืองไทยช่วงสงกรานต์ เขาบอกว่าท่ามกลางโลกที่กำลังวุ่นวาย มีแต่ความเดือดดาลไปหมดทุกที่ ประเทศไทยเหมือนมีปุ่มกด Pause สถานการณ์ที่ว่านั้นไว้ 5 วัน แล้วทุกอย่างแม่งโคตรสนุก โดนน้ำสาดใส่หัวไปสองที หายหัวร้อน และมีสติที่จะลุกขึ้นไปสู้กับสถานการณ์หลังจากนี้ได้มากขึ้นเยอะเลย
ผมก็บอกเขาว่า เมืองไทยเราก็เดือดเหมือนกัน เพราะเราเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบในอุตสาหกรรมหลายอย่าง แต่ใช่ เรามีปุ่มกด Pause ที่วิเศษ
ผมเชื่อจริงๆ ว่าในโลกนี้ใครจะไปอวกาศก็ตามแต่ แต่เรื่องงานเทศกาลรื่นเริงสนุกสนาน ยากที่ใครจะตีฝีมือมาเทียบชั้นคนไทย เรื่องที่ว่าคนไทยสนิทกันเร็ว เมื่ออยู่ในงานเทศกาลเราไปได้ไกลกว่านั้น ใครมาอยู่เมืองไทยเราจับสนิทกันหมด ผมคิดว่าก็อาจจะเป็นไปได้ที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสักมุมหนึ่งในประเทศไทย อาจจะมีคนยิวกับเปอร์เซียที่อัดน้ำสงกรานต์เข้าใส่กันแบบช่างแม่งรัฐ (อ้าง) ศาสนา และช่างแม่งไซออนิสต์
และหลายวันที่ผ่านมานี้ ยังได้เจอคนพม่า มอญ ไทใหญ่ และลาว ซึ่งเราทั้งหลายมีประเพณีเฉลิมฉลองในเดือนเมษายนร่วมกัน เราจึงได้สนุกด้วยกันบนวัฒนธรรมร่วม สนุกมากพิเศษ เพราะเราไม่มีใครจ้องเคลมกันและกัน
ผมมีเรื่องอยากจะบอกภาครัฐสองอย่าง
อย่างแรกคือ เราต้องยอมรับว่าภาครัฐของเราค่อนข้างหากินกับของเก่า งานสงกรานต์ส่วนใหญ่ที่มีชื่อเสียงภาคเอกชนและภาคประชาชนเป็นคนช่วยกันปลุกปั้นขึ้นมาจากรุ่นสู่รุ่น จนกระทั่งกลายเป็นชื่อเทศกาลให้ภาครัฐเอาไปเป็นนโยบายระดับประเทศได้
สิ่งที่ภาครัฐควรเข้ามาดูอย่างเร่งด่วน คือเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย หลายพื้นที่ที่เล่นสงกรานต์กันหนักหน่วง เช่น สีลม และถนนข้าวสาร มีปัญหาเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนแออัดยัดเยียดกัน ถ้าเราจำกรณีอิแทวอนได้และตั้งสติกันให้ดีพอ เราต้องเร่งจัดการป้องกันปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้น อย่าให้น้ำที่นองในเทศกาลสงกรานต์ปีใดปีหนึ่งในวันข้างหน้าต้องกลายเป็นน้ำตาของคนที่ท่วมเมือง
อย่างที่สองคือ ภาครัฐอย่ามัวหมกมุ่นกับสงกรานต์อย่างเดียว แต่ต้องเอาจุดแข็งเรื่องการจัดเทศกาลสนุกสนานของคนไทยร่วมมือกับภาคเอกชนชูให้เป็นจุดขายทางเศรษฐกิจให้ได้ ประเพณีที่สนุกมีอย่างอื่นอีกไหมนอกเหนือจากสงกรานต์ และไม่จำเป็นต้องเป็นประเพณีไทยหรือประเพณีสากล จะเป็นประเพณีของกลุ่มคนที่ปะปนอยู่ในสังคมไทยก็ได้ เช่น ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าคนไทยจัดเทศกาลตรุษจีนได้ล้ำหน้ากว่าจีนทั้งปวง ทำยังไงให้คนจีนและคนเชื้อสายจีนทั่วโลกอยากมาฉลองตรุษจีนที่ประเทศไทย แค่คิดก็สนุกมาก
ตอนนี้คนที่พูดคำว่า Soft Power โง่ๆ เริ่มหายไปจากพื้นที่สื่อ ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่คุณค่าแท้ของคำนี้ไม่ควรหายไป แต่ควรเกิดจากคนรู้จริงที่มาช่วยกันทำงานให้เกิดผลดีในระดับประเทศ
โลกของเราจะร้อนเดือดด้วยสถานการณ์หลายประการ ถ้าเมืองไทยเราสามารถเป็นพื้นที่ร่มเย็นของผู้คนได้ เราจะได้ประโยชน์มหาศาลจากเรื่องนี้ แต่เราต้องร่มเย็นจากข้างในจริงๆ ไม่ใช่การประดิษฐ์ว่าร่มเย็น
เงาของกันสาดที่บังแดดทอดพื้นที่กว้างก็จริงอยู่ แต่คนใต้เงานั้นจะเย็นสู้คนที่อยู่ใต้เงาของร่มไม้ซึ่งอาจมีแสงแดดรำไรลอดผ่านลงมาบ้างไม่ได้เลย เพราะต้นไม้เป็นสิ่งที่เย็นด้วยตัวของต้นไม้เอง
และมีเรื่องสุดท้ายที่ผมอยากบอกคนไทย อันที่จริงก็พูดอัดใส่ไมค์ในงานอีเวนต์ของตัวเองไปแล้วหลายรอบ
คนไทยมีของดีอยู่กับตัวเยอะมากที่บ่มเพาะจากประวัติศาสตร์และประเพณีของเรา สงกรานต์ในสมัยก่อนก็เป็นเรื่องของคนไทยเล่นกันเอง จะรดน้ำดำหัวหรือสรงน้ำพระก็เป็นเรื่องของคนไทยกันเอง คนต่างชาติไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย แต่วันนี้สงกรานต์กลายเป็นเทศกาลระดับโลกได้แล้ว สิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่เราไม่ทอดทิ้งและต่อยอดรากเหง้าของเรา
ลองหันกลับไปมองดูว่ารากเหง้าของเราอะไรบ้างที่มีคุณค่า สิ่งเหล่านี้อาจแฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ความเชื่อ การปกครอง เครื่องใช้ไม้สอย อาหาร หรือแม้แต่กระทั่งอัธยาศัยไมตรีในตัวเราเอง ถ้าเราโค่นล้มถ่มถุยกับสิ่งเหล่านี้ เราอาจไม่ใช่คนฉลาดสำหรับโลกในศตวรรษที่ 21
สถานการณ์โลกในปีนี้หนักแน่ทุกวงการ เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่เราเจอแน่ และเดือดแน่ ขอให้สงกรานต์นี้ทุกคนตุนกำลังใจกันให้เต็ม และไม่ว่าโลกจะเหลือแค่ไหน อย่างน้อยขอให้เมืองไทยยังมีมุมที่ร่มเย็น
สุขสันต์เถลิงศก จุลศักราช 1388 ปีมะเมีย
ตรงกับพุทธศักราช 2569”


