xs
xsm
sm
md
lg

ชาวเน็ตมาเลเซียเคือง ดีเซล 3.29 แสนบาร์เรลโผล่ฟิลิปปินส์ ปิโตรนาสปฎิเสธไม่เกี่ยวข้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รมว.พลังงานฟิลิปปินส์ เผยน้ำมันดีเซล 329,000 บาร์เรล จากมาเลเซียส่งมาแล้ว ทำเอาชาวเน็ตมาเลเซียเคือง จวกรัฐบาลเปรียบ "ลูกตัวเองอดตาย แต่เลี้ยงลิงในป่า" ด้านบริษัทพลังงานแห่งชาติมาเลเซีย ปิโตรนาส โร่แจงไม่เคยมีข้อตกลงส่งมอบน้ำมันดีเซลให้ฟิลิปปินส์ สภาดำเนินการเศรษฐกิจแห่งชาติเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือหรือคาดเดา

วันนี้ (12 เม.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักข่าวฟิลิปปินส์ (PNA)รายงานเมื่อวันที่ 11 เม.ย. อ้างการแถลงข่าว จากนางชารอน การิน รมว.พลังงานฟิลิปปินส์ ระบุว่า น้ำมันดีเซลประมาณ 329,000 บาร์เรล หรือ 52.311 ล้านลิตร จากประเทศมาเลเซีย ได้ถูกส่งไปยังประเทศฟิลิปปินส์แล้ว เพื่อเสริมปริมาณเชื้อเพลิงของประเทศท่ามกลางความผันผวนในตลาดน้ำมันโลกที่เกิดจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง

การขนส่งน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลฟิลิปปินส์จัดหามาล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากประเทศญี่ปุ่นส่งมอบน้ำมันดีเซลครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 142,000 บาร์เรล หรือ 22.578 ล้านลิตร ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ อาร์. มาร์กอส จูเนียร์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีอุปทานน้ำมันที่มั่นคงและเพียงพอท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

นางการิน กล่าวว่า การมาถึงของน้ำมันล็อตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเพิ่มอุปทานภายในประเทศ เนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขนส่งน้ำมันดีเซลครั้งล่าสุดจากมาเลเซียครั้งนี้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะด้านการจัดหาน้ำมันของกระทรวงฯ ในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงจากภายนอกประเทศยังคงอยู่ และสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเปลี่ยนแปลงไป




ทั้งนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ กำลังดำเนินการอย่างรอบคอบและมองการณ์ไกลเพื่อสร้างปริมาณอุปทานที่มีอยู่ สนับสนุนภาคส่วนที่จำเป็น และช่วยให้มั่นใจได้ว่าประเทศยังคงพร้อมรับมือกับความปั่นป่วนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดน้ำมันโลก กระทรวงพลังงานให้คำมั่นว่าจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของเชื้อเพลิง รักษาเสถียรภาพของตลาด และคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้บริโภค

นอกจากนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ ยังให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่า จะมีการติดตามระดับสินค้าคงคลังอย่างต่อเนื่อง การจัดส่งเชื้อเพลิงที่เข้ามาอย่างทันท่วงที และการแทรกแซงของรัฐบาล เพื่อป้องกันปัญหาคอขวดด้านอุปทานที่อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่ง โลจิสติกส์ การผลิตไฟฟ้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆ




อย่างไรก็ตาม หลังข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดปฎิกิริยาแก่ชาวเน็ตมาเลเซีย เช่น เฟซบุ๊กเพจ "Meanwhile in Malaysia" เพจแนวเสียดสีการเมือง ซึ่งมีผู้ติดตาม 2.7 แสนราย โพสต์ข้อความว่า "Salamat Ingat Po (ขอบคุณและดูแลตัวเองด้วยนะ) ระดับนานาชาติ กระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ยืนยันว่า เรือสัญชาติมาเลเซีย พร้อมน้ำมันดีเซลจำนวน 329,000 บาร์เรล ได้เดินทางถึงฟิลิปปินส์เรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยเสริมปริมาณน้ำมันสำรองของพวกเขา"

ข่าวดังกล่าวเรียกเสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตมาเลเซีย ส่วนหนึ่งมองว่า ถือเป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อนบ้านในอาเซียน (Southeast Asia Siblings หรือ SEAblings) บ้างก็กล่าวว่า มิตรแท้ดูตอนยากลำบาก ดีใจที่มาเลเซียช่วยฟิลิปปินส์ให้รอดจากวิกฤตพลังงานได้ ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์เข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณทั้งภาษามาเลย์ และภาษากาตาล็อก

แต่อีกด้านหนึ่ง ชาวเน็ตมาเลเซียอีกส่วนหนึ่งแสดงความไม่พอใจกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้ชาวมาเลเซียประสบปัญหาน้ำมันแพงและการตัดงบอุดหนุน (ก่อนหน้านี้รัฐบาลอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย ได้ลดจำนวนการอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซิน RON95 จาก 300 ลิตรเหลือ 200 ลิตรต่อเดือน) สงสัยว่าทำไมรัฐบาลมาเลเซียบอกว่า สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซทำให้การขนส่งมีปัญหาจนต้องขึ้นราคาน้ำมันในประเทศ แต่ทำไมถึงมีน้ำมันส่งไปขายฟิลิปปินส์ได้

บางคนพิมพ์คำว่า "Own child at home dies of starvation, Monkey in the forest is breastfed." (ลูกตัวเองที่บ้านตายเพราะอดอาหาร ลิงในป่าได้กินนมแม่) หรือ "Monkey in forest got milk, Children at home die starving." (ลิงในป่าได้กินนม ลูกๆ ที่บ้านตายเพราะอดอาหาร) ซึ่งทั้งสองประโยคนี้มาจากสุภาษิตมาเลเซียที่ว่า "Anak di rumah mati kelaparan, kera di hutan disusukan." เปรียบได้กับประชาชนชาวมาเลเซียจะแย่ เพราะน้ำมันแพง แต่กลับส่งน้ำมันไปช่วยชาติอื่น

นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีสมคบคิดจากชาวเน็ตมาเลเซีย เช่น บางคนมองว่าเรืออาจจะเป็นของบริษัทมาเลเซียจริง แต่ตัวน้ำมันอาจจะเป็นของคนอื่น แค่จ้างเรือมาเลเซียไปส่งเฉยๆ เหมือนแอปเรียกรถส่งของ หรือบางคนสันนิษฐานว่ามาเลเซียอาจจะซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลางแล้วเอามาขายต่อให้ฟิลิปปินส์เพื่อเก็งกำไร (Trading) ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ

รวมทั้งยังมีคอมเมนต์เสียดสี เช่น ชาวรัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียวแซวว่า ส่งน้ำมันไปให้แล้ว ก็เลิกเคลมว่ารัฐซาบาห์เป็นของฟิลิปปินส์ได้แล้ว ชาวเน็ตสิงคโปร์บางคนแกล้งบ่นว่า มาเลเซียใจดี ส่งน้ำมันไปช่วยเพื่อนบ้าน ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในสิงคโปร์พุ่งไปถึง 4 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อลิตร (100 บาท) แล้ว










ภายหลัง บริษัทพลังงานแห่งชาติมาเลเซีย ปิโตรนาส (PETRONAS) ออกแถลงการณ์โดยอ้างถึงรายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับการจัดส่งน้ำมันดีเซลจากประเทศมาเลเซียไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ชี้แจงว่าบริษัทฯ ไม่ได้มีการตกลงหรือทำข้อตกลงในลักษณะดังกล่าวกับฝ่ายใดก็ตามในประเทศฟิลิปปินส์ สิ่งสำคัญสูงสุดของบริษัทฯ ยังคงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่า จะมีการจัดส่งเชื้อเพลิงให้แก่ประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย


ส่วน สำนักข่าวแห่งชาติเบอร์นามา (BERNAMA) ของมาเลเซีย อ้างถึงแถลงการณ์ของสภาดำเนินการเศรษฐกิจแห่งชาติ (MTEN) ยืนยันว่า น้ำมันดีเซลจำนวน 329,000 บาร์เรล ที่มีการส่งมอบไปยังฟิลิปปินส์เมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ได้มีต้นทางมาจากประเทศมาเลเซีย และทีมบริหารจัดการวิกฤตของ MTEN ได้ให้คำแนะนำแก่สาธารณชนว่า อย่าหลงเชื่อการคาดคะเนหรือข่าวลือ และขอให้ยึดถือข้อมูลจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเท่านั้น

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ ได้สั่งการให้จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินมูลค่า 20,000 ล้านเปโซ (ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท) ภายใต้โครงการความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อจัดซื้อน้ำมันดีเซลสำรองรวมกว่า 2 ล้านบาร์เรล หวังสร้างความเชื่อมั่นว่าฟิลิปปินส์จะมีเชื้อเพลิงใช้งานได้ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 45-50 วัน แม้จะเกิดวิกฤตในตะวันออกกลางก็ตาม