xs
xsm
sm
md
lg

นาทีชีวิต! ผู้โดยสารช่วยหญิงหมดสติบนรถไฟสาย 169 พบชีพจรต่ำวิกฤต วอน รฟท. ติดตั้ง AED ประจำขบวน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“นาทีชีวิตบนรถไฟ” เมื่อผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งเกิดอาการช็อกกะทันหันกลางขบวนรถไฟสาย 169 จนชีพจรลดฮวบเหลือเพียง 40 ครั้งต่อนาที ก่อนพลเมืองดีใช้สมาร์ทวอทช์ช่วยประเมินอาการและประสานกู้ชีพได้ทันเวลา กลายเป็นทั้งเหตุการณ์สุดระทึกและบทเรียนสำคัญเรื่องความพร้อมด้านอุปกรณ์ฉุกเฉินบนระบบขนส่งสาธารณะ

วันนี้ (12 เม.ย.) กลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจและข้อเตือนใจบนโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นบน ขบวนรถไฟสาย 169 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – ยะลา) เมื่อคืนวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเกือบจะกลายเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของผู้โดยสารรายหนึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงที

โดยเหตุเกิดขึ้นเวลาประมาณ 22:48 น. ขณะที่ผู้โพสต์กำลังเดินทางกลับบ้านและได้นั่งข้างหญิงคนหนึ่ง ทั้งคู่มีการพูดคุยกันตามปกติ แต่จู่ๆ ผู้โพสต์สังเกตเห็นความผิดปกติ ใบหน้าของหญิงคนดังกล่าวเริ่มซีดลงและมีอาการเขียวคล้ำ จึงรีบประเมินสถานการณ์ว่าไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน

เมื่อพยายามปลุกแต่ไม่มีการตอบสนอง ร่างกายเย็นเฉียบและเหงื่อท่วม ผู้โพสต์จึงตัดสินใจใช้ นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ของตนเองสวมให้ผู้ป่วยเพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ พบว่า ชีพจรต่ำลงเหลือเพียง 40 ครั้งต่อนาที ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่อันตรายมาก

"นี่คือข้อดีของการมีอุปกรณ์ที่สามารถตรวจวัดชีพจรได้ติดตัวในสถานการณ์ฉุกเฉิน" ผู้โพสต์ระบุ

ในขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ พยายามวิ่งหาเจ้าหน้าที่ กลับพบปัญหาสำคัญคือ ไม่พบเจ้าหน้าที่ประจำขบวนในทันที และบางตู้โดยสารถูกล็อกไว้ (อาจเพื่อแยกโซนตู้นอน) ทำให้การประสานงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก

พร้อมฝาก ข้อเสนอแนะถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากเหตุการณ์นี้ ผู้โพสต์ได้ฝากประเด็นสำคัญถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ใน 2 เรื่องหลัก
1.การติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจ (AED): ควรมีประจำไว้ในทุกขบวนรถไฟ เพราะในนาทีชีวิต "มีไว้" ย่อมดีกว่า "ไม่มีใช้"
2.การเข้าถึงเจ้าหน้าที่: ควรมีช่องทางหรือจุดที่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลาแม้จะมีการล็อกตู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือร่วมใจของผู้โดยสารในขบวน ทำให้สามารถประสานงานกับ รถพยาบาล 1669 จากโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ มารอรับตัวผู้ป่วยได้ทันทีเมื่อขบวนรถเทียบชานชาลาสถานีประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุด หญิงรายดังกล่าวพ้นขีดอันตรายและอยู่ในความดูแลของแพทย์เรียบร้อยแล้ว
"การได้มีโอกาสช่วยชีวิตมนุษย์คนหนึ่งไว้ได้ในชีวิตนี้ ถือว่าไม่เสียชาติเกิดเลย" คำทิ้งท้ายสุดซึ้งจากผู้โพสต์ที่เป็นหนึ่งในฮีโร่ของเหตุการณ์ครั้งนี้