นาทีโกลาหลบนขบวนรถเร็วสายใต้ หลัง “แมวผู้โดยสาร” เกิดอาการตื่นตระหนกอย่างหนัก คลุ้มคลั่งกัด-ข่วนเจ้าของจนเลือดอาบกลางโบกี้ เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลัง 3 คน ใช้ผ้าปูเตียงเข้าคลุม ใช้เวลากว่า 20 นาทีจึงควบคุมสถานการณ์ได้ ส่งผลให้ขบวนล่าช้ายาวกว่า 7 ชั่วโมง กลายเป็นอุทาหรณ์สะท้อนผลกระทบจากอากาศร้อนและความเครียดของสัตว์ในช่วงสงกรานต์
วันนี้ (14 เม.ย.) กลายเป็นประเด็นที่คนรักสัตว์ให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อผู้ใช้โซเชียลแห่แชร์เหตุการณ์บนขบวนรถเร็วที่ 169 (กรุงเทพอภิวัฒน์-ยะลา) เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อแมวของผู้โดยสารรายหนึ่งมีอาการคลั่ง เข้ากัดและข่วนเจ้าของจนได้รับบาดเจ็บ เลือดตกยางออกกลางโบกี้รถไฟ โดยแมวมีอาการตื่นตระหนกอย่างรุนแรง (Panic) จนควบคุมตัวเองไม่ได้ ส่งผลให้เจ้าของถูกกัดบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่รถไฟต้องใช้ผ้าปูเตียงเข้าคลุมและใช้กำลังถึง 3 คนเพื่อช่วยกันควบคุมสถานการณ์อย่างระมัดระวัง โดยใช้เวลานานกว่า 20 นาทีจึงจะสงบลงได้
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ขบวนรถต้องหยุดพักเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและจัดการสถานการณ์ ส่งผลให้ถึงปลายทางสถานียะลาล่าช้าไปกว่า 430 นาที (ประมาณ 7 ชั่วโมง 10 นาที)
ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่น่าเห็นใจทุกฝ่าย ทั้งเจ้าของที่ต้องบาดเจ็บและขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงตัวน้องแมวเองที่น่าจะอยู่ในภาวะเครียดจัด (Heat Stress) จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงสงกรานต์ ประกอบกับเสียงดังและความแออัดบนรถไฟ ซึ่งอาจกระตุ้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจนกลายเป็นพฤติกรรมดุร้ายชั่วคราว
โดยมีเคล็ดลับการพาแมวเดินทางไกลในฤดูร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย สำหรับทาสแมวที่ต้องพาน้องเดินทางในช่วงอากาศร้อนหรือระยะทางไกล ควรเตรียมตัวดังนี้
1. อุปกรณ์ช่วยระบายความร้อน ควรมีแผ่นเจลเย็น (Cooling Pad) รองในกระเป๋าเดินทาง หรือใช้พัดลมพกพาช่วยระบายอากาศตลอดเวลา
2. น้ำห้ามขาด เตรียมกระบอกน้ำแบบพกพา และคอยป้อนน้ำน้องเป็นระยะเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
3. สเปรย์ฟีโรโมน ใช้สเปรย์ฟีโรโมนสังเคราะห์ (เช่น Feliway) ฉีดในกระเป๋าเดินทางล่วงหน้า 15 นาที เพื่อช่วยให้น้องรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย
4. ผ้าคลุมตะกร้า หากน้องมีอาการตื่นคน ให้ใช้ผ้าบางๆ คลุมตะกร้าไว้เพื่อลดการมองเห็นสิ่งกระตุ้นภายนอก แต่ต้องมั่นใจว่าอากาศยังถ่ายเทสะดวก
5. ปรึกษาแพทย์ สำหรับแมวที่ตื่นกลัวง่ายมาก การปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอ "ยาคลายเครียด" สำหรับกินก่อนเดินทาง เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด


